จุดไฟให้กับการทำงาน ให้กลับมาลุกโชนอีกครั้งด้วยวิธีง่ายๆ

หลายๆคน อาจจะเคยรู้สึกหมดไฟ ในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตหรือแม้แต่ในการทำงาน ไม่ได้มีเพียงแต่พนักงานทั่วไปเท่านั้นยังรวมไปถึงนายจ้าง หัวหน้างาน หรือแม้กระทั่ง ฟรีแลนซ์ ก็หมดไฟทำงานได้เหมือนกันนะ เราขอแนะนำ 5 วิธีจุดไฟในการทำงานใกลับมาลุกโชนอีกครั้ง

จุดไฟให้กับการทำงาน ให้กลับมาลุกโชนอีกครั้งด้วยวิธีง่ายๆ

จุดไฟให้กับการทำงาน ให้กลับมาลุกโชนอีกครั้งด้วยวิธีง่ายๆ

1.ให้เวลาตัวเองกับสิ่งที่ชอบ

เหนื่อยนักก็พักซะหน่อย ตึงไปก็ผ่อนบ้าง แล้วให้เวลาได้เติมพลังตัวเองกับสิ่งที่ชอบ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม หรืองานอดิเรกที่ชอบ ดูหนัง ฟังเพลง แฮงค์เอ้าท์กับเพื่อน ช็อปปิ้ง เล่นดนตรี อ่านหนังสือ ทำอาหาร ท่องเที่ยว ไปทะเล ปืนเขา ฯลฯ ไม่ได้หมายความว่าต้องไปท่องโลกกว้างอย่างเดียว ทิ้งทุกอย่างแล้วไปค้นหาตัวเองอย่างเดียว แต่ทำอะไรก็ได้ที่เราเอนจอย โดยปราศจากความกังวล ช่วงเวลาที่มีคุณภาพกับสิ่งที่เราชอบ จะช่วยให้เรามีแรงต่อสู้กับเรื่องหนักๆ อื่นๆ ในชีวิตต่อไป

2.เพิ่มความรู้ให้ตัวเอง
อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เรายิ่งนอย และหงุดหงิดไม่พอใจในสถานะของตัวเอง ก็คือ ความรู้สึกว่าตัวเองดีไม่พอ และไม่มั่นใจในตัวเอง เทคนิคง่ายๆ ที่ช่วยแก้ไขสถานะที่ไม่มั่นคงนี้ก็คือ เพิ่มความรู้ให้ตัวเองซะสิ อาจจะอ่านหนังสือ อ่านบทความในเรื่องที่เราสนใจ หรือไปลงเรียนคอร์สเพื่อศึกษาเพิ่มเติมในเรื่องนั้นๆ ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

4. ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน
การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน จะช่วยทำให้เราเห็นภาพ และไล่เรียงออกมาได้เป็นส่วนๆ ว่าต้องทำอะไร อย่างไร ให้เสร็จเมื่อไหร่ ตรงนี้จะช่วยลดอาการกังวล และเบื่อหน่ายลงไปได้ เพราะเราจะเห็นชัดเจนขึ้นว่ามันมีวันเสร็จสิ้น ไม่ใช่ลากยาวให้เหนื่อยแบบไร้จุดจบ รู้สึกอีกแค่นิดเดียว แล้วเราก็จะได้ไปพักแล้วนะ

5.มีเช็คลิสของตัวเอง
ช่วงที่เราหมดไฟ มักจะเป็นเหมือนช่วง “ดำดิ่ง” ของชีวิต มองไปทางไหนก็มืดแปดด้าน หรือมองอีกแง่ก็คือ เราไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ตรงไหน จึงเกิดความเครียดขึ้นไปอีก วิธีการแก้ก็คือ มีเช็คลิสให้ตัวเอง คอยสำรวจตัวเองอยู่เสมอว่า เราอยู่จุดไหนแล้ว เป้าหมายของเราคืออะไร ห่างไกลแค่ไหน ถ้าจริงๆ เราใกล้ถึงแล้ว ก็จะถือเป็นกำลังใจกับตัวเอง หรือถ้าเราเห็นว่าจะมีอะไรที่แก้ไข พัฒนาให้ดีขึ้นได้ ก็เป็นจุดเริ่มต้นให้เราทำอะไรบางอย่าง แบบมีจุดหมายไม่ไร้ทิศทาง

5.นึกถึงผลลัพธ์มากกว่าอุปสรรค
เลิกคิดแง่ลบ เลิกกังวลถึงอุปสรรคที่จะเกิดขึ้นระหว่างทาง ไม่ว่าทำอะไร ปัญหาก็อาจเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น ล้มได้ก็ลุกได้ แทนที่จะมัวคิดกังวล ก็เปลี่ยนไปนึกไปถึงรสชาติของความสำเร็จที่เราจะได้ลิ้มรสแทน สิ่งดีๆที่จะเกิดขึ้น หากเราทำสิ่งนี้ได้ เหมือนเด็กๆ ที่พ่อแม่มักจะมีทริคเล็กๆ ช่วยให้ลูกๆมีกำลังใจเวลาเรียน เช่น ถ้าสอบได้จะได้ไปเที่ยวทะเล ก็เหมือนกับชีวิตการทำงานของเรา ถ้าเราทำได้ เราจะภูมิใจกับผลงานของเราแน่นอน

ฉีกทุกกฏเกณฑ์ HUAWEI P30 Series – Super Camera Smartphone

หัวเว่ยจัดงานเปิดตัว HUAWEI P30 Series สุดยอดสมาร์ทโฟนที่ฉีกทุกกฏเกณฑ์ของการถ่ายภาพ มาพร้อมกับการยกเครื่องกล้องใหม่ทั้งหมดตั้งแต่เซนเซอร์และตัวเลนส์ โดยเฉพาะเลนส์ SuperZoom ที่ซูมสูงสุดถึง 50 เท่า ทำงานร่วมกับระบบกันสั่น OIS และ AIS ให้ถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้อย่างยอดเยี่ยม คมชัดในทุกสถานการณ์ และกล้อง HUAWEI ToF ให้ได้ภาพโบเก้สวยงามมีมิติเหมือนมืออาชีพ รวมไปถึงประสิทธิภาพอันทรงพลังและนวัตกรรมอันล้ำสมัยบนดีไซน์และสีสันสะกดทุกสายตา พร้อมเปิดทัพผลิตภัณฑ์ครบครันทั้ง HUAWEI MateBook 13, HUAWEI Watch GT Active, HUAWEI Watch GT Elegant Edition และ HUAWEI Back-up จัดแฟชั่นโชว์แบรนด์ดังอย่าง Tube Gallery และ Hook’s by Prapakas โดยมี ‘ลูกเกด-เมทินี’ เดินชุดฟินาเล่ และยังมีดาราอย่าง เคน-ภูภูมิ มิ้นต์-ชาลิดา และ พีค-ภัทรศยา ร่วมเป็นสักขีพยานภายในงาน HUAWEI P30 Series พร้อมเปิดให้พรีออเดอร์ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม – 8 เมษายนพร้อมโปรโมชั่นสุดเร้าใจ!

ฉีกทุกกฏเกณฑ์ HUAWEI P30 Series - Super Camera Smartphone

ฉีกทุกกฏเกณฑ์ HUAWEI P30 Series – Super Camera Smartphone

มร. อิงมาร์ หวาง ผู้อำนวยการ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “หัวเว่ยตอกย้ำความเป็นผู้นำสมาร์ทโฟนเพื่อการถ่ายภาพ ต่อยอดความสำเร็จอย่างถล่มทลายของ P20 Series ที่มีจุดเด่นในการพัฒนากล้องร่วมกับ Leica มาตั้งแต่ P9 และยังคงคิดค้นนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้บริโภค นอกไปจากนี้หัวเว่ยยังเป็นผู้นำทางด้านคลื่นความถี่ 5G เป็นแบรนด์เดียวที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมตั้งแต่ระบบชิปเซ็ต ดีไวซ์ ระบบคลาวด์ และอุปกรณ์เครือข่ายต่างๆ อย่างครบวงจร ที่จะมาเปลี่ยนรูปแบบเทคโนโลยีการสื่อสารให้ทุกคนใกล้กันมากกว่าเดิม”

นายทศพร นิษฐานนท์ รองผู้อำนวยการ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “สมาร์ทโฟนในปัจจุบันมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการถ่ายรูปที่ในยุคนี้ใครๆ ก็อยากจะถ่ายรูปและแชร์แก่เพื่อนๆ ในโลกโซเชียล โดย P30 Series ต่อยอดจาก P20 Series ที่ได้รับผลตอบรับที่ดีอย่างล้นหลาม พร้อมที่จะมาฉีกกฏเกณฑ์และสร้างบรรทัดฐานใหม่ของการถ่ายภาพบนสมาร์ทโฟนในทุกรูปแบบ หัวเว่ยเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคจึงมุ่งเน้นวิจัยและพัฒนานวัตกรรมต่อเนื่องอย่างไม่หยุดยั้ง โดยมีการคิดค้นและพัฒนาร่วมกับ Leica จนออกมาเป็น Leica Quad Camera System ออกแบบเซนเซอร์ใหม่ HUAWEI SuperSpectrum, เลนส์ SuperZoom และ
กล้องใหม่อย่าง HUAWEI ToF ที่ทำให้กล้องทำงานร่วมกับ AI แยกแยะและสร้างภาพชัดหลังเบลอได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยตัวเซนเซอร์ใหม่นั้นสามารถรับแสงได้ดีขึ้นร่วมกับระบบกันสั่น OIS และ AIS จนสามารถถ่ายภาพในที่มีแสงน้อยได้อย่างน่าทึ่ง”

HUAWEI P30 Series ประกอบด้วย HUAWEI P30 และ HUAWEI P30 Pro พร้อมที่จะฉีกทุกกฏเกณฑ์เหนือความคาดหมาย การันตีด้วยผลคะแนน DxOMark สูงที่สุดในขณะนี้ถึง 112 คะแนน โดย P30 Pro มาพร้อม Leica Quad Camera System ประกอบไปด้วยกล้องถ่ายภาพหลักความละเอียด 40 ล้านพิกเซลที่ใช้เซนเซอร์รับแสงรูปแบบใหม่ซึ่งมีขนาดพิกเซลรับแสงที่ใหญ่ขึ้น HUAWEI SuperSpectrum กล้องอัลตราไวด์ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล กล้องถ่ายภาพระยะไกลความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้องสำหรับการวัดระยะวัตถุด้วยแสง (ToF Camera) รวมไปถึงกล้องหน้าที่พัฒนาไปอีกขั้นบนความละเอียด 32 ล้านพิกเซล พร้อมด้วยนวัตกรรมสุดล้ำจากการทำงานร่วมกันของ HUAWEI AIS, OIS และกล้องรูรับแสงกว้าง f/1.6 และเลนส์ SuperZoom ระบบซูมที่รองรับออพติคัลซูมสูงสุด 5 เท่า ไฮบริดซูมสูงสุด 10 เท่า และดิจิทัลซูมสูงสุด 50 เท่า ทั้งยังพัฒนาการถ่ายวิดีโอให้ล้ำไปอีกขั้น ให้การถ่ายวิดีโอในที่มืดสวย คมชัด และเพิ่มฟีเจอร์ Dual-view Video ที่กล้องสามารถถ่ายวิดีโอได้หลายระยะในเวลาเดียวกัน แถมยังอัดแน่นเต็มประสิทธิภาพด้วยชิปเซ็ท Kirin 980 ระบบสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ (In-Screen Fingerprint) HUAWEI SuperCharge ที่ให้กำลังไฟฟ้าได้ถึง 40 วัตต์

สำหรับครั้งนี้พิเศษยิ่งกว่า เสริมทัพด้วยน้องเล็ก HUAWEI P30 Lite สมาร์ทโฟนราคาสุดคุ้ม กล้องหลังสามตัวเพื่อคนรักเซลฟี่ ประกอบไปด้วยกล้องหลักความละเอียด 24 ล้านพิกเซล กล้องอัลตราไวด์ 8 ล้านพิกเซล และ 2 ล้านพิกเซล สำหรับการสร้างโบเก้ ส่วนกล้องหน้าจัดเต็ม 32 ล้านพิกเซล เอาใจสายเซลฟี่ที่แท้จริง ถ่ายสวยคมชัดทุกองศา บนชิปเซ็ต Kirin 710

ยกทัพเสริม Ecosystem ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นด้วย HUAWEI MateBook 13 ขุมพลังจากหน่วยประมวลผลกลาง Intel® Core™ i7-8565U processor รุ่นที่ 8 และหน่วยประมวลผลกราฟิก NVIDIA® GeForce® MX150
ช่องพัดลมระบายอากาศ HUAWEI Shark Fin Fans 2.0 ที่ ช่วยระบายความร้อนได้ดีขึ้น ใช้หน้าจอแบบ FullView ที่มีอัตราส่วนการแสดงผลที่ 3:2 มีอัตราส่วนหน้าจอต่อขอบหน้าจอที่ร้อยละ 88 และรองรับการสัมผัสแบบมัลติทัช
สูงสุด 10 จุด ขนาดบางเพียง 14.9 มิลลิเมตร น้ำหนักเบาเพียง 1.28 กิโลกรัม สามารถส่งไฟล์ได้อย่างรวดเร็วด้วย One-Hop ผสมผสานเทคโนโลยี NFC และ WLAN เพื่อการส่งไฟล์ที่เพียงแค่แนบสมาร์ทโฟนกับบริเวณตัวเครื่องเท่านั้น
HUAWEI WATCH GT Active Edition และ Elegant Edition สมาร์ทวอทซ์คู่ใจทุกการเคลื่อนไหว ที่พัฒนาสายรัดข้อมือแบบใหม่ ผลิตจาก Fluoroelastomer ที่มีความทนทาน และกระชับข้อมือ โดยชูจุดเด่น HUAWEI TruSeen™ 3.0
ที่ไม่ว่าจะเดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือแข่งไตรกีฬา ก็มั่นใจได้ว่าทุกการเคลื่อนไหวจะไม่ถูกปล่อยให้คลาดสายตา หรือแม้แต่เวลาที่นอนหลับด้วย TruSleep™ 2.0 พร้อมแบตเตอรี่ใช้งานได้อย่างยาวนาน และ HUAWEI Back-Up
ที่เก็บข้อมูลขนาดพกพาความจุมากถึง 1TB สามารถทำการส่งไฟล์ข้อมูลและชาร์จไฟแบบเร็วได้ในเวลาเดียวกันด้วยสายเพียงเส้นเดียว ใช้งานได้ทั้งสมาร์ทโฟนและโน๊ตบุ้ค พกพาง่าย กันฝุ่นและละอองน้ำ เพื่อชีวิตที่สมบูรณ์และสะดวกสบายยิ่งขึ้น

ภายในงานมีแขกรับเชิญมากมาย อาทิ ดีไซน์เนอร์จากแบรนด์สุดร้อนแรงแห่งยุค Tube Gallery และ Hook’s by Prapakas สร้างสรรค์แฟชั่นโชว์คอลเล็คชั่นพิเศษโดยได้รับแรงบันดาลใจจากสีสันของ HUAWEI P30 Series อย่าง Breathing Crystal และ Aurora โดยมีนางแบบสุดฮ็อตตลอดกาลอย่าง ‘ลูกเกด-เมทินี’ มาร่วมเดินแบบในชุดฟินาเล่พร้อมสะกดทุกสายตาของผู้ร่วมงาน ทั้งการแบ่งปันแรงบันดาลใจและประสบการณ์ในการใช้งาน HUAWEI P30 Series
จาก พันธ์สิริ สิริเวชชะพันธ์ ช่างภาพแฟชั่นชั้นนำและพบกับ เคน-ภูภูมิ มิ้นต์-ชาลิดา และ พีค-ภัทรศยา ดารารับเชิญที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในการเปิดตัวครั้งนี้อีกด้วย

7 ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดกรุงไทย NEXT สู่แอปทางธุรกรรมเพื่อคนไทยตัวจริง

“หลังจากเปิดตัวแอป กรุงไทย NEXT ที่ให้บริการผู้ใช้ด้วยฟีเจอร์หลัก คือ โอนเงิน ที่ใช้ง่าย สะดวก รวดเร็ว และไม่เสียค่าธรรมเนียม ทั้งโอนข้ามเขตและโอนต่างธนาคาร พร้อมยกระดับความปลอดภัยมั่นใจทุกครั้งที่โอน เติมเงิน ผู้ใช้สามารถเติมเงินค่าโทรศัพท์เอไอเอส, ทรู, ดีแทค, My By CAT, Easy Pass และ M-PASS จ่ายเงิน ที่มีเน็ตเวิร์คการทำธุรกรรมการเงินครอบคลุมที่สุดในประเทศ มีผู้นิยมใช้บริการอย่างรวดเร็วและแพร่หลาย ภายใน 3 เดือนพบว่ามียอดดาวน์โหลดแอป กรุงไทย NEXT ถึง 4 ล้านยูสเซอร์ และเพื่อให้ กรุงไทย NEXT ก้าวขึ้นสู่อีกขั้นแห่งนวัตกรรมการเงินที่ครบวงจรพร้อมเป็นแอปที่หนึ่งในใจคนไทยตัวจริง ล่าสุดเปิดตัว 7 ฟีเจอร์ใหม่ ได้แก่ ถอนเงินไม่ใช้บัตร – เปิดบัญชีออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ – ซื้อประกัน – กู้และจ่ายสินเชื่อ – สมาร์ท AI – ตรวจสอบเครดิตบูโร – เงินเข้าออกไลน์บอกฟรี

7 ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดกรุงไทย NEXT สู่แอปทางธุรกรรมเพื่อคนไทยตัวจริง

7 ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดกรุงไทย NEXT สู่แอปทางธุรกรรมเพื่อคนไทยตัวจริง

7 ฟีเจอร์ใหม่นี้จะช่วยให้การทำธุรกรรมของผู้ใช้บริการครบวงจร สะดวกมากยิ่งขึ้น ประกอบด้วยฟีเจอร์ ถอนเงินไม่ใช้บัตร ถอนเงินสดได้ทันทีไม่ต้องใช้บัตรเอทีเอ็ม เพียงทำรายการถอนเงินผ่านแอปเพื่อสร้างรหัสถอนเงิน (Withdrawal Code) แล้วนำไปถอนเงินจากเครื่องเอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทยได้อย่างสะดวกสบาย เปิดบัญชีออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ เปิดบัญชีออมทรัพย์โดยไม่กำหนดวงเงินขั้นต่ำและไม่เสียค่าธรรมเนียมรักษาบัญชี หากไม่มีความเคลื่อนไหว ซื้อประกัน สามารถซื้อประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) และประกันการเดินทางให้ตัวเองหรือเพื่อนร่วมทริปได้สูงสุดถึง 5 คน และมีผลคุ้มครองทันที นับเป็นมิติใหม่ของการซื้อประกันที่สะดวก ง่าย รวดเร็วในยุคไทยแลนด์ 4.0 กู้และจ่ายสินเชื่อ สามารถกู้และจ่ายสินเชื่อธนวัฏผ่านแอปแบบครบวงจร ตั้งแต่สมัครสินเชื่อ (e-Application) ส่งเอกสารประกอบสินเชื่อ (e-Document) ให้ความยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลเครดิต (e-NCB Consent) โดยเฉพาะการทำสัญญาสินเชื่อแบบ e-Contract โดยไม่ต้องเตรียมสำเนาเอกสาร นับเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของวงการธนาคารไทยที่สามารถให้บริการกู้และจ่ายสินเชื่อผ่าน Mobile Application ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง (สามารถใช้งานได้ 25 มีนาคม เป็นต้นไป)

นอกจากนี้ยังมี สมาร์ท AI เป็นแอปอัจฉริยะ คล้ายผู้ช่วยส่วนตัวที่รู้ใจ นำ AI มาช่วยวิเคราะห์ประมวลผล เลือกแสดงรายการหรือโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะผู้ใช้งานแต่ละราย ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้ตรงจุดด้วยรายการแนะนำโอนเติมจ่ายอัจฉริยะ (Smart Transaction) และโปรโมชั่นรู้ใจคุณ (Smart Promotion) บริการตรวจข้อมูลเครดิตบูโร ลูกค้าสามารถตรวจข้อมูลเครดิตบูโรผ่านแอป กรุงไทย NEXT ด้วยตนเอง ทุกที่ทุกเวลาตลอด 24 ชั่วโมง และ เงินเข้าออกไลน์บอกฟรี บริการล่าสุดใน Krungthai Connext ไม่ว่าจะทำธุรกรรมโอนเติมจ่าย รู้ได้ทันทีด้วยบริการแจ้งเตือน ผ่าน LINE ฟรี เพียงแค่แอด LINE Official Account: @Krungthaiconnext และกรอกข้อมูลส่วนตัว (สามารถใช้งานได้วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นต้นไป)

นายผยง กล่าวเสริมว่า ด้วยประสิทธิภาพที่เหนือกว่าอีกขั้นของการโอนเติมจ่ายผนวกกับฟีเจอร์ใหม่ ทำให้กรุงไทย NEXT เป็นฮับของธุรกรรมการเงินที่ครบวงจรและครอบคลุมที่สุดในประเทศ ยังให้ความสำคัญกับการทำให้ผู้ใช้บริการรับรู้คุณสมบัติและใช้ฟีเจอร์ต่างๆ อย่างเข้าใจ และกระจายการใช้งานสู่วงกว้าง ดังนั้น ธนาคารจึงใช้กลยุทธ์การสื่อสารทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เจาะกลุ่มลูกค้าที่มีอยู่ทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพฯ หัวเมืองใหญ่และในต่างจังหวัด ด้วยกลยุทธ์ป่าล้อมเมือง โดยเริ่มจัดกิจกรรมพาดาราชื่อดังพบปะประชาชนในเทศกาลสำคัญๆ ทั่วประเทศในปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น งานเดือนยี่เป็งจังหวัดเชียงใหม่ งานเทศกาลนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์จังหวัดนครปฐม งานประเพณีชักพระ-ทอดผ้าป่า-แข่งเรือยาวประจำปี จังหวัดสุราษฎร์ธานี งานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยวและงานกาชาด จังหวัดขอนแก่น และล่าสุดได้จับมือพรีเซ็นเตอร์ “ณเดชน์ คูกิมิยะ” นำขบวนรถมังกรทอง กรุงไทย NEXT ร่วมขบวนแห่แห่งศรัทธา ในงาน 103 ปี ตรุษจีนปากน้ำโพ จังหวัดนครสววรค์ พร้อมมอบโปรแรงมังกรสะดุ้ง! เมื่อจ่ายผ่านกรุงไทย NEXT ให้คนไทยช็อปง่าย จ่ายสะดวก ไร้สะดุดรับปีหมูทองคำ เมื่อสแกนชำระเงินผ่าน QR Code เป๋าตุง กรุงไทย ด้วยแอป กรุงไทย NEXT ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการภายในงาน ระหว่างวันที่ 29 ม.ค. – 9 ก.พ. 62 และธนาคารมีแผนเดินสายในงานประเพณีและเทศกาลต่างๆ ตลอดปีอีกด้วย

“เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ กรุงไทย NEXT ชีวิตครบ แอปเดียวอยู่ และยกระดับมาตรฐานธุรกรรมการเงินที่สะดวก รวดเร็ว ง่าย และปลอดภัย ในปีนี้ธนาคาร ยังคงมุ่งมั่นสร้างการรับรู้และแนะนำการใช้แอป กรุงไทย NEXT ด้วยการเดินสายโร้ดโชว์ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคและพบปะประชาชนกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ด้วยกิจกรรมต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อกระตุ้นการใช้งานแอปในกลุ่มลูกค้าทุกพื้นที่ในต่างจังหวัด โดยคาดว่าจะมีผู้ใช้งาน 10 ล้านคนภายในปี 2562 อย่างแน่นอน” นายผยง ศรีวณิช กล่าวสรุป

ชี้ องค์กรและธุรกิจทั่วโลก ได้รับผลประโยชน์จากการปฏิรูปสู่ดิจิทัล

ผู้นำระดับโลกด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นด้านการบริหารจัดการพลังงาน และระบบออโตเมชั่น เผยรายงาน Global Digital Transformation Benefits Report 2019 รายงานเกี่ยวกับผลประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิรูปสู่ดิจิทัลทั่วโลก ประจำปี 2019 ซึ่งเป็นการนำเสนอบทพิสูจน์ที่เห็นเป็นรูปธรรมของพลังแห่งการปฏิรูปสู่ดิจิทัลที่แผ่ขยายไปทั่วโลกทั้งในอุตสาหกรรม การพาณิชย์ และภาครัฐฯ บทพิสูจน์ดังกล่าว ล้วนมาจากประโยชน์ทางธุรกิจในหลายรูปแบบทั้งในเชิงลึก เชิงปริมาณ จาก 230 โครงการของลูกค้าที่ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้ให้บริการเสร็จสิ้นสมบูรณ์ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา จาก 41 ประเทศ ซึ่งล้วนแล้วแต่ใช้ EcoStruxure ซึ่งเป็นทั้งแพลตฟอร์ม และสถาปัตยกรรมของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค

ชี้ องค์กรและธุรกิจทั่วโลก ได้รับผลประโยชน์จากการปฏิรูปสู่ดิจิทัล

ชี้ องค์กรและธุรกิจทั่วโลก ได้รับผลประโยชน์จากการปฏิรูปสู่ดิจิทัล

เป้าหมายของรายงานดังกล่าวคือการนำเสนอการเปรียบเทียบศักยภาพของการปฏิรูปดิจิทัลในการบริหารจัดการพลังงานและระบบออโตเมชั่นบนฐานของความเป็นจริงที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้อ่าน โดยหัวใจสำคัญของรายงานดังกล่าวคือ ประโยชน์หลักที่ธุรกิจจะได้รับจากการปฏิรูปสู่ดิจิทัลใน 12 เรื่อง ซึ่งแยกออกเป็น 3 ประเภท แต่ละประเภทล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าใช้จ่ายในการลงทุน (CapEx) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OpEx) รวมถึงประเด็นความยั่งยืน ความเร็ว และประสิทธิภาพ ทั้งนี้การรายงานมุ่งเน้นที่ 4 กลุ่มหลักที่มีผลต่อเศรษฐกิจ ได้แก่อาคาร ดาต้าเซ็นเตอร์ อุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งหมดอยู่ระหว่างการปฏิรูป ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงในระดับพื้นฐานทั้งเรื่องวิถีการใช้ชีวิตของผู้คน รวมถึงการทำงาน และการพักผ่อน

การประหยัดค่าใช้จ่ายในการลงทุน และการดำเนินงานเป็นสิ่งสำคัญมาก

บทพิสูจน์ที่ได้จากรายงาน นับเป็นการจบข้อกังขาและความกังวลในตลาดที่ว่าการปฏิรูปสู่ดิจิทัลเป็นการลงทุนที่แพง เพราะต้องใช้ระบบใหม่และการทำงานร่วมกับกระบวนการเดิม ซึ่งจากที่รายงานได้ศึกษาโครงการของลูกค้า ชี้ให้เห็นถึงบทพิสูจน์ที่ได้ผลตรงกันข้าม

โดยการศึกษาดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าการเปลี่ยนกระบวนการต่างๆ ทางวิศวกรรมไปสู่ระบบดิจิทัล สามารถช่วยธุรกิจและองค์กรต่างๆ ประหยัดค่าใช้จ่ายในการลงทุน และใช้เวลาได้อย่างเหมาะสมได้ถึง 35% โดยเฉลี่ย นอกจากนี้ ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการใช้สินทรัพย์และระบบงานใหม่ เฉลี่ยถึง 29%

การศึกษายังเผยให้เห็นว่าการเปลี่ยนกระบวนการทำงานสู่ระบบดิจิทัล เพื่อควบคุมการใช้ IoT ให้ผลลัพธ์ในการประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้มาก นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดียิ่งขึ้น ทั้งเรื่องประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ ความปลอดภัย และความยั่งยืน โดยทั้งองค์กรและภาคธุรกิจต่างรายงานถึงการประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนของการใช้พลังงานได้ถึง 24 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการปรับปรุงกระบวนการทำงานสู่ระบบดิจิทัล

ในการประยุกต์ใช้งานในภาคอุตสาหกรรม การปฏิรูปสู่ดิจิทัล ช่วยให้องค์กรธุรกิจใช้ทรัพยากรน้อยลง แต่ได้ผลลัพธ์มากขึ้น เช่น เพิ่มผลผลิตมากขึ้นแต่ใช้พลังงานน้อยลง ใช้วัตถุดิบน้อยลง ใช้แรงงานต่อชั่วโมงน้อยลง โดยสามารถเพิ่มผลผลิตได้มากถึง 50% เหล่านี้เป็นผลที่ได้จากประสิทธิภาพในการบริหารจัดการพลังงานและระบบออโตเมชั่น ผ่านห่วงโซ่แห่งคุณค่า (value chain) ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการติดตาม IoT ตลอดจนการช่วยให้สายการผลิตดำเนินงานได้โดยอัตโนมัติ

ทศวรรษแห่งประสบการณ์ในการปฏิรูปสู่ดิจิทัล

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้เริ่มเดินทางสู่การปฏิรูปดิจิทัลหลายปีมาแล้ว โดยในปี 2009 ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้เปิดตัว EcoStruxure™ ซึ่งเป็นทั้งสถาปัตยกรรมและแพลตฟอร์ม ที่ให้ศักยภาพด้าน IoT ติดตั้งง่ายแบบ plug and play อีกทั้งยังเป็นระบบเปิด สามารถทำงานร่วมกันกับระบบอื่นๆ ได้

ปัจจุบันนี้ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้เพิ่มบริการด้านคลาวด์และดิจิทัล เพื่อให้ EcoStruxure™ สามารถนำเสนอประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นไปอีก ทั้งความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ ประสิทธิภาพ ความยั่งยืน และความสามารถในการเชื่อมต่อ โดย EcoStruxure™ ได้นำความล้ำหน้าด้าน IoT โมบิลิตี้ ระบบเซ็นเซอร์ คลาวด์ การวิเคราะห์ และไซเบอร์ซิเคียวริตี้ มาช่วยในการนำเสนอนวัตกรรมในทุกระดับ ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ที่มีเชื่อมต่อ ระบบควบคุมการใช้อุปกรณ์ปลายทาง (Edge Control) และแอปพลิเคชั่น รวมถึงการวิเคราะห์ และบริการต่างๆ โดยที่ผ่านมา EcoStruxure ได้มีการติดตั้งใช้งานมากกว่า 480,000 ไซต์งาน โดยมีผู้วางระบบและผู้พัฒนากว่า 20,000 รายให้การสนับสนุน และมีการเชื่อมต่อการทำงานร่วมกับอุปกรณ์มากกว่า 1.6 ล้านรายการ โดยมีการบริหารจัดการ ผ่านบริการด้านดิจิทัลมากกว่า 40 บริการ ซึ่งจำนวน 45 เปอร์เซ็นต์ของยอดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ในปี 2017 ทั้งหมด เป็นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ IoT ที่สร้างบนแพลตฟอร์ม EcoStruxure™

เรื่องราวที่น่าสนใจมากขึ้นที่ปรากฏในผลรายงานเกี่ยวกับพลังแห่งดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นในการจัดการพลังงานและระบบออโตเมชั่น ก็คือ เมื่อธุรกิจก้าวเข้าสู่ดิจิทัลทั้งการบริหารจัดการพลังงาน และระบบออโตเมชั่น ทั้งสองส่วนทำงานผสานกันเพื่อขับเคลื่อนสิ่งที่ยิ่งใหญ่ขึ้น ซึ่งเป็นคุณค่าที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

“การปฏิรูปสู่ดิจิทัล เป็นหนทางเดียวที่จะสร้างเสถียรภาพ และประสิทธิภาพให้กับทั้งบริษัท ด้วยเทคโนโลยีเช่น อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ หรือ IoT รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่หรือ Big Data ทำให้หลายบริษัทสามารถสร้างประสิทธิภาพ และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน” มร.ฌอง ปาสคาล ตริคัวร์ ประธานบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าว “รายงานของเราชี้ให้เห็นว่าธุรกิจและองค์กรมากมาย ล้วนต้องการอำนาจที่เชื่อมั่นได้ ในการบริหารจัดการความซับซ้อน เพื่อปลดล็อคประสิทธิภาพการปฏิรูปสู่ดิจิทัลได้อย่างเต็มพิกัด ซึ่งเทคโนโลยีของเราสร้างบน EcoStruxure™ ช่วยควบคุมพลังแห่งดิจิทัล ช่วยให้ลูกค้าของเราได้รับประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ปลอดภัยยิ่งขึ้น มีความน่าเชื่อถือ เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้ทั้งหมด ให้ความยั่งยืน นับว่าเป็นผู้นำในเศรษฐกิจดิจิทัลใหม่นี้อย่างแท้จริง”

งาน เพื่อนร่วมงานน่าเบื่อ เจอซ้ำซากแบบนี้จะทำยังไงให้ดีขึ้น?

นั่งทำงานมาจนจะครบปี งานบนหน้าตักยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทำงานก็พลาดบ่อย นายก็น่าเบื่อ เพื่อนร่วมงานก็ไม่น่าคบ ครั้นจะลาออก เปลี่ยนงานใหม่ก็เสียดายเงินเดือน เจอแบบนี้ทั้ง งาน เพื่อนร่วมงานน่าเบื่อ ทำอย่างไรดีหละ? ถึงคุณจะเป็น ฟรีแลนซ์ ก็ต้องเจอลูกค้าแบบนี้เช่นกัน หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เกลียดวันจันทร์ และนั่งทำงานแบบเคาท์ดาวน์รอวันศุกร์ อยากบอกคุณว่า โชคดีแค่ไหนที่คุณมีงานทำ และนี่คือวิธีจุดไฟทำงานในตัวคุณเองได้ง่าย ๆ เพื่อเพิ่มความสุขให้กับการทำงานของคุณ

งาน เพื่อนร่วมงานน่าเบื่อ เจอซ้ำซากแบบนี้จะทำยังไงให้ดีขึ้น

งาน เพื่อนร่วมงานน่าเบื่อ เจอซ้ำซากแบบนี้จะทำยังไงให้ดีขึ้น?

หาเวลาพักผ่อน

การนั่งทำงานบนความเบื่อหน่ายนาน ๆ ยิ่งทำให้งานออกมาไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นรีบเคลียร์งานให้เสร็จ ใช้สิทธิวันลาทั้งหมดที่มี แล้วออกเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ที่คุณไม่เคยไป พร้อมพ๊อคเก็ตบุ๊คเล่มโปรด และเพลงบนเพลย์ลิสต์ที่ช่วยทำให้คุณผ่อนคลาย

หากบริษัทของคุณมี flexible benefit (สวัสดิการแบบยืดหยุ่น) ให้ แล้วคุณไม่เคยใช้มันเลย เวลานี้ก็เป็นโอกาสดีที่คุณจะนำไปใช้ซื้อตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม ทำสปา ฟิตเนส นวดหน้าทำหน้า ซื้อหนังสือ เสื้อผ้า หรือสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่คุณอยากได้ หรือสวัสดิการต่าง ๆ ตามแต่ละบริษัทของคุณ ที่จะช่วยให้คุณได้ผ่อนคลายและพักผ่อนได้ จะยิ่งเพิ่มความสุขให้คุณขึ้นได้

นึกถึงวันทำงานวันแรก

หลังกลับจากการลาพักร้อนแล้ว หากยังรู้สึกเบื่อกับงานที่ทำ ให้คุณนึกย้อนไปถึงวันแรกที่บริษัทตอบรับคุณเข้าทำงาน ข้อดีต่าง ๆ ที่ทำให้คุณตัดสินใจเข้าร่วมทำงานในบริษัท นึกถึงความตื่นเต้นตอนเจ้านายมอบหมายงานชิ้นแรกให้คุณ ความกระตือรือร้นที่คุณพยายามทำช่วงทดลองงานจนผ่านโปร อาจจะช่วยจุดไฟในตัวคุณได้

มองโลกในแง่บวก

การมองโลกในแง่บวกจะช่วยทำให้คุณผ่านพ้นความรู้สึกเบื่อหน่ายที่เกิดขึ้น ลองคิดดูว่าคุณโชคดีแค่ไหนที่มีงานทำ ในขณะที่ใครหลายคนกำลังตกงาน ในขณะที่เจ้าของกิจการหลายรายกำลังประสบปัญหาขาดทุน แต่คุณเป็นพนักงานบริษัทที่มีเงินเดือนเข้าบัญชีทุกสิ้นเดือน มีเงินส่งเลี้ยงดูพ่อแม่ มีเงินส่งลูกเรียนในโรงเรียนดี ๆ มีเงินซื้อของที่อยากได้ มีเงินท่องเที่ยวในที่ที่อยากไป

ปิดหูปิดตา

เมื่อต้องเจอกับเจ้านายที่น่าเบื่อ เพื่อนร่วมงานที่ไม่น่าคบ ให้คุณมาทำงาน -เลิกงานตามเวลาที่บริษัทกำหนด เดินเข้าออฟฟิศแบบปิดหููปิดตา ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นกับสิ่งที่เกิดขึ้นในบริษัท ก้มหน้าทำงานตามที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด ให้ผลงานออกมาตามเป้าหมายที่คุณตั้งไว้ หรือหากมีโอกาสทำงานใหญ่ คุณอาจรับอาสาทำแบบเงียบ ๆ ตั้งใจทำให้เสร็จ เพื่อผลงานเข้าตาผู้บริหารใหญ่ คุณอาจได้รับการโปรโมทเลื่อนตำแหน่งงาน

ให้รางวัลตัวเอง

เคยคิดบ้างไหมว่าทุกวันนี้ คุณก้มหน้าก้มตาทนทำงานด้วยความเครียดไปเพื่ออะไร? หากคุณยังตอบไม่ได้ คุณลองตั้งเป้าหมายให้กับตัวคุณเอง ยกตัวอย่างเช่น “หากชั้นทำงานโปรเจคนี้สำเร็จ ชั้นจะให้รางวัลตัวเองด้วยอาหารบุฟเฟ่ต์โรงแรมหรู หรือการซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับคุณทุกครั้งที่หยิบมันขึ้นมาสะพายไปทำงาน และหากคุณมีเงินมากพอ อาจตั้งเป้ารางวัลให้ตัวเองด้วยการนำโบนัสปลายปี ไปซื้อบ้านหลังใหม่ หรือรถยนต์คันใหม่ที่ช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคุณสุขสบายมากยิ่งขึ้นก็ได้

หาเวลาพัฒนาตัวเอง

หากงานมันซ้ำซากจำเจมากนัก ลองหาเวลาลงสมัครเรียนคอร์สระยะสั้น หาความรู้ และประสบการณ์ใหม่ในสายงานที่คุณทำ ให้คุณมีโอกาสมองเห็นโลกที่มันกว้างกว่าสังคมออฟฟิศเดิม ๆ ของคุณ ได้รู้จักเพื่อนร่วมคอร์สเรียนใหม่ ๆ ซึ่งคุณอาจนำความรู้ที่ได้มาใช้พัฒนางานที่คุณทำอยู่ในปัจจุบัน หรือมองหาโอกาสเปลี่ยนงานใหม่ในตำแหน่งสูงขึ้น และผลตอบแทนมากขึ้นได้

หาเวลาออกกำลังกาย

การออกกำลังกายหลังเลิกงานประมาณ 20 นาที จะช่วยให้ร่างกายหลั่งสารโดพามีน (Dopamine) และสารเอ็นดอร์ฟิน (Endorphine) หรือสารแห่งความสุขออกมา ซึ่งสารดังกล่าวจะช่วยลดระดับความตึงเครียดในร่างกาย ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และสมองปลอดโปร่ง อีกทั้งยังช่วยให้คุณรู้สึกกระฉับกระเฉง มีไฟที่จะทำงานอีกด้วย

ทรานส์เซนด์ เปิดตัว StoreJet 25C3S ไดรฟ์เก็บข้อมูลแบบพกพา

ทรานส์เซนด์ เปิดตัว StoreJet 25C3S ไดรฟ์เก็บข้อมูลแบบพกพาที่มาพร้อมเคสแบบอลูมิเนียมที่มีสไตล์ ทรานส์เซนด์ อินฟอร์เมชัน, อิงค์ (Transcend) ผู้นำการผลิตอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลและผลิตภัณฑ์มัลติมีเดียภูมีใจนำเสนอ StoreJet 25C3S ซึ่งเป็นหนึ่งในไดรฟ์แบบพกพาจากตระกูล StoreJet ที่มีความหรูหราด้วยตัวเคสที่ทำจากอลูมิเนียมอัลลอย พร้อมด้วยอินเทอร์เฟซ USB 3.1 Gen1 ที่ให้อัตราการรับส่งข้อมูลที่รวดเร็ว ทำให้ StoreJet 25C3S เป็นไดรฟ์แบบพกพาที่มีความสมบูรณ์แบบทั้งเรื่องของดีไซน์และเทคโนโลยีเบาบางอย่างหรูหรา

ทรานส์เซนด์ เปิดตัว StoreJet 25C3S ไดรฟ์เก็บข้อมูลแบบพกพา

ทรานส์เซนด์ เปิดตัว StoreJet 25C3S ไดรฟ์เก็บข้อมูลแบบพกพา

Transcend StoreJet 25C3S เป็นไดรฟ์แบบพกพาที่มีความบางมากเพียง 9.95 มิลลิเมตร ใช้พื้นที่เพียงเล็กน้อยในการพกพาไม่ว่าจะเป็นในกระเป๋าถือหรือกระเป๋าเอกสาร ตัวเคสของไดรฟ์ทำจากอลูมิเนียมอัลลอย ที่มีน้ำหนักเบาเพียง 133 กรัม ทำให้เป็นไดรฟ์ที่เหมาะสมอย่างมากในการพกพาออกไปทำงานหรือในระหว่างเดินทาง ตัวเคสอลูมิเนียมถูกเติมลวดลายด้วยการพ่นทรายพร้อมการเคลือบเงาพร้อมป้องกันการเกิดออกไซด์ ช่วยสะท้อนถึงรสนิยมที่ดีของคุณและเข้ากันได้ดีกับอุปกรณ์ที่เป็นเทคโนโลยีอื่น ๆ ตัวเคสยังถูกตัดขอบมาอย่างพิถีพิถันด้วยเครื่อง CNC พร้อมด้วยโลโก Transcend ปั๊มนูนบนตัวเคสทำให้รู้สึกได้ถึงความมีสไตล์และมีคุณภาพ

ความเร็วและความจุ

StoreJet 25C3S ใช้อินเทอร์เฟซ USB 3.1 Gen1 ที่ใช้มาตรฐาน UASP (USB Attached SCSI Protocol) ช่วยให้มีอัตราการรับส่งข้อมูลได้สูงถึง 5Gbps นอกจากนี้แล้ว StoreJet 25C3S ยังมาพร้อมกับสาย USB Type-C และสายแปลง USB Type-C to Type-A ทำให้สามารถทำไปใช้งานร่วมกับเดสก์ท็อปพีซีหรือโน้ตบุ๊กที่มีพอร์ต USB Type-C หรือพอร์ต USB 3.1 ได้อย่างสะดวก StoreJet 253C ได้รับการฟอร์แมตเป็น NTFS เพื่อให้พรอ้มใช้งานได้ทันทีเมื่อนำออกจากกล่อง ไดรฟ์รุ่นนี้มีความจุให้เลือกใช้สูงสุดถึง 2TB ช่วยให้ผู้ใช้มีพื้นที่มาพอสำหรับการจัดเก็บข้อมูลและการสำรองข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพความละเอียดสูง หรือวิดีโอความละเอียด 4K รวมถึงไฟล์มัลติมีเดียชนิดอื่น ๆ ได้ในไดรฟ์เดียว

ซอฟต์แวร์ Transcend Elite และ RecoveRx

ทรานส์เซนด์ได้มอบมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ใช้ด้วยซอฟต์แวร์จัดการข้อมูลและซอฟต์แวร์สำหรับกู้ข้อมูล ได้แก่ Transcend Elite และ RocoveRx, ซอฟต์แวร์ Transcend Elite เป็นเครื่องมือสำหรับการจัดการข้อมูลชั้นสูงที่ช่วยจัดการแฟ้มข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงการปกป้องข้อมูลด้วยการเข้ารหัสแบบ 256-bit AES ที่ให้ความปลอดภัยสูง ป้องกันการเข้าถึงข้อมูลจากผู้ไม่พึงประสงค์, ซอฟต์แวร์ RevoceRx ยูทิลิตีที่ใช้สำหรับเรียกคืนข้อมูลที่อาจจะถูกลบไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ภาพถ่าย ไฟล์วิดีโอ ไฟล์เพลง และไฟล์เอกสารต่าง ๆ ซอฟต์แวร์ทั้งสองนี้ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจากเว็บไซต์ของทรานส์เซนด์

การรับประกัน

Transcend StoreJet 25C3S ฮาร์ดไดรฟ์แบบพกมามีให้เลือกทั้งความจุ 1TB และ 2TB รับประกันโดยทรานส์เซนด์เป็นเวลา 3 ปี

###################

Transcend Introduces Ultra Slim Portable Storage StoreJet 25C3S in a Stylish Aluminum design

Transcend Information, Inc. (Transcend ), a leading manufacturer of storage and multimedia products, is proud to introduce the StoreJet 25C3S as the latest addition to its StoreJet Luxury series. Featuring a luxury aluminum alloy housing with a USB 3.1 Gen1 interface for blazing-fast transfer rates, the StoreJet 25C3S portable hard drive perfectly integrates style and technology.

Slim and Elegant

Transcend’s StoreJet 25C3S external hard drive is ultra-slim at just 9.95mm, taking up little space in your bag or briefcase. Housed in an aluminum alloy, the drive weighs in at just 133g, making it the perfect business or travel companion. The sleek aluminum casing has been polished, sandblasted, and anodized. It reflects your good taste while complementing your other tech devices. The CNC-finished edges and the Transcend logo embossed on the case speak volumes about your commitment to style and quality.

Fast and Capacious

The StoreJet 25C3S is equipped with the USB 3.1 Gen 1 interface with the support of UASP (USB Attached SCSI Protocol), providing lightning-fast transfer rates of up to 5Gbps. In addition, the StoreJet 25C3S comes with both a USB Type-C cable and a USB Type-C to Type-A cable to accommodate desktops and laptops featuring the USB Type-C or USB 3.1 interface. Despite its unmatched transfer rates, the StoreJet 25C3S is pre-formatted NTFS file system allowing use right out of the box. It provides up to 2TB of storage capacity, allowing users plenty of space for backups, as well as storing high-resolution images, 4K videos, and other media files to a single location.

Value-Added Software: Transcend Elite and RecoveRx

For additional value, Transcend’s offers its exclusive data management and data recovery software – Transcend Elite and RecoveRx. Transcend Elite is advanced data management software that keeps important files organized, protected, and up-to-date. It can even protect files with a powerful 256-bit AES encryption so that data are kept safe from any unauthorized access. RecoveRx is a free data recovery utility that allows you to search deep within a storage device for traces of erased files including digital photos, documents, music, and videos. Both the software can be downloaded from Transcend’s website for free.

Warranty

Transcend’s StoreJet 25C3S portable hard drive is offered in 1TB and 2TB capacities and backed by Transcend’s Three-year Limited Warranty.

กล้องถ่ายภาพ ด้วยฟีเจอร์ HiVision สุดล้ำ

ลองคิดถึงชีวิตที่ล้ำสุดๆ เหมือนโลกอนาคต อย่างสายเฮลตี้ที่จะเปิดกล้องสมาร์ทโฟนมาสแกนแล้วรู้ว่ามื้ออาหารตรงหน้าที่เรากำลังจะรับประทานนั้นแต่ละจานมีแคลอรี่เท่าไหร่ สายท่องเที่ยวที่อยากรู้ว่าแลนด์มาร์กตรงหน้ามีชื่อว่าอะไรและประวัติคืออะไร หรือสายช้อปที่เห็นรูปกระเป๋าแล้วอยากรู้ว่าราคาเท่าไหร่และคลิกเข้าไปซื้อในเว็บได้เลย ไม่ต้องรอถึงปี 2020 เพราะ ณ เวลานี้ปี 2018 สมาร์ทโฟนก็ทำได้แล้ว! เพราะนอกจาก HUAWEI Mate 20 Series ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานซึ่งมาพร้อมระบบปฏิบัติการสุดล้ำ EMUI 9.0 เจนเนอเรชั่นล่าสุดที่มอบฟีเจอร์แห่งโลกอนาคตให้ทุกคนได้ใช้กัน หัวเว่ยเตรียมอัพเดต EMUI 9.0 บนสมาร์ทโฟน HUAWEI P20 Series และ HUAWEI Mate 10 Series ให้ได้สัมผัสกับฟีเจอร์ล้ำๆ กันภายในเดือนธันวาคมนี้อีกด้วย ดังนั้นเรามาส่องฟีเจอร์เจ๋งๆจาก EMUI 9.0 กันเลย

กล้องถ่ายภาพ ด้วยฟีเจอร์ HiVision สุดล้ำ

กล้องถ่ายภาพ ด้วยฟีเจอร์ HiVision สุดล้ำฒ

สแกนแคลอรี่ในอาหาร แปลภาษาต่างประเทศแบบเรียลไทม์แบบล้ำๆ ด้วยกล้องสมาร์ทโฟนและ AI

เพราะ EMUI 9.0 บนระบบปฏิบัติการ Android P ในสมาร์ทโฟนระดับแฟลกชิปของหัวเว่ย อย่าง HUAWEI Mate 20 Series รองรับอัลกอริทึ่มการเรียนรู้ของเทคโนโลยี AI (AI self-learning algorithms) ช่วยเพิ่มความฟีเจอร์สุดล้ำที่น่าสนใจ อย่าง AI Calories ที่สามารถตรวจสอบแคลอรี่อาหารตามปริมาตร เพียงแค่สแกนวัตถุด้วยกล้องรวมไปถึง HiVision ใช้กล้องสแกนเพื่อดูข้อมูลเกี่ยวกับจุดชมวิว ภาพวาดที่มีชื่อเสียงเวลาไปท่องเที่ยงได้อีกด้วย หรือฟีเจอร์ HiTouch ที่ให้สามารถกดคลิกค้างที่รูปสินค้าเพื่อดูข้อมูลสินค้าและราคา พร้อมสามารถลิ้งก์เข้าไปซื้อที่เว็บ e-Commerce ชั้นนำได้เลยทันที

ไปเที่ยวต่างประเทศ แปลเมนูอาหารไม่ออก ภาพประกอบก็ไม่มี ต้องการคนช่วยแปล ทำอย่างไร? เปิดกล้องสมาร์ทโฟน AI Translator ช่วยแปลเมนูภาษาต่างประเทศที่เราอ่านไม่ออกแบบเรียลไทม์ได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์น่ารักให้เล่นได้สนุกๆ อย่าง 3D Live Object Modeling สำหรับสร้างสรรค์คาแรกเตอร์จำลองแบบอินเตอร์แอคทีฟ โดยการใช้กล้องสแกนของเล่นหรือสิ่งของด้วย 3D Depth Sensing Camera เพื่อสร้างเป็น AI Live เป็นโมเดลน่ารักๆ จากสิ่งของที่สแกนให้เคลื่อนไหวได้บนโต๊ะทำงาน และถ่ายภาพหรือบันทึกเป็นวิดีโอส่งต่อให้เพื่อนได้แปลกใจ

EMUI 9.0 มีอะไรเด็ดอีก?

ตัวช่วยส่วนตัวสำหรับ Workaholic ทำให้ชีวิตการทำงานง่ายขึ้น ไปพรีเซนต์งานที่ออฟฟิศลูกค้า แค่เซฟไฟล์ลงสมาร์ทโฟนก็แชร์พรีเซนเทชั่นขึ้นจอในห้องประชุมได้ทันที และสามารถเขียนคอมเมนท์ จดโน้ต บันทึกภาพหน้าจอในระหว่างพรีเซนต์ได้ รวมไปถึงช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวโดยไม่แสดงสายเรียกเข้าและข้อความขึ้นบนหน้าจอใหญ่อีกด้วย
สมาร์ทโฟนทำงานเร็วขึ้น โดย EMUI 9.0 สามารถจัดสรรทรัพยากรระบบอย่างมีประสิทธิภาพและสอดประสานกันในทุกส่วน ทำให้การทำงานโดยรวมเร็วขึ้น 12.9% จากรุ่นก่อน เปิดแอพพลิเคชั่นได้เร็วขึ้น เช่น สามารถเปิด Instagram ได้เร็วขึ้น 12% และเปิด Spotify ได้เร็วขึ้น 11%
เล่นเกมมันขึ้นกว่าเดิม เพราะรีดพลังของ GPU Turbo ทำให้เล่นเกมได้ลื่นไหลกว่าเดิมและยังช่วยควบคุมอุณหภูมิของเครื่องไม่ให้เครื่องร้อนขณะเล่นเกม และสามารถใช้งานสมาร์ทโฟนได้อย่างเสถียรและลื่นไหลตลอดอายุการใช้งาน
บาลานซ์ชีวิตบนโลกดิจิทัลด้วยฟีเจอร์ Digital Balance ที่จะช่วยบริหารเวลาการใช้งานสมาร์ทโฟนในแต่ละวัน ว่าในหนึ่งวันเปิดแอพพลิเคชั่นใดบ้าง เป็นเวลากี่ชั่วโมง โดยผู้ใช้สามารถจำกัดเวลาการใช้แอพฯ บางแอพฯ ได้ เช่น ผู้ปกครองสามารถจำกัดเวลาการเล่นเกมของเด็กๆ ได้วันละ 2 ชั่วโมงจากนั้นแอพฯ จะปิดเพื่อให้เด็กๆ ไปทำกิจกรรมสนุกๆ อย่างอื่นนอกบ้าน รวมถึงสมาร์ทโฟนสามารถเปลี่ยนหน้าจอเป็นสีเทาเพื่อเตือนเราว่าได้เวลาเข้านอนแล้วอีกด้วย
ออกแบบน่าใช้งาน โดย EMUI 9.0 ได้รับการปรับแต่งองค์ประกอบต่างๆ ใหม่ทั้ง สภาพแวดล้อมภายใน EMUI 9.0 ที่มีการออกแบบ UI ด้วยสี ภาพ และเสียงของธรรมชาติ พร้อมปรับปรุง UX โดยเน้นการทำงานที่เร็วขึ้นและลื่นไหลยิ่งขึ้นของการแสดงผลแอนิเมชั่นและการใช้งานหลายแอพฯ หน้าการตั้งค่าที่ใช้งานง่ายขึ้น เมนูสวย เรียบง่าย และเป็นหมวดหมู่ยิ่งขึ้น รองรับการใช้งานแบบเลื่อนนิ้วและแตะแทนการกดได้
EMUI 9.0 สามารถใช้ได้แล้วบน HUAWEI Mate 20 Series และเตรียมพร้อมให้อัพเดตได้บน HUAWEI P20 Series และ HUAWEI Mate 10 Pro ได้ภายในธันวาคมนี้

RICOH เข้าร่วมงาน November Series 2018 ต่อยอดความเป็นสุดยอด

เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัท ริโก้ (ประเทศไทย) จำกัด RICOH เข้าร่วมงาน November Series 2018 ซึ่งจัดขึ้นที่ห้องวายุภักษ์ 5-7 ชั้น 5 โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซอร์เตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ โดยทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDE) ร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (ATCI) ได้ร่วมมือกันจัด 3 โครงการเพื่อผลักดันการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในประเทศ โดยงานในครั้งนี้เป็นการสัมมนาแบบเต็มวัน พร้อมจัดแสดงผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับที่วิทยากรบรรยาย งานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายฐานข้อมูลลูกค้าใหม่ให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาพร้อมศึกษานวัตกรรม และผลิตภัณฑ์ใหม่จากทาง RICOH

RICOH เข้าร่วมงาน November Series 2018 ต่อยอดความเป็นสุดยอด

RICOH เข้าร่วมงาน November Series 2018 ต่อยอดความเป็นสุดยอด

ภายในงานมีการบรรยายที่เปี่ยมไปด้วยความรู้เกี่ยวกับ Robotics Summit ภายใต้ธีม Shaping the Future with Robotics and AI ในหัวข้อ“Leveraging Automation Intelligence” ซึ่งมีผู้เข้าร่วมฟังบรรยายเป็นผู้บริหารหน่วยงานเอกชน ภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจของกลุ่มธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ ค้าปลีก และยานยนต์ หัวข้องานในครั้งนี้ได้กล่าวถึง RPA หรือ Robotic Process Automation คือ กระบวนการทำงานอัตโนมัติด้วยหุ่นยนต์RPA เป็นโซลูชั่นที่ทำงานได้เสมือนพนักงานคนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการ Click, Select,Copy, Paste หรือ Field entry เราสามารถมอง RPA ได้ว่าเป็นหุ่นยนต์ตัวหนึ่ง แต่ไม่มีรูปร่างหน้าตา ไม่มีแขนขา เหมือนหุ่นยนต์ปกติทั่วไป
“RPA ไม่ได้ผลิตมาเพื่อแย่งงานมนุษย์ แต่เพื่อช่วยให้มนุษย์ทำงานได้สะดวกรวดเร็วขึ้น ลดข้อผิดพลาด และการย้อนกลับไปแก้ปัญหา”

RPA เหมาะสำหรับงานประเภทที่เป็นรูทีน หรืองานประเภทซ้ำซากที่ต้องทำถี่ ๆ โดยจะต้องมีเงื่อนไขหรือกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน NICE RPA สามารถจำแนกออกเป็นสองประเภท คือ Desktop Automation และ Robot

1. Desktop Automation สามารถเรียกได้ว่าเป็นเสมือนผู้ช่วยที่อยู่บนหน้าจอ desktop สามารถทำงานไปพร้อม ๆ กับคน โดยไม่เกิดการแย่งการใช้งานคอมพิวเตอร์กันเพียงแต่ต้องใช้คนละแอปพลิเคชัน

2. Robot เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการทำงานตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ เพียงแค่มีการตั้งค่า trigger หรือ schedule เอาไว้ ซึ่ง NICE RPAประเภทนี้สามารถทำงานได้ 24 ชั่วโมง ไม่มีการอู้งาน ลาพักร้อน หรือลาป่วย

ข้อดีของ RPA คือ สามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง, ลดค่าใช้จ่าย เช่น ค่าโอที หรือความเสียหายที่เกิดจากข้อมูลผิดพลาด, ช่วยให้ทำงานได้ไวขึ้นและลด human error ภาพรวมจึงทำให้พนักงาน มีความสุขมากขึ้น มีเวลาในการพัฒนาตนเอง และศักยภาพในการทำงานมากขึ้น มีเวลาให้กับตนเอง ครอบครัว และเพื่อนๆ KPI ในการทำงานเพิ่มสูงขึ้น, ลูกค้ามีความพึงพอใจกับการให้บริการที่รวดเร็ว และข้อผิดพลาดที่น้อยลง ส่งผลให้บริษัทลดค่าใช้จ่ายจากการนำไปแก้ไข้หรือชดเชยสิ่งที่ผิดพลาด ช่วยเพิ่ม loyalty ของพนักงาน และลูกค้าต่อองค์กร

เผยเคล็ดไม่ลับติดอันดับ 5 ท็อปซัพพลายเชนในยุโรป ประจำปี 2018

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นในการจัดการพลังงาน และระบบออโตเมชั่น เผยถึงการก้าวกระโดดข้าม 2 อันดับ จนขึ้นแท่นผู้นำอันดับที่ 5 ในทำเนียบ 15 ท็อปซัพพลายเชน ในทวีปยุโรป โดยได้มีการประกาศการจัดอันดับดังกล่าวในงานประชุมผู้นำด้านซัพพลายเชน ซึ่งเป็นงานประจำปีที่จัดโดยการ์ทเนอร์ ณ กรุงลอนดอน เมื่อเร็วๆ นี้

เผยเคล็ดไม่ลับติดอันดับ 5 ท็อปซัพพลายเชนในยุโรป ประจำปี 2018

เผยเคล็ดไม่ลับติดอันดับ 5 ท็อปซัพพลายเชนในยุโรป ประจำปี 2018

ทะยานสู่ท็อป 5 ของทำเนียบผู้นำยุโรปของการ์ทเนอร์

“เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้ก้าวขึ้นสู่ท็อป 5 ของทำเนียบรายชื่อผู้นำในยุโรปของการ์ทเนอร์ โดยในปีที่ผ่านมานับว่าเป็นหนึ่งในการปฏิรูปสู่ดิจิทัลที่เข้มข้นมากสำหรับเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราได้เร่งปฏิรูปด้วยการปรับใช้ระบบโรงงานอัจฉริยะในยุโรป (และประเทศต่างๆ ทั่วโลก) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางไปสู่ซัพพลายเชน 4.0 ที่เชื่อมต่อและมอบความยั่งยืนในแบบที่ตรงต่อความต้องการเฉพาะของเรา ซึ่งรางวัลนี้เป็นผลมาจากความพยายามอย่างไม่หยุดหย่อนของพนักงานที่ดูแลด้านซัพพลายเชนทั่วโลก รวมถึงการมีส่วนร่วมของพนักงานในการมอบคุณภาพและความเป็นเลิศด้านซัพพลายเชนให้กับลูกค้า” นายมัวราด ทามัวด์ รองประธานบริหาร การดำเนินงานโกลบอลซัพพลายเชน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าว

นายมัวราด กล่าวต่อว่า “การติดตั้งโซลูชัน EcoStruxure™ ของชไนเดอร์ อิเล็คทริคที่ไซต์งานของเราเอง ยังแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จภายในองค์กร ในการริเริ่มปฏิรูประบบดิจิทัลให้กับลูกค้า โดยเราจะยังคงเดินหน้าติดตั้งระบบดิจิทัลในทั่วโลก เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จ สร้างผลกระทบในเรื่องของประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านซัพพลายเชนของเรา เพื่อให้เกิดความเป็นเลิศในการดำเนินงาน พร้อมสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจของกลุ่ม เราจะยังคงเดินหน้าด้วยความรวดเร็วและสร้างนวัตกรรมเพื่อนำคุณค่ามามอบให้กับลูกค้าในโลกอุตสาหกรรมยุคดิจิทัลนี้”

นำคุณค่ามาสู่ลูกค้าในโลกอุตสาหกรรมดิจิทัล

ตามรายงานของการ์ทเนอร์ มีแนวโน้มหลักอยู่ 3 ประการ ที่บรรดาผู้นำด้านซัพพลายเชนในยุโรปต่างมีเหมือนกัน

การขยายความสามารถด้านดิจิทัลของซัพพลายเชน – โดยใช้ระบบหุ่นยนต์อัตโนมัติ (robotic automation) ใช้เซ็นเซอร์เป็นฐานในการมอนิเตอร์ เทคโนโลยีเสริมจริง (AR) และโปรแกรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการมอบบริการที่ดีเลิศให้กับลูกค้า โดยมีการขยายจากโรงงาน คลังสินค้าและแบ็คออฟฟิศ นอกจากนี้ บริษัทต่างๆ ยังทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการประสานงานได้อย่างสอดคล้องครบวงจรตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง (end-to-end) ตั้งแต่เรื่องของอุปสงค์ ย้อนกลับไปยังอุปทานทั้งในเรื่องการผลิตและการจัดหา
มีการประสานความร่วมมือที่ดีกับลูกค้า ทั้งการให้บริการและมอบประสบการณ์ที่ดี – มุ่งเน้นที่การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในภาพรวม ด้วยความเข้าใจถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ของลูกค้า คาดการณ์ความต้องการในอนาคตได้ อีกทั้งตอบสนองต่อปัญหาได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น กระทั่งก่อนที่ปัญหานั้นๆจะเกิดขึ้น
มีความสามารถในการดูแลสอดส่องและติดตามการดำเนินการได้อย่างครบวงจรตลอดทั่วทั้งซัพพลายเชน – มีการดำเนินงานในระบบนิเวศธุรกิจ ด้วยมุมมองเชิงลึกในแบบเรียลไทม์ ไม่ใช่แค่ตอบสนองเพื่อให้งานราบรื่นเท่านั้น แต่ยังช่วยให้สามารถคาดการณ์ได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย
โดยในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้รับการยกย่องให้อยู่ในทำเนียบท็อป 25 ซัพพลายเชนทั่วโลก ของการ์ทเนอร์ ประจำปี 2018 โดยได้รับการจัดอันดับสูงขึ้นถึง 5 อันดับ ให้อยู่ในอันดับที่ 12 จากการผลการสำรวจบริษัททั่วโลก ซึ่งได้มีการประกาศในงานประชุมผู้นำด้านซัพพลายเชน ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยการจัดอันดับประจำปีของการ์ทเนอร์นั้นจะให้การยกย่องผู้นำทางด้านซัพพลายเชน โดยเน้นที่แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดขององค์กรเหล่านั้น

ตลอดปี 2017 ที่ผ่านมา การดำเนินงานด้านซัพพลายเชนทั่วโลกของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประกอบไปด้วยโรงงานผลิต 27 แห่ง ใน 44 ประเทศและมีศูนย์การกระจายสินค้า 98 แห่ง มีบุคลากรที่แข็งแกร่งกว่า 86,000 คน ที่คอยบริหารจัดการสายผลิตภัณฑ์ที่มีมากกว่า 260,000 ผลิตภัณฑ์ (ไม่แน่ใจว่าใช้ผลิตภัณฑ์แปลกมั้ย หรือใช้”ประเภท”) พร้อมดำเนินงานตามรายการสั่งซื้อมากกว่า 150,000 รายการในแต่ละวัน

Transcend อวดโฉมกล้อง ติดรถยนต์รุ่น DrivePro 550 ครั้งแรก

ทรานส์เซนด์ได้เปิดตัวกล้องติดรถยนต์รุ่น DrivePro 550 เสริมความปลอดภัยด้วยกล้องคู่เพิ่มความคมชัดได้ดียิ่งขึ้น เป็นครั้งแรกในประเทศไทย นำมาอวดโฉมในงาน Taiwan Expo 2018 โดย Transcend อวดโฉมกล้อง ติดรถยนต์ DrivePro 550 เป็นหนึ่งในกล้องติดรถยนต์ที่ได้รับที่ได้รับรางวัล Taiwan Excellence Awards จากหลาย ๆ รุ่นของ Transcend อาทิ DriverPro 200 และ DriverPro 230 เป็นต้น

Transcend อวดโฉมกล้อง ติดรถยนต์รุ่น DrivePro 550 ครั้งแรก

Transcend อวดโฉมกล้อง ติดรถยนต์รุ่น DrivePro 550 ครั้งแรก

จุดเด่นของกล้องติดรถยนต์ Transcend DrivePro 550 ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติเด่นคือ ทำงานด้วยกล้องคู่ และมุมมองที่กว้างขึ้น ตัวกล้องสามารถบันทึกภาพได้ทั้งภาพที่อยู่บนถนนและภาพที่กำลังเกิดขึ้นภายในรถได้พร้อม ๆ กัน กล้องหน้าของ DrivePro 550 ใช้เซนเซอร์รับภาพของโซนี่ที่มีค่า F2.2 และมุมมองที่กว้างถึง 160 องศา เพื่อให้ได้ภาพที่ชัดเจนกล้องหลังยังมาพร้อมกับ LED อินฟราเรดถึง 4 ดวง ที่จะเปิดทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อมีแสงน้อย ด้วยคุณสมบัติทั้งหมดนี้ทำให้กล้องติดรถยนต์ DrivePro 550 สามารถปกป้องคุณด้วยภาพจากภายในและภาพจากภายนอกรถยนต์หรือเวลาเกิดอุบัติเหตุจากสถานการณ์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

“DrivePro 550 ถือเป็นกล้องติดรถยนต์รุ่นท้อปสุดของเราในตอนนี้ มีจุดเด่นกว่ารุ่นอื่นคือมีทั้งกล้องหน้า และกล้องที่บันทึกภาพในห้องผู้โดยสารพร้อม ๆ กัน เหมาะอย่างมากสำหรับรถที่มีคนขับรถ เช่นรถที่ต้องขับไปส่งบุตรหลาน รวมไปถึงรถที่ให้บริการสาธารณะอย่างรถลีมูซีน ที่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี พร้อมด้วยระบบการเตือนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นความเร็ว การเหนื่อยล้า รวมไปถึงมี GPS และ Wi-Fi เพื่อความสะดวกในการใช้งาน เราสามารถดึงข้อมูลจากกล้องได้ผ่านทางสมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นเรื่องที่สะดวกมาก” คุณวรวุฒิ จิระเรืองเกียรติ รองประธานฝ่ายการตลาด บริษัท อี-พาร์ท จำกัด กล่าว

Transcend DrivePro 550 วางจำหน่ายในราคา 7,500 บาท และจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2561 ในช่วงแรกซื้อได้ที่ร้านพาวเวอร์บายได้สาขาเซ็นทรัล เวิรล์ด, เซ็นทรัลลาดพร้าว และจะวางจำหน่ายทางออนไลน์จากเว็บไซต์ต่าง ๆ อาทิเช่น Lazada, Shopee, BigCamera เป็นต้น