อาร์ทีบีฯ เปิดตัว Jabra Elite 25e หูฟังบลูทธูรุ่นใหม่ล่าสุด

ตอกย้ำจุดยืนผู้นำนวัตกรรมหูฟังคุณภาพของเมืองไทย เดินหน้ามอบประสบการณ์ฟังเพลงอย่างต่อเนื่อง ด้วยการ เปิดตัว Jabra Elite 25e หูฟังบลูทธรุ่นใหม่ล่าสุด ชูจุดเด่นอยู่ที่ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่อันทรงพลัง ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครบเครื่องทั้งฟังเพลงและสนทนาต่อเนื่องถึง 18 ชั่วโมง และสแตนด์บายได้ถึง 22 วันต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ด้วยไดร์เวอร์ขับเสียงขนาด 10 ม.ม. ทำให้ถ่ายทอดคุณภาพเสียงออกมาได้ชัดใส ฟังสบาย มาพร้อมกับไมโครโฟนที่ช่วยในการตัดเสียงลมและเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อมรอบข้างให้เสียงที่ชัดใส นอกจากนี้ยังได้รับการทดสอบการทนต่อละอองน้ำและฝุ่นระดับมาตราฐาน IP54 อีกด้วย

อาร์ทีบีฯ เปิดตัว Jabra Elite 25e หูฟังบลูทธูรุ่นใหม่ล่าสุด

อาร์ทีบีฯ เปิดตัว Jabra Elite 25e หูฟังบลูทธูรุ่นใหม่ล่าสุด

ยิ่งไปกว่านั้น “Jabra Elite 25e” (จาบร้า อีลิท ทเวนตี้ไฟว์ อี) ยังโดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่เรียบง่ายในดีไซน์แบบคล้องคอ ขาสามารถดัดได้ ทำให้กระชับรับกับสรีระรอบคอทุกรูปแบบ ช่วยให้การสวมใส่สบาย ด้วยหูฟังแบบอินเอียร์(In-Ear) ที่มาพร้อมกับ EarGels รูปทรงใหม่หลากหลายขนาด ซึ่งจะทำให้กระชับกับหูทุกรูปแบบ และมีน้ำหนักเบาเพียง 48 กรัม ทำให้คล่องตัวขณะใช้งาน อีกทั้งยังรองรับไลฟ์สไตล์ในการดำเนินชีวิตที่เร่งรีบแอคทีฟตลอดเวลาแบบคนยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี ในขณะที่ตัวหูฟังผลิตจากวัสดุเกรดพรีเมี่ยม ทำให้ทนทาน สวมใส่สบายตลอดวัน เพิ่มความมั่นใจและจัดเก็บง่ายด้วยแถบแม่เหล็กบนสายหูฟัง ที่จะช่วยให้คุณพกพาไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก ไม่เกะกะ อีกทั้งยังมีโหมดประหยัดพลังงาน เพียงนำแถบแม่เหล็กของหูฟังทั้ง 2 ข้างมาติดกันเครื่องจะปิดเองโดยอัตโนมัติ และเมื่อดึงหูฟังทั้งสองออกจากกันเครื่องก็จะทำงานโดยอัตโนมัติด้วยเช่นกัน รวมถึงผู้ใช้งานยังสามารถใช้งานฟังก์ชั่น Siri™ หรือ Google Now™ ได้อย่างง่ายดายด้วยการกดปุ่มเพียงปุ่มเดียว และรองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วยอุปกรณ์ได้สูงสุดถึง 8 เครื่องด้วยกันโดยผ่านทาง Bluetooth® 4.1 ซึ่งจะทำให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับทุกการใช้งานได้อย่างเต็มอรรถรส พบกับหูฟังบลูทูธรุ่นใหม่ล่าสุด “Jabra Elite 25e” (จาบร้า อีลิท ทเวนตี้ไฟว์ อี) ได้แล้ววันนี้ ในราคา 2,990 บาท ตัวเครื่องมีสีเดียวคือ สีดำ สามารถหาซื้อได้ที่ Jamart, iStudio, .Life, Power Buy, Power Mall, www.lazada.co.th and www.gadgetthai.net หรือสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทาง www.rtbtechnology.com RTB DEBUTS JABRA ELITE 25E THE LATEST BLUETOOTH HEADPHONES UNRIVALLING WITH POWERFUL BATTERY EFFICIENCY FOR CONTINUING USE UP TO 18 HOURS

ใช้ชีวิตได้เต็มที่ ไร้กังวลการเงินติดขัด ด้วยหลักสูตรชีวิตที่ครบ

คนทำงานทุกคนย่อมต้องการมีอิสระในการเลือกสิ่งที่ดีให้กับชีวิตของเรา ทำงานที่รักไปด้วย ใช้ชีวิตได้อย่างที่ชอบ ไปเที่ยวได้ ช็อปปิ้งได้ แม้อาชีพที่ทำอยู่จะเป็นพนักงานออฟฟิส รับจ้างทั่วไป นายจ้าง หรือแม้กระทั่ง ฟรีแลนซ์ เองก็ตาม จะไร้ปัญหาหรือกังวลเรื่องการเงิน มีเคล็ดลับมาบอกรับรองว่าไม่ยากเกินความสามารถ หากอยากก้าวสู่ความมั่งคั่งและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างที่ทุกคนปรารถนา

ใช้ชีวิตได้เต็มที่ ไร้กังวลการเงินติดขัด ด้วยหลักสูตรชีวิตที่ครบ

ใช้ชีวิตได้เต็มที่ ไร้กังวลการเงินติดขัด ด้วยหลักสูตรชีวิตที่ครบ

ทำอย่างไรให้เงินออมของเราเติบโต

1. ปลดหนี้ระยะสั้น : ก่อนจะคิดทำการใหญ่ อันดับแรกต้องหาทางปลดฤทธิ์หนี้สั้นให้ได้ หนี้สั้นที่ว่านี้ก็คือหนี้ที่ต้องรีบใช้คืนภายในระยะเวลา 1 ปี หรือน้อยกว่า เช่น หนี้จากบัตรเครดิต บัตรกดเงินสดทั้งหลาย หรือผ่อนสินค้า 0% 10 เดือน 12 เดือน ฯลฯ ซึ่งหนี้เหล่านี้ต้องมีการชำระทุกเดือน และวิธีที่ดีที่สุดในการปลดหนี้ก็คือการชำระเงินให้เต็มจำนวน จำไว้ว่ายิ่งปล่อยไว้นาน ดอกเบี้ยยิ่งมาก และพยายามอย่าก่อหนี้เพิ่มเติม เพื่อเริ่มขยับ step ต่อไป

2. ขยันเก็บเงิน : มนุษย์เงินเดือนอย่างเรา หากไม่มีแผนลาออกจากงาน หรืออยู่ในภาวะเสี่ยงตกงาน ย่อมมีรายได้ที่แน่นอนเข้ามาทุกเดือน หลังจากหักค่าใช้จ่ายประจำ รวมถึงหนี้สินต่าง ๆ ก็ยังอยู่ได้สบาย ๆ จนอาจเผลอใช้ชีวิตแบบเลื่อนลอย เดือนไหนค่าใช้จ่ายน้อย เหลือเงินเยอะ ก็หมดไปกับการใช้จ่ายสิ่งฟุ่มเฟือย ส่งผลให้ทำงานเท่าไหร่ก็ไม่มีเงินเก็บสักที สำหรับมือใหม่หัดออม แนะนำคาถาประจำตัวง่าย ๆ นั่นก็คือ รายได้ – ค่าใช้จ่าย = เงินออม

3. ควบคุมการใช้จ่าย สร้างวินัยทางการเงิน : ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ให้เหมาะสมกับ lifestyle ของตัวเรา แน่นอนว่าเงินเก็บยิ่งเยอะ ก็ยิ่งดีกับตัวเรา แต่การประหยัดอดออมมากเกินไปจนใช้ชีวิตลำบาก อาจทำให้ไม่มีความสุขกับการใช้ชีวิต ส่งผลให้ท้อแท้และล้มเลิกความตั้งใจที่จะออมเงินไปได้ในที่สุด เงินออมที่เหมาะสมควรอยู่ระหว่าง 10 – 20% ของรายได้ เมื่อเริ่มทำบัญชีรายรับรายจ่ายเต็มรูปแบบ เราก็จะเริ่มเห็น list รายการการใช้จ่ายต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน จากนั้นให้ปรับแต่งรายการในเดือนต่อ ๆ มา ตั้งธงให้ตัวเองว่าทำอย่างไรก็ได้ให้เงินออมเพิ่มมากขึ้น เช่น ลดค่าใช้จ่ายบางรายการ หรือรับ job หารายได้เสริม ก็น่าสนใจไม่น้อย เมื่อเริ่มปรับ lifestyle ได้ สิ่งที่ต้องทำให้ได้คือ การมีวินัย ทุกครั้งที่ได้รับเงินเดือนหรือรายได้พิเศษต้องหักเก็บเป็นเงินออมทันที เหลือเท่าไหร่ค่อยนำไปใช้จ่าย

4. ลดความเสี่ยง อุดรอยรั่วทางการเงิน : ความเสี่ยงที่ว่าก็คือเหตุการณ์ไม่แน่นอนใด ๆ ก็ตาม ที่หากเกิดขึ้นแล้วจะส่งผลให้เกิดปัญหาทางการเงิน เช่น ตกงาน อุบัติเหตุ การเจ็บป่วยต่าง ๆ ทางแก้ก็คือ ต้องเตรียมเงินฉุกเฉิน โดยเตรียมเงินในส่วนนี้ไว้ 3 – 6 เท่าของรายได้ในแต่ละเดือน เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ จะได้มีเงินไว้พร้อมแก้ปัญหา อีกวิธีหนึ่งที่เป็นตัวช่วยที่ดีก็คือ การทำประกันภัย โอนความเสี่ยงเหล่านี้ไปให้กับบริษัทประกันภัยต่าง ๆ เป็นผู้ดูแลเราเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

5. ลงทุนเพื่อเป้าหมายที่สำคัญ แล้วยกระดับผลตอบแทน : เป้าหมายที่สำคัญในชีวิต จะมีทั้งระยะยาว กลาง และสั้น ควรให้ความสำคัญจากเป้าหมายระยะยาวไปสู่ระยะสั้น เช่น วางแผนเตรียมเงินเพื่อใช้หลังเกษียณ ก่อนการวางแผนเพื่อซื้อรถยนต์ การท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจ หรือช็อปปิ้งให้รางวัลกับตัวเอง เพราะเงินหลังเกษียณนั้นมีความสำคัญมาก ส่วนใหญ่เมื่อถึงเวลานั้นเราก็จะไม่มีรายรับเป็นกอบเป็นกำอีกต่อไป ขณะที่รายจ่ายนั้นมีอยู่ตลอดเวลา การกู้ยืมเงินเพื่อใช้จ่ายนั้นเป็นอันว่าอย่าหวัง และการหารายได้เพิ่มเติมอื่น ๆ ก็ยิ่งลำบาก คิดดูให้ดีว่า หากตอนนี้เรายังไม่มีเงินซื้อรถ ไปเที่ยว หรือช็อปปิ้ง ก็ยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้ แต่เทียบกันไม่ได้เลยกับความลำบากจากการไม่มีเงินใช้ในวัยเกษียณ

ลงทุนเพื่อเป้าหมายสำคัญในชีวิตกันไปแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อก็คือการลงทุนเพื่อมุ่งเน้นให้เกิดผลตอบแทนที่มากขึ้น ภายใต้ความเสี่ยงที่รับได้ เช่น หากรับความเสี่ยงได้น้อย ก็อาจลงทุนกับหุ้นกู้ที่มีผลตอบแทนมากกว่าเงินเฟ้อ หรือกองทุนต่าง ๆ แต่หากรับความเสี่ยงได้มากก็อาจจะลงทุนในหุ้น หรืออนุพันธ์ เป็นต้น

6. สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อตัวเองและคนที่เรารัก : การวางแผนการเงินนอกจากช่วยให้เราได้ใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าในทุกช่วงเวลาของชีวิต ช่วยให้เราสามารถเอาเวลาไปใช้กับกิจกรรมต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์และเกิดความสุขได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทองมากนัก หรือต้องทำงานหนักเพื่อหาเงินจนแทบไม่มีเวลาใช้ชีวิต ความมั่งคั่งทางการเงินที่เราได้สร้างขึ้นมายังส่งผลถึงคุณภาพชีวิตที่ดีของคนรอบข้าง ครอบครัว คนที่เรารัก อีกทั้งยังสามารถส่งต่อเป็นมรดกได้จากรุ่นสู่รุ่น

การวางแผนการเงินเป็นเรื่องสำคัญของชีวิต ท้ายที่สุดผลดีก็ย่อมตกอยู่กับตัวเราเอง นอกจากมีเงินเหลือเก็บแต่ละเดือน ยังสามารถเพิ่มพูนรายได้โดยไม่ต้องเหนื่อยหลายทาง ต่อยอดลงทุนให้เงินทำงานแทนเรา ลงมือทำแล้วจะรู้ว่าการออมไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องอาศัยหัวใจที่มุ่งมั่นและความมีวินัยอย่างสูง เพิ่มเติมอีกนิดสำหรับคนที่มองหาโอกาสสู่การสร้างความมั่นคงทางการเงิน คือการเลือกทำงานที่ใช่ รายได้ดี มีสวัสดิการที่มั่นคง

ส่งเสริม อุตสาหกรรมด้านสุขภาพ ด้วยโซลูชั่นทางการมองเห็นล่าสุด

เรชั่น ผู้นำผลิตภัณฑ์และการบริการที่ให้ความสามารถในผลิตคอมพิวเตอร์พกพา เครื่องสแกนบาร์โค้ด และ ปริ้นเตอร์สำหรับสแกนบาร์โค้ดที่มาพร้อมการทำงานของระบบซอฟต์แวร์ และการให้บริการ ส่งเสริม อุตสาหกรรมด้านสุขภาพ ด้วยโซลูชั่นทางการมองเห็นล่าสุด เพื่อที่จะสามารถตอบโจทย์การใช้งานแบบเรียลไทม์ ได้เป็นอย่างดี ได้เปิดตัว 2 อุปกรณ์มือถือชนิดพกพา เพื่อนำมาใช้ในตลาดไทย ซึ่งช่วยเพิ่มกระบวนการทำงานของพนักงานในคลินิกและโรงพยาบาล อีกทั้งยังลดค่าใช้จ่ายให้กับกลุ่มสังคมสูงอายุในประเทศไทยอีกด้วย

ส่งเสริม อุตสาหกรรมด้านสุขภาพ ด้วยโซลูชั่นทางการมองเห็นล่าสุด

ส่งเสริม อุตสาหกรรมด้านสุขภาพ ด้วยโซลูชั่นทางการมองเห็นล่าสุด

สำหรับงานแสดงสินค้า Medical Fair 2017 ซีบราได้เปิดตัวเครื่องสแกนเนอร์ในตระกูล DS8100-HC และ คอมพิวเตอร์พกพาในตระกูล TC51-HC ผลิตภัณฑ์ที่มีบทบาทสำคัญในการดำเนินงานของพนักงานใน โรงพยาบาลได้อย่างชาญฉลาด สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดได้ขยายโซลูชั่นการดูแลสุขภาพของซีบรา เข้ามาสนับสนุนในการบริหารด้วยกัน 5 ข้อ เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการบริการให้กับผู้ป่วย

  • ผลิตภัณฑ์ของซีบราในตระกูล DS – คอมพิวเตอร์พกพาในตระกูล TC51-HC มาพร้อมประสิทธิภาพในการตรวจจับบาร์โค้ดได้เกือบทุกชนิดอีกทั้งยังสามารถสแกนบาร์โค้ดที่มีข้อมูลไม่สมบูรณ์ ที่ปรากฏอยู่ใน ร้านขายยา ห้องแล็ปและศูนย์การดูแลผู้ป่วยเพื่อที่จะช่วยพัฒนาให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด
  • ผลิตภัณฑ์ในตระกูล DS8100-HC – มีวางจำหน่ายทั้งในชนิดพร้อมสาย (DS8108-HC) และไร้สาย (DS8178-HC) ที่มาพร้อมความสามารถในการใช้งานสำหรับที่อยู่อาศัย โดยใช้วัสดุ ที่ผลิตจากพลาสติกชนิดพิเศษ ซึ่งจะป้องกันการแพร่กระจายของแบคทีเรียและสะดวกสบายในการทำความสะอาด อีกทั้งยังเหมาะสำหรับการนำมาใช้งานในโรงพยาบาล
  • DS8100-HC มาพร้อมกับฟังก์ชั่นของการทำงานอย่างหลากหลาย อาทิ มาตรฐานการใช้งาน LED, การแจ้งเตือนระบบสั่นสะเทือน และ การตอบสนองความต้องการของอุปกรณ์ติดตาม นอกจากนี้ยังมีระบบแจ้งเตือนผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพทันทีเมื่อมีการอ่านบาร์โค้ดได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่รบกวนผู้ป่วย
  • สำหรับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพา TC51-HC มาพร้อมระบบการทำงานแบบ Android(tm) ที่รองรับการใช้งานได้อย่างหลากหลาย อาทิ การโทรออกเพื่อสื่อสาร การส่งข้อความ การรับสายผ่านระบบ PBX การบันทึกข้อมูลของผู้ป่วย การสแกนบาร์โค้ดและการเพิ่มความแม่นยำในการใช้งาน โดยนำแอพพลิเคชั่นต่างๆ มารวมอยู่ในอุปกรณ์ชิ้นเดียวซึ่งสามารถรองรับการทำงานได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ
  • ผลิตภัณฑ์รุ่นนี้มาพร้อมกล้องหน้าความละเอียดสูงสุด ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพสามารถใช้อุปกรณ์ TC51-HC เพื่อลดความยุ่งยากในกระบวนการทำงานของบัญชีของผู้ป่วย อีกทั้งยังสามารถให้การรักษาโรคแบบทางไกลเพื่อการบริการที่รวดเร็วยิ่งขึ้น
  • ผลิตภัณฑ์ในตระกูล TC51-HC ได้รับการสนับสนุนโดย LifeGuard(tm) for Android(tm) โซลูชั่นรักษาความปลอดภัยซอฟต์แวร์ของซีบรา จะช่วยยืดอายุการใช้งานของคอมพิวเตอร์พกพาที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของซีบราในระดับองค์กร LifeGuard มีส่วนช่วยสนับสนุนความปลอดภัยด้านระบบปฏิบัติการ นอกจากนี้ระยะเวลาของการใช้งานมีบทบาทสำคัญต่อผู้บริโภค เพื่อให้สอดคล้องกับการทำงานของฮาร์ดแวร์ขององค์กร และอีกทั้งยังช่วยให้องค์กรลดต้นทุนการเป็นเจ้าของ ได้เป็นอย่างดี
  • โซลูชั่นWorkforce Connect.com/ap/en/pro ของซีบรา ได้รับการติดตั้งมาพร้อมกับผลิตภัณฑ์ TC51-HC ให้แพทย์สามารถสื่อสารผ่านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพา เพื่อติดต่อระหว่างพนักงานได้ สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้อุปกรณ์ยังมาพร้อมพจนานุกรมคำศัพท์ทางการแพทย์ที่สามารถป้อนข้อมูล ให้คำแนะนำ รวมทั้งช่วยตรวจสอบการป้อนข้อมูลให้ถูกต้องแม่นยำยิ่งขึ้น

 

โปรแกรม Tixati โปรแกรมโหลด Bittorrent ฟรี ใช้งานสะดวก

เชื่อว่าหลายคนต้องเคยโหลดบิท (Bittorrent) กันมาบ้างและน้า แต่ก็มีโปรแกรมยอดฮิตหลายตัวด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Bitcomet, Utorrent เป็นต้น ทั้งนี้ก็ยังมีโปรแกรมประเภทโหลดบิทขึ้นมาใหม่ บางอันฝังเข้าไปในเว็บบราวเซอร์ (Web Browser) ค่ายดังอย่าง Firefox, Google Chrome, Opera ได้ด้วย ทำให้โปรแกรมโหลดบิทค่อนข้างปพร่หลายพอสมควร วันนี้แอดมินมี โปรแกรม Tixati มาเสนอ เป็นโปรแกรมโหลดบิทน้องใหม่นี่และ ที่โหลดโปรแกรม เกมส์ เพลง หนัง ไฟล์งาน และอื่นๆ อีกเพียบ โดยอาศัยการจับแทร็คเกอร์ (Tracker) จากไฟล์ต้นทางได้อย่างดี พร้อมคุณสมบัติที่เรียกได้ว่าจัดเต็มมาให้คุณได้ใช้งานกันอย่างคล่องตัวสุดๆ เอาละโม้มาเยอะมาดูกันดีกว่าว่าโปรแกรมนี้ดีและเด็ดยังไงถึงได้เลือกมารีวิวกันตรงนี้

โปรแกรม Tixati โปรแกรมโหลด Bittorrent ฟรี ใช้งานสะดวก

โปรแกรม Tixati โปรแกรมโหลด Bittorrent ฟรี ใช้งานสะดวก

พัฒนาโดยทีมงานผู้พัฒนาจากประเทศแคนาดา (Canada) ที่จะมาช่วยให้การดาวน์โหลดและอัพโหลดไฟล์ต่างๆ แบบเครื่องถึงเครื่อง (Peer-to-Peer หรือ P2P) ของคุณเป็นไปได้ง่ายขึ้น ด้วยระบบอัลกอริทึ่มที่ชาญฉลาดทำให้ดาวน์โหดลไฟล์ได้รวดเร็วมาก พร้อมการแจ้งสถานะการใช้งานอินเทอร์เน็ตสำหรับการดาวน์โหลดด้วยโปรแกรมนี้ หลักการทำงานของมันจะทำการแบ่งไฟล์ออกเป็นสัดส่วนและทำการแชร์ดึงไฟล์ซึ่งกันและกัน โดยจะมาทีละส่วนแต่มาพร้อมกัน และแต่ละส่วนจะมาทีละน้อยๆ ซึ่งมั่นใจได้ว่าไฟล์ที่คุณได้จะตรงตามต้นฉบับแน่นอน นอกจากนี้แล้ว โปรแกรม Tixati นี้มันรองรับการดาวน์โหลดไฟล์บิทแบบ DHT PEX รวมไปถึงแบบ MagnetLink ได้อีกด้วยเช่นกัน ทั้งยังติดตั้งง่ายไม่จำเป็นต้องลงโปรแกรมอื่นเพิ่ม เช่น พวกโปรแกรมจาวา หรือโปรแกรม .NET Framework ต่างๆ นอกจากนี้ยังมีระบบบริหารจัดการแบนวิธ (Bandwidth) ที่ยอดเยี่ยม โดยไม่ทำให้ความเร็วการเปิดเว็บ หรือ เล่นอินเทอร์เน็ตอื่นๆ ของคุณรู้สึกช้าลงไปแต่อย่างใดเลย

โดยรวมแล้วถือว่าเป็นโปรแกรมที่ใช้งานง่ายมาก ด้วยหน้าจอเดียวจบ ไม่ต้องเปิดหลายหน้าต่างหรือใช้โปรแกรช่วย ดาวน์โหลดและอัพโหลดไฟล์ได้รวดเร็วมากขึ้น ด้วยอัลกอริทึ่มแบบใหม่ที่โปรแกรมโหลดบิทตัวอื่นไม่มี ติดตั้งง่าย ไม่ต้องใช้โปรแกรมประเภท Java และ .NET ในการช่วยติดตั้ง จัดการรายการดาวน์โหลดรวมถึงผู้ที่เข้ามาดาวน์โหลดและแชร์ไฟล์จากเราได้ แจ้งรายละเอียดการใช้งานแบรนวิธ (Brandwith) พร้อมกราฟการแสดงระยะเวลาและข้อมูลการใช้งาน มีเมนูปรับแต่งในเชิงลึก เช่น การกำหนดตารางการดาวน์โหลดไฟล์ กำหนดไอพีที่ยอมรับให้ใช้งานได้ เป็นต้น ปลอดภัยจากไวรัสทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น สปายแวร์ โฆษณา มัลแวร์ทั้งหลายอีกด้วย

เอซุส เปิดตัว ครอบครัว ZenFone 4 อย่างยิ่งใหญ่ในไต้หวัน

นายจอห์นนี่ ชิห์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท เอซุส ประกาศเปิดตัว ครอบครัว ZenFone 4 สมาร์ทโฟนที่น่าจับตามองมากที่สุดในปีนี้อย่าง ZenFone 4 ซึ่งประกอบด้วย ZenFone 4 Pro, ZenFone 4, ZenFone 4 Selfie Pro, ZenFone 4 Selfie, ZenFone 4 Max Pro และ ZenFone 4 Max ในงานแถลงข่าว We Love Photo ไทเป โดย ZenFone 4 ถือเป็นครอบครัวสมาร์ทโฟนซีรี่ย์แรกของเอซุสที่โดดเด่นด้วยกล้องคู่ ไม่ว่าจะเป็นกล้องคู่หน้าหรือกล้องคู่หลังต่างกันตามแต่ละรุ่น เพื่อมอบประสบการณ์การถ่ายภาพที่ทำให้ผู้ใช้ได้ภาพถ่ายที่ดีที่สุดในทุกโอกาส ไม่ว่าจะไกลหรือใกล้ และแม้แสงจะน้อยแค่ไหนก็ตาม

เอซุส เปิดตัว ครอบครัว ZenFone 4 อย่างยิ่งใหญ่ในไต้หวัน

เอซุส เปิดตัว ครอบครัว ZenFone 4 อย่างยิ่งใหญ่ในไต้หวัน

“สมาร์ทโฟนในซีรี่ส์ ZenFone 4 แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเอซุสที่ต้องการจะมอบประสบการณ์การถ่ายภาพที่ดีที่สุดผ่านสมาร์ทโฟนให้ผู้ใช้ทุกคนได้เก็บภาพแห่งความประทับใจให้เป็นความทรงจำตลอดไป และยังสามารถแบ่งปันกับคนที่รักได้ง่ายๆ” นายจอห์นนี่ ชิห์ กล่าว “เรารู้สึกตื่นเต้นและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เปิดตัวครอบครัว ZenFone 4 สู่สายตาของทุกคนในวันนี้”

ภายในงาน นายจอห์นนี่ ชิห์ ยังได้เปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ โดยได้รับเกียรติจากซุปเปอร์สตาร์ชาวเกาหลีใต้อย่าง กงยู ที่ได้เข้าร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวครอบครัว ZenFone 4 ในครั้งนี้

“เป็นอีกครั้งที่เอซุสได้นำสุดยอดนวัตกรรมออกสู่สายตาคนทั้งโลกผ่านสมาร์ทโฟนซีรี่ย์ใหม่ล่าสุดอย่าง ZenFone 4 ซึ่งทั้งสองรุ่นที่ได้เปิดตัวในวันนี้มีความโดดเด่นด้วยคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัว และผมยังเชื่อว่าเอซุสไม่หยุดยั้งที่จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่บนโลกของสมาร์ทโฟน จึงยิ่งทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่จะได้ก้าวไปสู่สิ่งใหม่ๆ พร้อมกับเอซุส”
กงยู แบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดของ ZenFone 4 กล่าว

ZenFone 4 Selfie และ ZenFone 4 Max Pro จะวางขายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ในวันที่ 25 สิงหาคม 2560

  • ZenFone 4 Selfie จะวางจำหน่ายในราคา 8,990 บาท
  • ZenFone 4 Max Pro จะวางจำหน่ายในราคา 7,990 บาท

สำหรับ ZenFone 4 Selfie และ ZenFone 4 Max Pro จะเข้าวางจำหน่ายในประเทศไทยผ่านร้านค้าพันธมิตรของเอซุส และร้านไอทีชั้นนำทั่วประเทศในเดือนกันยายน สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.asus.com/th/

แอพฯ บอดี้คีย์เวอร์ชั่นใหม่ เสมือนเทรนเนอร์ส่วนตัวด้านสุขภาพ

แอมเวย์ต่อยอดความสำเร็จโปรแกรมควบคุมน้ำหนักกับบอดี้คีย์ บาย นิวทริไลท์ ปล่อยแอพพลิเคชั่นใหม่เวอร์ชั่น 2.0 ใช้งานง่ายและสนุกมากยิ่งขึ้น แอพฯ บอดี้คีย์เวอร์ชั่นใหม่ พร้อมฟังก์ชั่นจัดแข่งขันลดน้ำหนักด้วยตนเองและชวนเพื่อนมาร่วมแข่งขันได้ทั้งในระดับประเทศและภูมิภาคอาเซียน รวมออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ชิงรางวัลกว่า 2 ล้านบาท ทุกการแข่งขันที่เสร็จสิ้นในระดับภูมิภาคฯ แอมเวย์ตอบแทนกลับ สู่สังคม บริจาค 1 ดอลลาร์สหรัฐ เข้าโครงการพาวเวอร์ออฟไฟว์ (The Power of 5) เพื่อช่วยเหลือเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบที่ขาดสารอาหารทั่วโลก

แอพฯ บอดี้คีย์เวอร์ชั่นใหม่ เสมือนเทรนเนอร์ส่วนตัวด้านสุขภาพ

แอพฯ บอดี้คีย์เวอร์ชั่นใหม่ เสมือนเทรนเนอร์ส่วนตัวด้านสุขภาพ

แอมเวย์ต่อยอดความสำเร็จจากโปรแกรมควบคุมน้ำหนักกับบอดี้คีย์ บาย นิวทริไลท์ เปิดตัวแอพพลิเคชั่นบอดี้คีย์ เวอร์ชั่น 2.0 ใหม่ ใช้งานง่ายยิ่งขึ้น ปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของแต่ละบุคคล เพิ่มฟังก์ชั่นที่สามารถคำนวณปริมาณสารอาหารหลัก ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมันที่เรารับประทานแต่ละมื้อใน 1 วัน ทำให้ควบคุมปริมาณสารอาหารที่ได้รับต่อวันได้ และยังคงบันทึกการก้าวเดินอัตโนมัติ กิจกรรมออกกำลังกายและแสดงเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย เสมือนเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวอีกด้วย ทั้งยังมีโหมดผู้มาเยือน (Guest Mode) ที่สามารถวัดองค์ประกอบร่างกายของเพื่อนพร้อมส่งให้เพื่อนทางโซเชียลมีเดียส่วนตัวได้ทันที ถือเป็นสุดยอดแอพพลิเคชั่นเพื่อคนรักการออกกำลังกายและลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพตัวจริง

ที่สำคัญแอพพลิเคชั่นบอดี้คีย์ใหม่นี้ ช่วยให้คนลดน้ำหนักสนุกกับการแข่งขันลดน้ำหนักมากยิ่งขึ้น เพราะสามารถจัดการแข่งขันด้วยตนเองและยังสามารถชวนเพื่อนมาร่วมแข่งขันได้หลากหลายมากขึ้น เช่น จัดแข่งขันแบบตัวต่อตัว แบบกลุ่ม แบบคอมมูนิตี้ ทั้งยังแข่งขันได้ในระดับภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ ไทย มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ รวมทั้งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เพื่อเพิ่มความตื่นเต้นและท้าทายมากยิ่งขึ้น พิเศษสุดคือ ทุกการแข่งขันที่เสร็จสิ้นในระดับอาเซียน แอมเวย์ร่วมบริจาค 1 ดอลลาร์สหรัฐ เข้าโครงการเดอะ พาวเวอร์ออฟไฟว์ (The Power of 5) เพื่อช่วยเหลือเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบทั่วโลกที่ขาดสารอาหารให้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพ

แอพพลิเคชั่นบอดี้คีย์ เวอร์ชั่น 2.0 พร้อมให้ดาวน์โหลดแล้ววันนี้ทั้งจาก App Store และ Play Store และเปิดรับสมัครแข่งขันลดน้ำหนักด้วยแอพพลิเคชั่นบอดี้คีย์ระดับประเทศและภูมิภาคอาเซียน ตั้งแต่วันนี้ – 31ตุลาคมนี้ ชิงรางวัลมากมาย รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท สนใจโปรแกรมควบคุมน้ำหนักบอดี้คีย์ บาย นิวทริไลท์ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Amway Call Center 0-2725-8000 หรือนักธุรกิจแอมเวย์ทั่วประเทศ

วิธีแก้ปัญหา ที่ชาญฉลาดและสร้างสรรค์ มาให้วิเคราะห์กัน

คนเรามักเจอปัญหาได้อย่างหลากหลาย บางครั้งเจอในเวลาพร้อมกันนี่แทบร้องขอชีวิตเลยทีเดียว แม้แต่อาชีพ ฟรีแลนซ์ เองก็ยังต้องโดนสักทางและ ไม่ว่าจะงานเร่ง งานรีบ งานแก้ โอ้ย ชีวิตแทบล้มกองกันตรงนั้นทีเดียว แต่ใจเย็นก่อนวันนี้เรามี วิธีแก้ปัญหา ที่ชาญฉลาดและสร้างสรรค์ มาให้วิเคราะห์กัน จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย

วิธีแก้ปัญหา ที่ชาญฉลาดและสร้างสรรค์ มาให้วิเคราะห์กัน

วิธีแก้ปัญหา ที่ชาญฉลาดและสร้างสรรค์ มาให้วิเคราะห์กัน

1. มองปัญหาอย่างเฉพาะเจาะจง บางคนอาจเจอปัญหาหลายเรื่องพร้อม ๆ กัน และแต่ละปัญหามีความคล้ายคลึงกันบ้าง คุณจึงต้องพิจารณาปัญหาเหล่านั้นอย่างเจาะจงลงไป ถ้ารู้ว่าอะไรคือปัญหาที่แท้จริง ก็จะสามารถหาหนทางในการแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น ทำให้เกิดความมั่นใจ มองเห็นปัญหาได้ทะลุปรุโปร่ง และได้คำตอบที่ชัดเจน

2. คิด วิเคราะห์ แยกแยะ การคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์นั้นมักต้องใช้วิธีแก้ปัญหาหรือคำตอบหลาย ๆ ทาง วิธีการแก้ปัญหาหรือคำตอบที่คิดได้เป็นอันดับแรก ๆ อาจไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด เพราะความคิดเห็นและข้อมูลที่สำคัญ ๆ นั้นมีอยู่มากมาย ต้องพยายามคิดให้รอบด้าน แยกแยะ และคัดเลือกออกมา เพื่อให้ได้คำตอบที่ดี สร้างสรรค์ และตอบโจทย์ได้มากที่สุด

3. Brainstorming ระดมสมองหาทางออกที่ดีกว่า ระดมความคิดจากหลาย ๆ คน เพื่อคิดหาสาเหตุและวิธีแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง เหมาะสม และได้ผลดี โดยวางกฎพื้นฐานในการระดมสมองไว้ เช่น ไม่มีการวิพากษ์วิจารณ์ หรือตัดสินว่าความคิดใดดีหรือไม่ดี ถ้าใครคิดวิธีการอะไรได้ต้องกล้าพูดออกมา และอย่าอายที่จะนำความคิดของคนอื่นมาผสมผสานกับความคิดของตน เพื่อสร้างเป็นความคิดใหม่ จากนั้นวางขั้นตอนในการระดมสมองให้เป็นลำดับ เช่น กำหนดเวลาในการคิด กำหนดให้มีคนเขียนสาเหตุของปัญหาและจดวิธีแก้ปัญหา และให้สมาชิกทุกคนแสดงความคิดเห็นเรียงกันไปทีละคน ที่สำคัญต้องจดทุกความคิด ไม่ว่าจะแปลกประหลาดแค่ไหนก็ตาม เพื่อนำไปคัดเลือก แล้วร่วมกันลงมติเลือกวิธีแก้ที่ดีที่สุด

4. Mind Mapping แผนภูมิความคิดช่วยแก้ปัญหา การทำแผนภูมิความคิดหรือเป็นการกระตุ้นสมองให้เกิดความคิดที่เป็นอิสระจากปัญหาที่เป็นศูนย์กลาง ออกไปสู่วิธีแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่แปลกและแตกต่างจากเดิมได้ เริ่มจากการเขียนสาเหตุของปัญหาไว้กลางหน้ากระดาษ แล้วลากเส้นโยงออกมารอบ ๆ ถ้าคิดวิธีแก้ไขได้ ก็ให้เขียนวิธีนั้นไว้เหนือเส้นที่เพิ่งลากออกมา ความคิดใดสัมพันธ์หรือสนับสนุนวิธีแก้ไขที่มีอยู่แล้ว ก็ให้เติมความคิดใหม่นั้นต่อยอดจากวิธีแก้เดิม เมื่อได้ความคิดใหม่ ๆ ที่หลากหลายแล้ว ก็สามารถนำความคิดเหล่านั้นไปใช้ในขั้นตอนของการวางแผนแก้ไขปัญหาได้

5. มุ่งสู่เหตุผลเพื่อแก้ปัญหา ต้องมองเหตุผลที่แท้จริงว่า เราต้องการแก้ปัญหาเพื่ออะไร อย่ามัวแต่คิดว่ามีปัญหาอะไรและเกิดอะไรขึ้น เพราะจะไม่ทำให้เราได้ทางออก ให้คิดว่าเรากำลังพยายามหาหนทางแก้ไขปัญหาเพื่อผลลัพธ์อะไร สิ่งนี้จะช่วยให้เกิดความคิด กระตุ้นให้หาวิธีหรือหาหนทางแก้ไขปัญหาได้

6. ฝึกมองปัญหาอย่างเป็นระบบ และฝึกมองการณ์ไกล เมื่อฝึกมองปัญหาและหาหนทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบได้ ก็จะทำให้เราสามารถคาดการณ์ได้ถึงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในงานต่าง ๆ ได้ ทำให้งานที่คุณทำนั้นจะราบรื่นมากกว่าเดิม จะพบเจอกับปัญหาน้อยลง

7. ละทิ้งข้อมูลที่ไม่จำเป็น ใช้ความคิดสร้างสรรค์ให้มากขึ้น คนส่วนมากจะใช้ข้อมูลจำนวนมาก เพื่อประกอบการตัดสินใจแก้ไขปัญหา แต่อย่าลืมว่าบางครั้งการมีข้อมูลมากเกินไป ทำให้เราไม่สามารถหาวิธีแก้ปัญหาใหม่ ๆ ได้ มัวแต่ติดอยู่ในกรอบความคิดแบบเดิม ๆ เพราะข้อมูลนั้นเองกลับกลายเป็นตัวสกัดกั้นไม่ให้เราใช้สัญชาตญาณและความคิดสร้างสรรค์ได้มากเท่าที่ควร

8. คำนึงถึงปัจจัย “บุคคล” เมื่อสามารถพัฒนาวิธีแก้ปัญหาได้แล้ว สิ่งที่ต้องคำนึงถึงประการต่อไปคือ ความร่วมมือของบุคคล เพราะคนจะเป็นตัวขับเคลื่อนไอเดียการแก้ปัญหาให้เกิดขึ้นได้จริง นับเป็นตัวแปรสำคัญของการแก้ปัญหาให้ประสบผลสำเร็จ นักแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์จึงต้องพยายามหาวิธีแก้ปัญหาแบบให้ concept กว้าง ๆ พร้อมยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ตามปัจจัยของบุคลากรในทีมหรือองค์กรอยู่เสมอ

9. เปลี่ยนความคิดเห็นให้เป็นการกระทำ อย่าแค่พูดแต่ไม่ทำ จุดมุ่งหมายสำคัญของการแก้ปัญหาก็คือการเปลี่ยนแปลงความคิดไปสู่การปฏิบัติจริง พยายามดึงคิดสร้างสรรค์ออกมาไม่ให้จบลงเพียงแค่การคิดในใจ แล้วลงมือทำอย่างมั่นใจ ไม่กังวลถึงปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ใส่ใจพร้อมความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวและพากเพียรพยายาม จนกระทั่งเกิดผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจได้ในที่สุด

Grab ฉลองครบรอบ ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แกร็บ (Grab) บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของเอเชี ยตะวันออกเฉียงใต้ นำโดย แอนโทนี ตัน (ขวา) และโฮย หลิง ตัน (ซ้าย) สองผู้ร่วมก่อตั้ง Grab ฉลองครบรอบ ในวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา พร้อมเผยรายงานความสำเร็จ ‘Moving SEA Forward’ ประกาศการเติบโตของธุรกิจ รวมถึงผลบวกจากการมอบบริการที่ ยกระดับวิถีชีวิตของผู้คนทั่วภู มิภาค โดยผู้ขับขี่ในเครือข่ายของแกร็ บกว่า 930,000 คนมีรายได้สูงกว่ารายได้ แรงงานเฉลี่ยถึง 1 ส่วน 3  นอกจากนี้ แกร็บ ยังช่วยให้ผู้ โดยสารสามารถประหยัดเวลาเดิ นทางลงไปได้ครึ่งหนึ่งจากบริ การทางเลือกในการเดินทางที่ สะดวกสบายมากขึ้น โดยงานเฉลิมฉลองจัดขึ้น ณ โรงแรม JW Marriott South Beach ประเทศสิงคโปร์ เมื่อเร็วๆ นี้

Grab ฉลองครบรอบ ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Grab ฉลองครบรอบ ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ปัจจุบัน แกร็บ มอบความสะดวกสบายในการเดิ นทางให้แก่ผู้โดยสารมาแล้วถึง 2.5 ล้านเที่ยวต่อวันด้วยบริการที่ ครอบคลุม 55 เมืองทั่วเอเชียตะวันออกเฉี ยงใต้ และถือเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ มเรียกรถที่ใหญ่ที่สุดและได้รั บความนิยมสูงสุดทั้งในหมู่ผู้ขั บขี่และผู้โดยสารทั่วทั้งภูมิ ภาค โดยมียอดดาวน์โหลดแอพฯ มากกว่า 45 ล้านดาวน์โหลด

แกร็บ พัฒนาแพล็ตฟอร์มที่ อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าในการรั บบริการที่มีส่วนสำคัญมากที่สุ ดในการดำเนินชีวิตประจำวัน อย่างการเดินทางและการชำระเงิ นผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยแกร็บเพย์ (GrabPay) ซึ่งเป็นโซลูชั่นเพื่ อการชำระเงินอันเป็นกรรมสิทธิ์ ของแกร็บมีอัตราเติบโตสูงมาก ซึ่งคาดว่าจำนวนผู้ใช้งาน แกร็บเพย์จะเพิ่มขึ้นสองเท่าตั วทุกไตรมาสไปจนถึงสิ้นปีนี้ได้ อย่างแน่นอน ส่วนบริการเสริมอย่าง แกร็บเพย์ เครดิต (GrabPay Credits) ก็มีอัตราเติบโตสูงถึง 80% ต่อเดือนนับตั้งแต่เปิดตัวในเดื อนธันวาคม 2016 สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ ความเชื่อมั่นในระบบชำระเงิ นของแกร็บเป็นอย่างมาก

นอกเหนือจากการฉลองครบรอบ 5 ปีแล้ว แกร็บยังเดินหน้าสร้างสรรค์นวั ตกรรมใหม่แก่ให้แก่ธุรกิจของบริ ษัทอย่างต่อเนื่อง ในโอกาสนี้ แกร็บประกาศเปิดตัว แกร็บนาว (GrabNow) บริการใหม่ที่จะมาเปลี่ยนการ   เรียกรถจากท้องถนนสู่ความเป็นดิ จิทัลมากขึ้น โดย แกร็บ เตรียมเปิดตัวบริการนี้ในกรุ งจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซียเป็นที่แรก โดยผู้โดยสารสามารถเรียกใช้บริ การแกร็บไบค์ (GrabBike) จากท้องถนนได้ทันทีและชำระค่ าโดยสารผ่านแอพฯ แกร็บ บริการแกร็บนาวจะให้ประโยชน์ต่ อผู้โดยสารใน 2 รูปแบบ ทั้งจากการโบกเรียกรถได้ทันที ตามวิถีดั้งเดิม และการได้รับบริการที่มีคุ ณภาพจากแพล็ตฟอร์มของแกร็บที่ มาพร้อมมาตรฐานความปลอดภัยที่ เยี่ยมที่สุด ค่าโดยสารที่ได้รับการกำหนดอย่ างชัดเจนโปร่งใส และคะแนนสะสมแกร็บรีวอร์ดส (GrabRewards) ที่สำคัญ แกร็บยังพัฒนาระบบเทเลเมติกส์ (Telematics) เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมการขับขี่ และฟีเจอร์แกร็บแชท (GrabChat) บริการส่งข้อความระหว่างผู้ โดยสารและผู้ขับขี่ในตัวแอพฯ ซึ่ง แกร็บ ถือเป็นผู้ให้บริการฟีเจอร์นี้ รายแรกในอุตสาหกรรมแอพฯ เรียกรถ เพื่อยกระดับการให้บริการให้ดี ยิ่งขึ้น

5 ปีของการขับเคลื่อนภูมิภาคเอเชี ยตะวันออกเฉียงใต้ไปข้างหน้า

รายงาน ‘Moving SEA Forward’  เผยให้เห็นว่าตลอด 5 ปีที่ผ่านมา แกร็บช่วยแก้ปัญหาท้องถิ่ นและเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้ ขับขี่และผู้โดยสารได้อย่างไรบ้ าง

1.      ทำให้การเดินทางสะดวกและปลอดภั ยยิ่งขึ้นสำหรับผู้โดยสาร

ผู้โดยสารของแกร็บสามารถประหยั ดเวลาเดินทางไปได้โดยเฉลี่ยถึง 52% เมื่อเทียบกับการเดินทางผ่ านขนส่งสาธารณะอื่นๆ ในพื้นที่ โดยผู้โดยสารในฟิลิปปินส์ สามารถประหยัดเวลาเดินทางได้ มากที่สุดถึง 70% ตามมาด้วยผู้โดยสารในอินโดนีเซี ย 64% แม้ว่าเมืองหลวงของทั้ งสองประเทศนี้จะเจริญ แต่กลับมีสภาพการจราจรที่ติดขั ดเป็นอย่างมาก บริการของแกร็บโดยเฉพาะบริการล่ าสุดอย่าง แกร็บนาว ช่วยย่นระยะเวลาเดิ นทางของพวกเขาได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ แกร็บทำให้การเดินทางของผู้ โดยสารหลายล้านคนปลอดภัยมากยิ่ งขึ้นผ่านการยกระดับความปลอดภั ยอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้อัตราการเกิดอุบัติ เหตุบนท้องถนนของรถในเครือข่ ายของแกร็บจึงต่ำกว่าอุบัติเหตุ ที่เกิดขึ้นจากยานพาหนะทั่วไปถึ ง 5 เท่า

2.      เพิ่มศักยภาพในการหารายได้ของผู้ ขับขี่

ผู้ขับขี่ของแกร็บ มีรายได้ต่อชั่วโมงสูงกว่าค่าจ้ างแรงงานทั่วไปโดยเฉลี่ยราว 1 ใน 3 (32%) ในทุกประเทศที่มีบริการของแกร็บ แม้ว่า 70% ของชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยั งไม่สามารถเข้าถึงบริการอิ นเทอร์เน็ตพื้นฐานได้[1] แต่แกร็บได้ผนวกระบบการเงินไว้ ในแอพฯ อย่างสะดวกปูทางให้ผู้ขับขี่ ในเครือข่ายแกร็บได้สัมผัสกั บความสามารถของอินเทอร์เน็ตเป็ นครั้งแรกและลดช่องว่างทางดิจิ ทัลของผู้คนในสังคม ยิ่งไปกว่านั้น แกร็บยังช่วยเปิดบัญชีธนาคารให้ กับผู้ขับขี่ราว 2 ใน 3 หรือประมาณ 640,000 คน นับเป็นการเปิดโอกาสให้ พวกเขาได้รับบริ การของธนาคารและบริการทางการเงิ นอื่นๆ เป็นครั้งแรก

ปัจจุบันผู้ขับขี่กว่า 930,000 คนหารายได้ผ่านแกร็บเพื่อดู แลครอบครัว ซึ่งมีจำนวนผู้ขับขี่ในเครือข่ ายสูงขึ้นราว 340% ทุกปีนับตั้งแต่ปีค.ศ. 2013

3.      เครือข่ายบริการขนส่งที่มีประสิ ทธิภาพและการเชื่อมต่อดีขึ้นกว่ าที่เคยมีมา

แกร็บเดินหน้าขยายขอบเขตการให้ บริการด้านการขนส่งในรูปแบบใหม่ ๆ ที่เน้นให้ผู้โดยสารเดินทางด้ วยกันเป็นกลุ่ม อาทิ บริการในรูปแบบใช้รถร่วมกัน (carpooling) ที่หลากหลายเพื่อลดค่ าโดยสารสำหรับการเดิ นทางแบบรวดเดียวถึงจุ ดหมายปลายทาง โดยถือเป็นทางเลือกที่จะช่ วยลดปัญหาการจราจรติดขัดและมลพิ ษในเมืองใหญ่ของภูมิภาคเอเชี ยตะวันออกเฉียงใต้  บริการเหล่านี้ได้แก่ “แกร็บแชร์ (GrabShare)” และ “แกร็บฮิทช์ (GrabHitch)” โดยแกร็บยังได้ช่วยลดการปล่อยก๊ าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ไปแล้วเกือบ 3.2 ล้านกิโลกรัมต่อปีเพราะการพั ฒนาระบบจัดบริการใช้รถร่วมกั นและการพัฒนาประสิทธิ ภาพการจองใช้งานรถสู่ระดับสูงสุ ด

เปิดตัวสุดยอด กล้องมิเรอร์เลส α9 พร้อมเลนส์ G Master รุ่นล่าสุด

สร้างปรากฎการณ์ใหม่เพื่อยกระดับวงการถ่ายภาพระดับมืออาชีพไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัว กล้องมิเรอร์เลส α9 ที่พัฒนาขึ้นใหม่ล่าสุด ซึ่งมาพร้อมสุดยอดนวัตกรรมและเท คโนโลยีล้ำสมัยกับเซ็นเซอร์ Ful l Frame ตัวแรกของโลก ที่มาพร้ อมกับ เทคโนโลยี Stacked Exmor RS™ CMOS สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้ อย่างรวดเร็วกว่าเดิมถึง 20 เท่า เพื่อตอบโจทย์คนรักการถ่ายภาพ ระดับมืออาชีพที่ต้องการภาพถ่าย คุณภาพสูงโดยเฉพาะ

พร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัวไลน์อัพเลนส์กล้องระดับพรีเมี่ยม G Master ซีรีส์ และเลนส์ G รุ่นใหม่พร้อมกันอีก  3 รุ่น ทั้ง FE 100-400mm F4.5-5.6 GM OSS ที่โดดเด่นด้วยความละเอี ยดสูง และยังเป็นเลนส์ซูมระยะไกลพิเศษ ตัวแรกสำหรับถ่ายภาพกีฬาที่ดีที่สุด รวมถึงเลนส์กล้อง FE 16-35 mm F2.8 GM และ FE 12-24 mm F4 G ซึ่งโซนี่มั่นใจว่าการเปิดตัว ผลิตภัณฑ์กล้องอัลฟ่ามิเรอร์เลส และเลนส์กล้องออกสู่ตลาดในครั้ง นี้ จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ กลุ่มธุรกิจดิจิตอล อิมเมจจิ้งของโซนี่ยิ่งขึ้น พร้อมตอกย้ำการเป็นผู้สร้างสรรค์เทคโนโลยีด้านการถ่ายภาพสุดล้ำอย่างต่อเนื่อง

กล้องมิเรอร์เลส α9

เปิดตัวสุดยอด กล้องมิเรอร์เลส α9 พร้อมเลนส์ G Master รุ่นล่าสุด

มร. เท็ทซูทากะ ซูดะ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายการตลาด บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด (Mr. Tetsutaka Suda, General Manager – Marketing Division, Sony Thai Co., Ltd.) กล่าวว่า ”นับตั้งแต่ก้าว แรกในปี 2006 ที่โซนี่ได้เปิดตั วกล้องเปลี่ยนเลนส์ได้เป็นครั้ง แรก วันนี้โซนี่ประสบความสำเร็จโดยไ ด้รับเสียงตอบรับอย่างดียิ่งจาก ผู้ใช้ และสื่อมวลชนทั่วโลก องค์ประกอบสำคัญของความสำเร็จ นั่นคือคำแนะนำของลูกค้า ที่โซนี่ได้ให้ความสำคัญ และนำมาวิเคราะห์ปรับปรุงในการพัฒนาเทคโนโลยี และฟังก์ชั่นการใช้งานในกล้องรุ่ นใหม่ ๆ เพื่อให้มีคุณภาพที่ดีเยี่ยมและ ให้ประโยชน์ในการใช้งานสูงสุด

และรองรับรูปแบบการใช้งานที่หลา กหลายของช่างภาพทั้งในระดับมืออาชีพ และผู้รักการถ่ายภาพทั่วไป ในวันนี้โซนี่จึงมีความภูมิใจ ที่ได้มีโอกาสแนะนำกล้องอัลฟ่ามิ เรอร์เลส α9 ที่มาพร้ อมเทคโนโลยีของกล้องที่ล้ำหน้าไปอีกขั้น ด้วยเทคโนโลยี Stack ed Exmor RS™ CMOS สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้ อย่างรวดเร็วกว่าเดิมถึง 20 เท่ า รวมทั้งโหมดถ่ายภาพแบบไร้เสียงชัตเตอร์ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการถ่าย ภาพกีฬาประเภทความเร็วสูง และกีฬาที่ต้องใช้สมาธิสูงไม่มี เสียงรบกวน

รวมทั้งเลนส์ระดับพรีเมี่ยม G Master และเลนส์ G รุ่นใหม่ล่ าสุดพร้อมกันถึง 3 รุ่น ได้แก่ FE 100-400mm F4.5-5.6 GM OSS, FE 16-35 mm F2.8 GM และ FE 12-24 mm F4 G เพิ่มประสิทธิภาพของการถ่ายภา พที่เหนือระดับยิ่งขึ้น โซนี่มั่นใจว่าการเปิดตัวผลิตภั ณฑ์กลุ่มอัลฟ่าพร้อมเลนส์ใหม่ใน ครั้งนี้จะช่วยยกระดับคุณภาพการ ถ่ายภาพให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น รวมถึงเสริมความแข็งแกร่งให้กับ ธุรกิจดิจิตอล อิมเมจจิ้งของโซนี่ยิ่งขึ้น”

โปรแกรม WannaCrypt Defender ป้องกันมัลแวร์และ Hacker

โปรแกรมที่ช่วยให้คุณสามารถป้องกันการแพร่กระจาย จาก Ransomeware WannaCrypt ตัวใหม่ที่กำลังระบาดอยู่ในตอนนี้ มันมีชื่อว่าโปรแกรม WannaCrypt Defender ที่ช่วยป้องกันมัลแวร์เรียกค่าไถ่ WannaCrypt ที่อันตรายมากๆ หากเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณติดมัลแวร์ตัวนี้ มันจะทำการล็อกข้อมูลต่างๆ (เข้ารหัสไฟล์ข้อมูลบนเครื่อง)และนับเวลาถอยหลังเพื่อลบข้อมูลต่างๆ บนเครื่องของคุณ หากคุณไม่จ่ายค่าไถ่ตามที่โปรแกรมกำหนด มันจะทำการลบข้อมูลทุกอย่างบนเครื่อง โดยไม่มีทางกู้คืนกลับมาได้

โปรแกรม WannaCrypt Defender ป้องกันมัลแวร์และ Hacker

โปรแกรม WannaCrypt Defender ป้องกันมัลแวร์และ Hacker

โปรแกรมนี้จะเข้าไปปิดช่องโหว่ ที่แพร่กระจายจาก ช่องโหว่ EternalBlue โดยการปิด Service SMB v1 เพื่อให้ไม่สามารถเข้าถึงช่องโหว่ของเครื่องคุณได้นั่นเอง เป็นการปิดช่องโหว่เพื่อให้เครื่องของคุณปลอดภัยจาก Ransomeware WannaCrypt ตัวใหม่นี้ ป้องกันไว้ก่อนที่จะเกิดปัญหาตามมาทีหลัง เพราะตอนนี้ปัญหาที่เกิดจากมัลแวร์ตัวนี้อันตรายมากๆ หลักการคือจะเข้าไปล็อคไฟล์ (Lock file) ไม่ให้คุณใช้งานได้เลยจนกว่าคุณจะยอมจ่ายเงินตามตกลงก่อน ซึ่งจะล็อคไฟล์พื้นฐานที่มีอยู่ในเครื่องไม่ว่าจะเป็น Word, Power Point, Excel, Text, PDF, PSD เป็นต้น ซึ่งแต่ละไฟล์ล้วนเป็นไฟล์ที่ใช้งานประจำ บางอันจะเป็นไฟล์ทางบัญชีด้วยละก็งานเข้าเต็มๆ เลย ล่าสุดได้มีข่าวเรื่องการล็อคไฟล์หนังที่เรียกค่าเปิดไฟล์เป็นล้านเลยทีเดียว ทำให้เกิดปัญหาวุ่นวายใหญ่โตมาก ว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร รวมไปถึงบริษัทใหญ่ๆ ในประเทศไทยก็หนีไม่พ้นเช่นกัน

สำหรับการใช้งาน โปรแกรมป้องกัน WannaCrypt Defender คุณสามารถดาวน์โหลดโปรแกรม ตัวนี้และเปิดใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ มีให้เลือกใช้สำหรับระบบเวอร์ชั่น 32-Bit และ 64-Bit ตามเครื่องที่คุณใช้งาน สามารถเปิดรันโปรแกรมได้ทันที โดยเปิดขึ้นมาและทำตามคำสั่งภายในโปรแกรมเพียงสองขั้นตอน กด Enter 2 ครั้ง เพียงเท่านี้ โปรแกรมก็จะทำการอุดช่องโหว่ โดยเข้าไปปิด Service SMB v1 ได้อย่างทันที โปรแกรมนี้รองรับการใช้งานบนระบบปฏิบัติการ ตั้งแต่ Windows XP, Windows Vista, Windows 8, Windows 8.1, Windows Server 2000, Windows Server 2003, Windows Server 2008 ไปจนถึงวินโดวส์รุ่นล่าสุด Windows 10 หากใครสนใจก็สามารถดาวน์โหลดไปใช้งานกันได้ทันทีเลย