บัตรเครดิตวีซ่า ชำระเงินที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขาทั่วประเทศ

วีซ่า (Visa) บริษัทผู้ให้บริการด้านการชำระเงินในรูปแบบดิจิตอลระดับโลก ประกาศการรับ ชำระเงินที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขาทั่วประเทศได้แล้ววันนี้ การขยายจุดรับบัตรให้กว้างขวางขึ้น มีบทบาทที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งในแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างระบบการเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ และจะช่วยให้ประเทศไทยมุ่งสู่การเป็นเศรษฐกิจดิจิตอลได้อย่างเต็มรูปแบบได้เร็วยิ่งขึ้น ความร่วมมือนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปีที่ผ่านมา โดยเริ่มต้นจากร้านเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาที่มีนักท่องเที่ยวใช้บริการสูง และได้ขยายการรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิตวีซ่าอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งครบทุกสาขาทั่วประเทศ

ตอบรับไลฟ์สไตล์ (Lifestyle) คนรุ่นใหม่ที่อะไรรอบตัวก็เป็นดิจิตอลไปหมด ทำให้การจับจ่ายผ่านระบบใหม่อย่าง QR Code ก็เป็นที่ได้รับความนิยมมากขึ้น สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และไม่จำเป็นต้องถือเงินสดติดตัวไปมากมายอย่างแต่ก่อนแล้ว ทำให้ความสะดวกกับตัวผู้ใช้งานและร้านค้าต่างๆ ยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นี้ได้อย่างลงตัวจนต้องร้องว้าว!เลยทีเดียว โดยครั้งนี้ทางเซเว่น อีเลฟเว่น (Seven-Eleven หรือที่รู้จักกันใน 7-11 นั่นเอง) ได้เปิดบริการชำระเงินผ่านเค้าเตอร์ทุกสาขาทั่วประเทศแล้ว ยิ่งเพิ่มความสะดวกมากยิ่งขึ้น รองรับการชำระแบบ Credit Visa เหมือนเดินช็อปสินค้าอยู่ในห้างเลย บอกได้เลยว่า หิวเมื่อไรก็แวะมาที่ 7-11 พร้อมบัตรเครดิตใบเดียวก็อิ่มได้ยาวๆ

บัตรเครดิตวีซ่า ชำระเงินที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขาทั่วประเทศ

บัตรเครดิตวีซ่า ชำระเงินที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทุกสาขาทั่วประเทศ

นายสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่างวีซ่า ไทยสมาร์ทคาร์ด (Visa Thaismartcard) และร้านเซเว่น อีเลฟเว่น (Seven Eleven) ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการปรับเปลี่ยนการเข้าสู่ยุคการค้าแบบดิจิตอลของประเทศไทย และยังเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับผู้ถือบัตรของเรา ที่สามารถชำระเงินด้วยบัตรเครดิตวีซ่าที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ไม่ว่าจะเป็นการเสียบหรือแตะบัตร และเป็นโอกาสที่ดีที่คนไทยจะได้สัมผัสถึงประสบการณ์การใช้จ่ายที่สะดวกและปลอดภัยจากการชำระเงินผ่านระบบดิจิตอล (Digital Life) ได้มากยิ่งขึ้น”

วีซ่าคือบริษัทผู้ให้บริการด้านเครือข่ายการชำระเงินระดับโลก แก่ลูกค้าบุคคล ธุรกิจ และสถาบันการเงิน ตลอดจนองค์กรรัฐ ในกว่า 200 ประเทศทั่วโลกด้วยเทคโนโลยีด้านเงินตราดิจิตอลที่รวดเร็ว ปลอดภัย และวางใจได้ โดยมี VisaNet หนึ่งในระบบเครือข่ายการทำงานด้านเงินตราดิจิตอลที่ทันสมัยมากที่สุดระบบหนึ่งของโลกเป็นรากฐาน ซึ่งสามารถประมวลและควบคุมการทำธุรกรรมได้กว่า 65,000 รายการในหนึ่งวินาที พร้อมด้วยระบบป้องกันการปลอมแปลงสำหรับลูกค้าบุคคล

และการรับประกันการชำระเงินสำหรับร้านค้า วีซ่าไม่ใช่ธนาคารและมิได้มีบริการการออกบัตร เพิ่มวงเงินเครดิต หรือกำหนดอัตราค่าบริการแก่ผู้ถือบัตร หากแต่ให้บริการนวัตกรรมซึ่งส่งเสริมให้สถาบันการเงินสามารถมอบทางเลือกที่มีความหลากหลายให้แก่ลูกค้าได้ เช่น บริการชำระเงินจากยอดเงินในบัตรเดบิตหรือการใช้จ่ายด้วยวงเงินล่วงหน้า ผ่านผลิตภัณฑ์บัตรเครดิตต่าง ๆ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวีซ่า อ่านได้ที่: www.visa.co.th www.visaapnewsroom.com และ @VisaNews บนทวิตเตอร์

คนยุคใหม่ Gen Y, Z กับสไตล์การทำงานที่ต่างออกไปจากเดิม

กลายเป็นอคติกลาย ๆ เมื่อต้องร่วมงานคนรุ่นใหม่ในองค์กร ภาพจำเดิม ๆ เกี่ยวกับ คนยุคใหม่ Gen Y, Z จะจริงแท้ประการใด เรามาร่วมกันเปิดใจ ลองมองคนทำงานรุ่นใหม่ ด้วยมุมมองที่ต่างออกไปกันอีกครั้ง ว่าเป็นไปตามที่ใคร ๆ เขาว่ามาหรือไม่ … ไม่แน่ว่าเด็กรุ่นใหม่ก็อาจมีข้อดีในการทำงานอีกมากมายที่หลาย ๆ คนอาจมองข้ามไปก็ได้

คนยุคใหม่ Gen Y, Z กับสไตล์การทำงานที่ต่างออกไปจากเดิม

คนยุคใหม่ Gen Y, Z กับสไตล์การทำงานที่ต่างออกไปจากเดิม

1. เชื่อมั่นในตัวเอง รักอิสระ

คนทำงานยุคใหม่มี background ที่เติบโตมาจากการดูแลตัวเองเป็นหลัก เนื่องจากถูกเลี้ยงดูโดยพ่อแม่ที่ต้องทำงานนอกบ้านอยู่ตลอด พวกเขาจึงเติบโตแบบดูแลตัวเองได้ มีความเชื่อมั่นและมั่นใจในตนเองอย่างมาก จึงชอบทำงานสไตล์ชัดเจน ไม่อ้อมค้อม ขณะเดียวกันก็ต้องการอิสระและความยืดหยุ่นในการทำงาน ภายใต้รูปแบบและกระบวนการที่พวกเขาคิดขึ้นมาด้วยตนเอง การตีกรอบในการทำงานจึงไม่เหมาะกับคนรุ่นใหม่ด้วยประการทั้งปวง ลองคิดในอีกแง่ว่า การคิดนอกกรอบบ้าง ก็อาจได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ เป็นการพัฒนาองค์ความรู้ที่น่าสนใจให้เกิดขึ้นภายในองค์กร

2. เชี่ยวชาญการใช้เทคโนโลยี

การเติบโตมาพร้อม ๆ กับเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาอย่างทันสมัย ทำให้คนทำงานยุคใหม่มีความเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยีไปโดยอัตโนมัติ บางคนไม่เพียงแต่เป็นผู้ใช้เทคโนโลยี แต่ยังสามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ โดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือได้ เห็นได้จากเวลาสัมภาษณ์งานคนรุ่นใหม่ พวกเขาต้องการรู้ข้อมูลจากบริษัทมากไปกว่าการรู้เรื่องเงินเดือนและสวัสดิการ แต่ยังต้องรู้ด้วยว่าบริษัทที่เข้าไปร่วมงานด้วยนั้นใช้เทคโนโลยีแบบใด และให้การสนับสนุนด้านเทคโนโลยีในการทำงานมากน้อยเพียงใดอีกด้วย

3. อยู่กับปัจจุบัน ไม่คาดหวังสิ่งที่ยังมาไม่ถึง

คนทำงานยุคใหม่ไม่ต้องการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไปแบบคนรุ่นก่อน พวกเขาไม่ต้องการรอจนเกษียณถึงจะได้บำเหน็จหรือบำนาญ แต่ต้องการที่จะรู้ว่าพวกเขาทำอะไรได้บ้างในปัจจุบัน เพื่อที่จะเพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งต่าง ๆ ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และพวกเขาจะได้รับอะไรจากองค์กรบ้างในวันนี้ ไม่ใช่อีก 5 หรือ 10 ปีข้างหน้า หากองค์กรไม่สามารถชี้แจงสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้อย่างชัดเจน พวกเขาก็พร้อมที่จะเปลี่ยนงานใหม่ได้อย่างไม่ลังเลเช่นกัน

4. มีสายเลือดผู้ประกอบการ ชอบสร้างสรรค์สิ่งใหม่

คนรุ่นใหม่มีความกระตือรือร้นที่จะเป็นนายตัวเองอย่างสูง ประกอบกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบันที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และเอื้ออำนวยให้การดำเนินงานต่าง ๆ ง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก จึงไม่แปลกที่คนรุ่นใหม่จะมีธุรกิจเป็นของตนเองตั้งแต่ยังอายุน้อย พลังความอยากรู้อยากลอง การได้ทดลองลงสนามการทำงานเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ก่อนก้าวไปเป็นเจ้าของกิจการของคนรุ่นใหม่ หากนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อองค์กร จะเอื้อให้องค์กรมีการพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ และมีทางเลือกในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย

5. มีพลังที่จะรับผิดชอบในเรื่องต่าง ๆ

ใครที่คิดว่าคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยมีความรับผิดชอบอาจต้องคิดใหม่ เพราะคนกลุ่มนี้มองว่าภาระหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเป็นการสร้างความท้าทายในชีวิต และเป็นโอกาสในการสร้างเสริมทักษะในด้านต่าง ๆ นอกจากนี้การได้รับการมอบหมายงานเพิ่มขึ้นยังทำให้พวกเขารู้สึกถึงการได้รับความเชื่อถือจากหัวหน้างาน สร้างแรงจูงใจในการทำงานและความผูกพันต่อองค์กรได้อย่างมาก

6. ไม่ชอบให้ใครล้ำเส้น

ไม่มีใครชอบโดนบ่นโดนว่าเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว แต่ที่คนทำงานรุ่นใหม่มักตกเป็นเป้าหมายของการเข้าไปจุกจิกจู้จี้ของหัวหน้างาน ก็เพราะพวกเขาชอบทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จอย่างรวดเร็ว ทำให้มีเวลาว่าง และอาจใช้เวลาที่เหลือไปแบบไม่มีประโยชน์ หัวหน้างานพบเข้าก็ต้องโดนตำหนิ คนรุ่นใหม่จึงรู้สึกว่าถูกล้ำเส้น มีคนเข้ามาวุ่นวายในชีวิตมากเกินไป หากอยากทำงานกับคนรุ่นใหม่ได้อย่างราบรื่น อย่าปล่อยให้พวกเขาว่าง คอยป้อนงานหรือโปรเจกต์ต่าง ๆ ให้ทำอยู่เสมอ จะได้ฝึกฝนฝีมือ แบ่งเบาภาระเพื่อนร่วมงาน และไม่เกิดอาการเบื่อหน่ายจนต้องหาอย่างอื่นทำเพื่อฆ่าเวลา

7. มองหาความเปลี่ยนแปลง ยืดหยุ่น ไม่หยุดนิ่ง

คนยุคนี้มีความพร้อมในการปรับตัวกับกลุ่มคนใหม่ ๆ สถานที่ใหม่ ๆ และสถานการณ์ใหม่ ๆ ได้เสมอ ชอบการเปลี่ยนแปลงไม่หยุดนิ่ง การให้คนรุ่นใหม่ติดอยู่กับตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงนั้น จะทำให้พวกเขาไม่มีความสุขในการทำงาน ควรเปิดโอกาสให้พวกเขาได้เติบโตพัฒนาด้านความรู้ ทักษะ ได้พบปะกับกลุ่มคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ และสั่งสมประสบการณ์ เพื่อความเจริญก้าวหน้าของทั้งตัวคนทำงานและการเติบโตขององค์กรในอนาคต

8. มองเห็นคุณค่าในตนเอง

คนรุ่นใหม่ชื่นชอบองค์กรที่ลงทุนและให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร และดูแลบุคลากรให้ทำงานได้อย่างมีความสุขในทุกด้าน หากองค์กรตอบโจทย์ได้ตรงจุด พวกเขาก็จะทุ่มเททำงานแบบสุดตัวเช่นกัน และพัฒนาตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง ตราบเท่าที่ยังรับรู้ว่าองค์กรยังให้ความสำคัญกับคนทำงาน และมองเห็นคุณค่าในตัวคนทำงานทุกคน

Synology เปิดตัว FlashStation รุ่น FS1018 และ DiskStation

วงการคอมพิวเตอร์ได้เปิดตัวคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่หลายรายการด้วยกันรวมถึงคอมพิวเตอร์เซิฟเวอร์ด้วยโดยทาง Synology เปิดตัว FlashStation ยูนิตสำรองข้อมูล (Network Attached Storage หรือ NAS) ถึง 2 รุ่น ได้แก่ FS1018 และ DS21 ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นเป็นเซิร์ฟเวอร์ที่รองรับทั้ง ไฟล์สตรีมมิ่ง, แบ่งปันข้อมูล และสำรองข้อมูลในรูปแบบตั้งโต๊ะ

Synology เปิดตัว FlashStation รุ่น FS1018 และ DiskStation

Synology เปิดตัว FlashStation รุ่น FS1018 และ DiskStation

FS1018 ยูนิตสำรองข้อมูลประสิทธิภาพสูงขนาด 12 เบย์ ที่มาพร้อมความสามารถการส่งข้อมูลความเร็วสูง และรองรับฮาร์ดดิสแบบ SSD ทั้งหมด ทำงานบนหน่วยประมวลผล Intel® Pentium® แบบ D1508 dual-core และ 8GB DDR4 EEC RAM ที่สามารถเพิ่มขนาด RAM ได้สูงถึง 32GB มีพอร์ตแบบ Gigabit Ethernet LAN จำนวน 4 พอร์ต นอกจากนี้ FS1018 ยังมีประสิทธิภาพสูง สามารถรองรับการใช้งานที่หนักหน่วง โดยสามารถติดตั้ง Network add-on cards ได้บน FS1018 ผ่านช่อง PCIe 3.0 จำนวน 8 สล็อต เพื่อประสิทธิภาพการเขียนข้อมูลได้เร็วกว่า 40K 4K IPOS (อินพุต/เอาต์พุต ต่อวินาที)

ฮาร์ดแวร์สมรรถนะสูงรุ่นใหม่นี้ มาพร้อมกับความสามารถในการทำงานที่หนักหน่วงไม่ว่าจะเป็นการรองรับงานทำงานหลายๆ โปรเจคต์พร้อมกัน รวมถึงการรองรับโฮสได้จำนวนหลายคน ซึ่งโปรแกรมช่วยจัดการไฟล์เสมือนจริงนี้ จะช่วยให้คุณสามารถทดลองซอฟต์แวร์ใหม่ๆ ในแซนด์บ็อกซ์ แยกส่วนไฟล์ของลูกค้าได้อย่างชัดเจน และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับเซิร์ฟเวอร์ของคุณมากขึ้น

“การออกแบบเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นด้านประสิทธิภาพการทำงานหรือการเพิ่มความจุที่เหมาะสม เป็นปัจจัยสำคัญอย่างมากในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเรา แฟลชสเตชั่น รุ่น FS1018 มาพร้อมกับที่ใส่ฮาร์ดดิสแบบ SSD จำนวนกว่า 12 ไดร์ฟ ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์ความจุสูง ขนาดกะทัดรัด ที่เหมาะกับทุกๆ ที่ทำงาน” กล่าวโดย เจสัน แฟน, ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ บริษัท Synology จำกัด

DS218 ยูนิตเก็บขนาด 2 เบย์ ที่ทำงานบนโปรเซสเซอร์ Quad-core ขนาด 64 บิต ส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงด้วยความสามารถในการอ่านและเขียนข้อมูลที่เร็วกว่า 112 MB/s มาพร้อมกับหน่วยความจำ DDR4 ขนาด 2 GB ซึ่งมีความจุมากกว่า 4 เท่าของรุ่นก่อน นอกจากนี้ DS218 ยังรองรับการแปลงไฟล์วีดีโอขนาด 4K 10-bit ฟอร์แมตวีดีโอ H.265 ผ่าน Video Station อีกด้วย

“ปัจจุบันวีดีโอคอนเทนท์ขนาด 4K กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น ยูนิตสำรองข้อมูล DS218 จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์อย่างยิ่ง ด้วยความสามารถการแปลงไฟล์วีดีโอขนาด 4K 10-bit ฟอร์แมตวีดีโอ H.265 ซึ่งถ้าอุปกรณ์ของคุณไม่สามารถรองรับการเล่นวีดีโอขนาด 4K ได้ DS218 เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะสามารกแปลงไฟล์วีดีโอขนาด 4K ให้เป็น 1080p แบบออนไลน์ได้อย่างลื่นไหล เล่นวีดีโอได้โดยไม่ติดขัด มอบประสบการณ์สตรีมมิ่งอัดยอดเยี่ยมให้กับผู้ใช้งาน” ไมเคิล หวัง, ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ บริษัท Synology จำกัด กล่าว

FS1018 และ DS218 ทำงานบนระบบปฏิบัติการ DiskStation Manager (DSM) ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบปฏิบัติการขั้นสูงและใช้งานง่ายที่สุดสำหรับอุปกรณ์สำรองข้อมูลจาก Synology และยังมีแอพพลิเคชั่นหลากหลาย ครอบคลุมทั้งมัลติมีเดีย และการแชร์ไฟล์ เพื่อการทำงานที่มีคุณภาพ สำหรับ NAS โดยเฉพาะ นอกจากนี้ Synology ยังได้รับรางวัลการันตีคุณภาพจากสื่อต่างๆ อาทิ เช่น รางวัลสุดยอด NAS ขนาดกลาง (topping the mid-range NAS category) จาก TechTarget’s และรางวัล PC Mag Readers’ Choice ติดต่อกันถึง 7 ปี

คอหนังซูเปอร์ฮีโร่ ATH-M50x Red ส่งสี Limited Edition

ผู้นำนวัตกรรมหูฟังคุณภาพชั้นนำของเมืองไทย เดินหน้าสร้างสีสันให้ตลาดหูฟังอีกครั้ง ด้วยการอวดโฉมสี Limited Edition จากแบรนด์ออดิโอ เทคนิก้า (Audio Technica) จาก 2 รุ่นที่เป็นนวัตกรรมสุดยอดของแบรนด์ เอาใจ  คอหนังซูเปอร์ฮีโร่ ATH-M50x Red และ ATH-MSR7SE รุกตลาดเอาใจแฟนพันธุ์แท้ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่อย่างเต็มอิ่ม โดยหูฟังทั้ง 2 รุ่นนี้ ได้รับการออกแบบและพัฒนาขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ฟอร์มยักษ์ ผสานเข้ากับความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีด้านเสียงดนตรีขั้นสูงของออดิโอ เทคนิก้าอย่างครบถ้วน เพื่อให้ได้นวัตกรรมหูฟังรุ่นพิเศษที่มีความโดดเด่น ทั้งสีสัน รูปลักษณ์การออกแบบที่หรูหรา และการถ่ายทอดรายละเอียดของเสียงดนตรีได้อย่างคมชัดสมจริงใกล้เคียงกับเสียงที่อัดมาจากต้นฉบับเลยทีเดียว

คอหนังซูเปอร์ฮีโร่ ATH-M50x Red ส่งสี Limited Edition

คอหนังซูเปอร์ฮีโร่ ATH-M50x Red ส่งสี  Limited Edition

สำหรับ ATH-M50x Red นับเป็นหูฟังแบบ Full size ระดับยอดนิยมในกลุ่ม Monitoring ออดิโอ เทคนิก้า ที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการได้ยินทุกรายละเอียดและความเป็นธรรมชาติของเสียงเพลง หรือต้องการใช้งานอัดเสียงในสตูดิโอระดับมืออาชีพ เนื่องจากความโดดเด่นของระบบเสียงสุดคมชัด โดยไม่ปรุงแต่งย่านเสียงต่างๆ ทำให้ได้รายะเอียดของเสียงที่สมดุลครบเครื่องในทุกย่านเสียงและพลังเสียงเบสที่นุ่มลึก พร้อมกับไดร์ฟเวอร์ขับเสียงขนาดใหญ่ 45 มิลลิเมตร ช่วยให้การถ่ายทอดเสียงมีความชัดเจนและสมจริงเป็นธรรมชาติใกล้เคียงกับต้นฉบับเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ATH-M50x Red ยังโดดเด่นด้วยการออกแบบสุดเรียบหรูด้วยดีไซน์ตัวเครื่องสีแดงตัดกับสีทอง ขณะที่ตัวหูฟังผลิตจากวัสดุพลาสติกขึ้นรูปชั้นเยี่ยมพร้อมที่ครอบหูเกรดเดียวกับหูฟังมืออาชีพ ให้ความสบาย ทำให้สามารถใส่ฟังเพลงได้เป็นเวลานานโดยไม่เจ็บหู และช่วยให้ได้ยินเสียงเพลงคมชัดทุกรายละเอียด ไม่โดนรบกวนจากเสียงภายนอก ทั้งยังทนทาน สามารถพับเก็บใส่กระเป๋าและหมุนได้ 90 องศา อีกทั้งสายหูฟังยังสามารถถอดออกได้ จึงเหมาะกับการพกพาใช้งานเมื่อเดินทางได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น โดยมาพร้อมกับสายหูฟังถึง 3 เส้นให้เลือกตามการใช้งาน ได้แก่ สายขด 3 เมตร, สายตรง 3 เมตร และ สายตรง 1.2 เมตร โดย ATH-M50x Red พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ในราคา 7,290 บาท

ขณะที่ ATH-MSR7SE เป็นสุดยอดนวัตกรรมหูฟังรุ่นพิเศษที่ได้รับการพัฒนาด้านเทคโนโลยีด้านเสียงต่อยอดจากความสำเร็จของหูฟังรุ่น ATH-MSR7 ที่ได้รับรางวัลจากสถาบันต่างๆมากมาย โดยเป็นหูฟังแบบครอบหูที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ใหม่ล่าสุด ด้วยอลูมิเนียมชั้นเยี่ยม สีน้ำเงินเมทัลลิคเข้มตัดกับสีทองอ่อน ซึ่งทำให้ตัวเครื่องมีความสวยงามโดดเด่นและหรูหราอย่างมาก พร้อมหูฟังหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์สีน้ำตาลบุภายในด้วยเมมโมรีโฟมขึ้นรูปให้เข้ากับรูปทรงใบหูมากขึ้น ทำให้เกิดความคมชัดของเสียงย่านต่ำอย่างชัดเจน และป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอก นอกจากนี้ ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีเสียงคุณภาพใหม่ล่าสุดของ ATH-SR9 เข้ามาอยู่ในหูฟังตัวนี้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ไดร์ฟเวอร์ขับเสียง True Motion Drivers ขนาด 45 มิลลิเมตร ที่มาพร้อมไดอะแฟรมใหม่แบบ Diamond-like Coated (-DLC) ทำให้เสียงแน่น สามารถตอบสนองสัญญาณเสียงรวดเร็วยิ่งขึ้นและลดความเพี้ยนของเสียง และยังทำการตอบสนองในย่านเสียงสูงที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการฟังเพลงแบบ hi-res ในอุปกรณ์ฟังเพลงแบบพกพา หรือโทรศัพท์มือถือ ยิ่งไปกว่านั้นยังมาพร้อมกับสายพรีเมี่ยมทำจากทองแดง 6N-OFC (99.9999% Oxygen-free Copper) ความยาว 1.2 เมตร ซึ่งช่วยลดสัญญาณรบกวนทำให้เสียงมีความแม่นยำและคมชัดยิ่งขึ้น ส่วนตัวหูฟังทำจากอลูมีเนียม ทำให้มีน้ำหนักเบาเพียง 290 กรัมเท่านั้น พร้อมกับมีไมโครโฟนและรีโมทเพื่อใช้งานเป็น Small Talk ได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้นอีกด้วย โดย ATH-MSR7SE พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ในราคา 9,900 บาท

สำหรับคอหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่สนใจสามารถหาซื้อและสัมผัสประสบการณ์ฟังเพลงสุดคมชัดของสุดยอดนวัตกรรมหูฟังจาก “ออดิโอ เทคนิก้า” (Audio Technica) รุ่น Limited Edition ทั้ง 2 รุ่นใหม่ล่าสุดได้แล้ววันนี้ที่ มั่นคงแก็ดเจ็ท (เปิดตัวที่สาขาพารากอน วันที่ 1 -3 ธันวาคม 2560), ร้าน Audio Visual “ซาวน์พรู๊ฟบราเธอร์ และ โปรปลั๊กอิน” รวมถึงร้านค้าออนไลน์ เมอร์คูล่าร์ และ แก็ดเจ็ตไทย สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทาง www.rtbtechnology.com

อาร์ทีบีฯ เปิดตัว Jabra Elite 25e หูฟังบลูทธูรุ่นใหม่ล่าสุด

ตอกย้ำจุดยืนผู้นำนวัตกรรมหูฟังคุณภาพของเมืองไทย เดินหน้ามอบประสบการณ์ฟังเพลงอย่างต่อเนื่อง ด้วยการ เปิดตัว Jabra Elite 25e หูฟังบลูทธรุ่นใหม่ล่าสุด ชูจุดเด่นอยู่ที่ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่อันทรงพลัง ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครบเครื่องทั้งฟังเพลงและสนทนาต่อเนื่องถึง 18 ชั่วโมง และสแตนด์บายได้ถึง 22 วันต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ด้วยไดร์เวอร์ขับเสียงขนาด 10 ม.ม. ทำให้ถ่ายทอดคุณภาพเสียงออกมาได้ชัดใส ฟังสบาย มาพร้อมกับไมโครโฟนที่ช่วยในการตัดเสียงลมและเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อมรอบข้างให้เสียงที่ชัดใส นอกจากนี้ยังได้รับการทดสอบการทนต่อละอองน้ำและฝุ่นระดับมาตราฐาน IP54 อีกด้วย

อาร์ทีบีฯ เปิดตัว Jabra Elite 25e หูฟังบลูทธูรุ่นใหม่ล่าสุด

อาร์ทีบีฯ เปิดตัว Jabra Elite 25e หูฟังบลูทธูรุ่นใหม่ล่าสุด

ยิ่งไปกว่านั้น “Jabra Elite 25e” (จาบร้า อีลิท ทเวนตี้ไฟว์ อี) ยังโดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่เรียบง่ายในดีไซน์แบบคล้องคอ ขาสามารถดัดได้ ทำให้กระชับรับกับสรีระรอบคอทุกรูปแบบ ช่วยให้การสวมใส่สบาย ด้วยหูฟังแบบอินเอียร์(In-Ear) ที่มาพร้อมกับ EarGels รูปทรงใหม่หลากหลายขนาด ซึ่งจะทำให้กระชับกับหูทุกรูปแบบ และมีน้ำหนักเบาเพียง 48 กรัม ทำให้คล่องตัวขณะใช้งาน อีกทั้งยังรองรับไลฟ์สไตล์ในการดำเนินชีวิตที่เร่งรีบแอคทีฟตลอดเวลาแบบคนยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี ในขณะที่ตัวหูฟังผลิตจากวัสดุเกรดพรีเมี่ยม ทำให้ทนทาน สวมใส่สบายตลอดวัน เพิ่มความมั่นใจและจัดเก็บง่ายด้วยแถบแม่เหล็กบนสายหูฟัง ที่จะช่วยให้คุณพกพาไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก ไม่เกะกะ อีกทั้งยังมีโหมดประหยัดพลังงาน เพียงนำแถบแม่เหล็กของหูฟังทั้ง 2 ข้างมาติดกันเครื่องจะปิดเองโดยอัตโนมัติ และเมื่อดึงหูฟังทั้งสองออกจากกันเครื่องก็จะทำงานโดยอัตโนมัติด้วยเช่นกัน รวมถึงผู้ใช้งานยังสามารถใช้งานฟังก์ชั่น Siri™ หรือ Google Now™ ได้อย่างง่ายดายด้วยการกดปุ่มเพียงปุ่มเดียว และรองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วยอุปกรณ์ได้สูงสุดถึง 8 เครื่องด้วยกันโดยผ่านทาง Bluetooth® 4.1 ซึ่งจะทำให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับทุกการใช้งานได้อย่างเต็มอรรถรส พบกับหูฟังบลูทูธรุ่นใหม่ล่าสุด “Jabra Elite 25e” (จาบร้า อีลิท ทเวนตี้ไฟว์ อี) ได้แล้ววันนี้ ในราคา 2,990 บาท ตัวเครื่องมีสีเดียวคือ สีดำ สามารถหาซื้อได้ที่ Jamart, iStudio, .Life, Power Buy, Power Mall, www.lazada.co.th and www.gadgetthai.net หรือสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทาง www.rtbtechnology.com RTB DEBUTS JABRA ELITE 25E THE LATEST BLUETOOTH HEADPHONES UNRIVALLING WITH POWERFUL BATTERY EFFICIENCY FOR CONTINUING USE UP TO 18 HOURS