คุณสมบัติที่พนักขายควรมี เพื่อให้การขายเป็นไปได้ลื่นไหลสุดๆ

คุณสมบัติที่พนักขายควรมี เพื่อให้การขายเป็นไปได้ลื่นไหลสุดๆ

งานขายคือหัวใจของธุรกิจทุกประเภท อาชีพพนักงานขายหรือ Sales จึงเป็นตำแหน่งสำคัญที่ช่วยหล่อเลี้ยงธุรกิจให้เติบโต จึงเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานเสมอ ไม่ว่าคุณจะเรียนจบสาขาอะไร หรือแม้แต่ ฟรีแลนซ์ ตำแหน่งงานนี้ยังมีที่ว่างให้คุณ แต่การจะเติบโตเป็นนักขายที่ดีที่ใครๆ ก็อยากร่วมงานด้วย ต้องอาศัย คุณสมบัติพนักงานขาย หลายอย่าง

ทั้งประสบการณ์ ไหวพริบ แก้สถานการณ์เก่ง และผลงานที่เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนอย่างการทำยอดขายทะลุเป้า แต่สำหรับนักขายมือใหม่ที่ประสบการณ์ยังน้อย ก็อาจจะทำพลาดได้ง่ายๆ ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จนเป็นสาเหตุทำให้การขายไม่ประสบความสำเร็จ ปล่อยให้ลูกค้าหลุดมือไป เพราะฉะนั้นลองเช็ก 5 ข้อสำหรับต่อไปนี้ แล้วกลับมาทบทวนตัวเองและหาทางแก้ไข ให้การขายของคุณราบรื่นและทะลุเป้าอย่างที่หวังไว้

1. เว่อร์วังอลังการเกินจริง

คุณสมบัติพนักงานขาย ต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจสินค้าหรือบริการของบริษัทตัวเองจึงเรียกว่าเป็นพนักงานขายที่ดี พยายามนำเสนอจุดเด่นของสินค้าให้แก่ลูกค้า แต่อย่าลืมว่าควรตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริงด้วย อย่าบรรยายโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง ไม่เช่นนั้นจะกลายป็นโฆษณาชวนเชื่อที่ยังไงก็ดูออก หากคุณยังหลอกตัวเองได้ ก็ยากที่ลูกค้าจะไว้ใจร่วมงานด้วย รวมถึงการพูดกระทบกระเทียบคู่แข่ง เราไม่ควรแสดงทัศนคติแย่ๆ ออกมา อย่าลืมว่าอาชีพพนักงานขายถือเป็นหน้าเป็นตาของบริษัท ทำผิดแค่คนเดียว ภาพลักษณ์เสียทั้งองค์กร เพราะฉะนั้นหลักการขายที่ดีควรใช้ความคิดสร้างสรรค์ ว่าจะนำเสนอหรือพูดอย่างไรให้สินค้าของเราโดดเด่น และควรเน้นประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ หรือการรับประกันสินค้า ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ลูกค้าอยากได้ยินที่สุด

2. ฮาร์ดเซลส์เกินไป

การขายแบบมีชั้นเชิงต้องทำให้ดูเหมือนไม่ตั้งใจขาย หรือเรียกแบบภาษาวัยรุ่นหน่อยก็คือขายของแบบเนียนๆ หมดยุคแบบฮาร์ดเซลส์แล้ว เพราะจะทำให้คุณหมดเสน่ห์ทันที และลูกค้าก็อาจจะไม่อยากฟังเราพูดต่อ สิ่งนี้แม้แต่พนักงานขายรุ่นเก่าก็ยังมีพลาดกันได้ พนักงานขายที่ตั้งใจมาเพื่อขายอย่างเดียว โดยไม่สนใจคนรอบข้าง มักจะเอาแต่พูด พอเจอลูกค้าก็รีบเข้าประเด็นเรื่องการขายทันที โดยไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า ไม่ได้สังเกตว่าเขาจะเข้าใจหรือสนใจสิ่งที่เราพูดหรือไม่ แทนที่ลูกค้าจะประทับใจ อาจสร้างความรำคาญให้เสียอีก และก็อาจปิดโอกาสในการขายครั้งต่อไปเลยก็ได้ แนวทางแก้ไขง่ายๆ ก็คือระหว่างที่พูด หากลูกค้ามีสีหน้าไม่เข้าใจหรือเบื่อหน่าย ควรเปลี่ยนวิธีการนำเสนอ ตั้งคำถามที่น่าสนใจ หรือถามลูกค้ากลับบ้างเกี่ยวกับความต้องการและปัญหา ถ้าบรรยากาศเครียดเกินไปก็อาจสร้างความผ่อนคลาย ชวนลูกค้าคุยบ้าง เมื่อลูกค้าเริ่มสนุกไปกับคุณแล้ว ค่อยทำเนียนเสนอขายสินค้า โดยการแนะนำถึงข้อดีข้อเสีย และประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ เพราะนี่เป็นจุดสำคัญที่จะชี้ขาดให้ลูกค้าตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่ ถือเป็นอีกหนึ่ง คุณสมบัติพนักงานขาย ที่ควรมี

3. รู้ทุกเรื่องยกเว้นเรื่องลูกค้า

รู้ทุกอย่าง แต่ไม่รู้ความต้องการของลูกค้า นี่เป็นความผิดพลาดที่ร้ายแรงมาก เพราะลูกค้าคือบุคคลสำคัญที่สุดของพนักงานขาย การจะพิชิตใจลูกค้าได้ ควรศึกษาในหลายๆ ด้าน ทั้งบุคลิก ความชอบ และไม่ชอบอะไร เพื่อที่จะนำเสนอสินค้าให้ตรงความต้องการมากที่สุด หรือถ้าลูกค้าเป็นบริษัทใหญ่ ก็ควรศึกษาประวัติให้ละเอียด ที่สำคัญลูกค้าแต่ละคนก็แตกต่างกันไป ย่อมใช้กลยุทธ์การขายไม่เหมือนกัน นอกจากนี้ยังรวมถึงการแสดงพฤติกรรมยกตนข่มท่าน อวดว่าตัวเองรู้ดีกว่า จะทำให้ลูกค้าเสียความมั่นใจ เพราะรู้สึกผิดที่เขารู้น้อยกว่าเรา

4. ไม่ติดตามงานลูกค้า

หลังจากนำเสนองานให้ลูกค้าแล้ว หน้าที่สำคัญของพนักงานขายคือต้องติดตามฟีดแบ็คจากลูกค้า แต่ปัญหาก็คือถ้าเราโทรหรืออีเมลไป แต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบกลับสักที แล้วจะให้ทำอย่างไรดี? ก่อนอื่นมือใหม่ต้องเข้าใจก่อนว่าถ้างานที่คุณนำเสนอไปมีมูลค่าสูงมาก แน่นอนว่าต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบกันนานสักหน่อย เพื่อประเมินความคุ้มค่าและความเสี่ยง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะเป็นฝ่ายรอลูกค้าอย่างเดียว การติดตามงานที่ดีหลังจากพบลูกค้าแล้ว ควรถามช่วงเวลาที่ลูกค้าต้องการซื้อหรือใช้บริการสินค้า เราจะได้วางแผนติดตามงานได้ถูกต้อง สัปดาห์แรกอาจจะโทรคุยหรือนัดเจอ สัปดาห์สุดท้ายของการปิดดีล อาจจะขอเข้าพบลูกค้ามากกว่า 1 ครั้ง นอกจากนี้ยังต้องคอยถามไถ่ความพึงพอใจของลูกค้า ส่งข้อมูลเพิ่มเติมอย่างสม่ำเสมอ แสดงออกให้ลูกค้าเห็นว่าเราให้ความสำคัญกับเขามากแค่ไหน

5. มีอคติ

ไม่ควรเปรียบเทียบลูกค้ากับคนอื่น หรือเลือกที่รักมักที่ชัง ควรปฏิบัติกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกันด้วยบุคลิกที่เป็นมิตร มีมารยาท สุภาพอ่อนน้อม แต่ก็มั่นใจและกล้าแสดงในการนำเสนองาน ถ้าปิดดีลไม่สำเร็จในครั้งนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่าครั้งต่อไปจะไม่มีโอกาส ควรรักษาสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าเอาไว้ เพราะเราอาจจะได้ร่วมงานกับลูกค้าคนเดิมในอนาคตก็ได้ ควรนึกเสมอว่าลูกค้าไม่ใช่แค่แหล่งรายได้ของเราอย่างเดียว แต่ยังเป็นเหมือนครูของอาชีพนักงานขาย ประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้จากลูกค้าหลายรูปแบบนี่แหละที่มีค่า และจะทำให้คุณก้าวไปสู่นักขายมืออาชีพได้


เห็นมั้ยคะว่าอาชีพพนักงานขายต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่านักขายมือใหม่จะทำไม่ได้ เพราะทักษะเหล่านี้สามารถฝึกฝน พลิกแพลงและเรียนรู้ได้ตลอดเวลา ขอเพียงมีความพยายามและไม่ย่อท้อ ก็จะช่วยให้ประสบความสำเร็จในสายงานขายแน่นอน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.