แมนฮัตตัน แอสโซซิเอทส์ คาดโมบายคอมเมิร์ช พัฒนานวัตกรรมการค้าปลีก

การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของลักษณะการค้าปลีกที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เน้นการซื้อสินค้าแบบเป็นส่วนตัวมากขึ้น และความแพร่หลายของการใช้บริการโมบาย คาดโมบายคอมเมิร์ช นำไปสู่ความท้าทายท และเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างนวัตกรรม และกลยุทธ์ของการค้าปลีกในปี 2016 ไปจนถึงปี 2017 ภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิค ยังคงเป็นภูมิภาคทีมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกที่รวดเร็ว ทางด้านตลาดแรงงานซึ่งรายได้การเติบโตเป็นไปตามที่คาดคิดไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในด้านการใช้จ่ายซื้อสินค้าของผู้บริโภค และการเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วของร้านค้าปลีก ที่ต้องการตอบสนองต่อความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าอีกด้วย มิสเตอร์ริชาร์ด ไรท์, กรรมการผู้จัดการ บริษัท แมนฮัตตัน แอสโซซิเอสท์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “เมื่อลูกค้ามีความต้องการในการซื้อสินค้าเพิ่มมากขึ้น ความคาดหวังในการได้รับประสบการณ์การซื้อสินค้าที่เป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น และการเพิ่มขึ้นของการใช้สมาร์ทโฟนในการซื้อสินค้า เป็นผลให้ธุรกิจค้าปลีกมีการปรับเปลี่ยนขั้นพื้นฐานภายในช่วงเวลา 12 เดือนที่จะมาถึงนี้ ดังนั้น ผมขอกล่าวถึงปัจจัย 5 ข้อที่ธุรกิจค้าปลีกควรคำนึงถึง ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การช่วยให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ แต่ยังช่วยผลักดันให้ธุรกิจเติบโต และสร้างผลกำไรได้มหาศาล

แมนฮัตตัน แอสโซซิเอทส์ คาดโมบายคอมเมิร์ช พัฒนานวัตกรรมการค้าปลีก

แมนฮัตตัน แอสโซซิเอทส์ คาดโมบายคอมเมิร์ช พัฒนานวัตกรรมการค้าปลีก

1. เปิดประสบการณ์ใหม่ในการช้อปปิ้งรูปแบบส่วนตัว

ปิดฉากการซื้อสินค้าแบบไม่มีความรู้ใดๆเกี่ยวกับสินค้าไปโดยสิ้นเชิง เมื่อย้อนกลับไปดูก่อนหน้ายุคดิจิตัล ที่การซื้อสินค้าแบบส่วนตัวเป็นที่นิยมและประสบความสำเร็จ บรรดาร้านค้าปลีกทั้งหลาย ต่างหันมาให้ความสนใจเกี่ยวกับการจัดเก็บสินค้า โดยตระหนักถึงความคาดหวังที่เพิ่มมากขึ้นของลุกค้า และการให้บริการในการซื้อสินค้าแบบส่วนตัว เพื่อนำเสนอความแตกต่างจากที่ลูกค้าเคยสัมผัสมา แต่การปรับเปลี่ยนดังกล่าวนจะเป็นอย่างไรต่อไป? นับตั้งแต่แนวคิดที่สร้างสรรค์ การคิดค้นสูตรอาหารของแต่ละคน ไปจนถึงการจดรายการส่วนประกอบอาหารจากซุปเปอร์มาร์เก็ต
จากที่เคยประสบมา ลูกค้ามักได้แรงบันดาลใจมาจากแฟชั่นที่เป็นที่แนะนำ ร้านค้าปลีกต่างๆ จึงมีโอกาสในการปรับเปลี่ยนภายในร้านค้าของตน
เพื่อรับมือกับการตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ร้านค้าปลีกต้องกำหนดบทบาทใหม่ของร้านค้า โดยการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อขับเคลื่อน ยกระดับการให้บริการ และ บริหารจัดการกำไร นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมยังทำให้พนักงานมีส่วนช่วยสนับสนุนการสร้างคุณค่าของแบรนด์ และส่งมอบประสบการณ์การให้บริการแบบส่วนตัวได้ในทุกช่องทาง

2. กำหนดหน้าที่ของพนักงานขายในร้านค้า
ไม่ว่าจะเป็นสสินค้าลดราคา หรือสินค้าแบรนด์เนม ร้านค้าปลีกต้องเข้าใจวิธีการสำคัญในการสร้างประสบการณ์ในการซื้อสินค้า และเมื่อลูกค้าให้ความสนใจ พนักงานขายของร้านค้า จะต้องให้ความรู้ และมีทักษะ ในการส่งมอบประสบการณ์การซื้อสินค้าที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าได้ หากมีความผิดพลาดอาจส่งผลให้ลูกค้าเกิดความไม่พอใจ และมีการร้องเรียนตามมา
ร้านค้าปลีกส่วนใหญ่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาความไม่พอใจดังกล่าวได้ ด้วยการให้ความรู้แก่พนักงาน ซึ่งพนักงานไม่ควรรู้เพียงแค่ข้อมูลของผลิตภัณฑ์ แต่เพื่อมอบประสบการณ์การซื้อสินค้าที่ดีให้แก่ลูกค้า พวกเขาจำเป็นต้องรู้ข้อมูลเกี่ยวกับสต๊อกสินค้า คลังสินค้าและช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งหมด เพื่อให้พนักงานขายสามารถขายสินค้าที่มีอยู่ได้ทั้งหมด ไม่ใช่เพียงแค่การขายสินค้าที่มีอยู่ในร้านค้าเท่านั้น การให้ข้อมูลที่ชัดเจนแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับการจัดเก็บสินค้า และความสามารถในการจัดส่งสินค้า เช่น สามารถจัดส่งได้ในวันถัดไปหลังจากที่สั่งซื้อสินค้า โดยจังส่งให้ที่บ้านจะยิ่งทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้น

3. ยอมรับในพลังของเจนเนอเรชั่นวาย

จากผลสำรวจพบว่า เจนเนอเรชั่นวาย มีการเชื่อมต่อกับโลกดิจิตัลในอัตราที่สูงขึ้น นั่นหมายความว่า พวกเขาปฎิบัติตัวต่อสมาร์ทโฟน เสมือนเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว โดยมักเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตตลอดเวลา ซึ่งความสามารถในการตอบสนองความต้องการได้แบบทันทีจากโลกออนไลน์เหล่านี้ ทำให้เรา รู้ถึงความต้องการของนักช็อปออนไลน์ที่นับวันยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้น
ในนี้ที่เป็นยุคเจนเนอเรชั่นวาย เราสามารถนำประสบการณ์ที่รับรู้จากความต้องการของผู้บริโภค มาช่วยพัฒนากลยุทธ์ในการทำธุรกิจค้าปลีกได้ดียิ่งขึ้น โดยในประเทศไทยคิดเป็นอัตราส่วน 32 % ของกลุ่มคนในยุคเจนวาย ที่จะช่วยขับเคลื่อนให้เกิดระบบการใช้เงินแบบใหม่ นั้นคือ Cashless systems หรือระบบไร้เงินสด และหากร้านค้าปลีกไม่สามารถนำเสนอความสะดวกสบายในระบบชำระเงิน ก็มีโอกาสสูงมากที่จะไม่ได้รับความสนใจจากลูกค้าในกลุ่มเจนวาย

4. การนำเทคโนโลยีจากสมาร์ทโฟนมาใช้ เพื่อให้เกิดความสำเร็จทางการค้า

จากผลสำรวจพบกว่า มียอดการซื้อสินค้าผ่านทางสมารท์โฟนถึง 66% มากกว่าจำนวนสถิติของผู้ซื้อสินค้าตามร้านค้าทั่วไป นี่คือความสำเร็จของร้านค้าที่นำกลยุทธ์นี้มาใช้ อย่างไรก็ตาม บทบาทสำคัญของสมาร์ทโฟนที่มีมากกว่านั้นคือ การเป็นช่องทางการชำระเงินค่าสินค้าซึ่งนับเป็นช่องทางที่มีศักยภาพ มากกว่าช่องทางอื่นๆ

นอกจากนี้ สมาร์ทโฟนไม่จำเป็นต้องหยุดอยู่ที่ลูกค้าเพียงเท่านั้น พนักงานขาย ก็สามารถใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ในการส่งมอบประสบการณ์ในการซื้อสินค้าได้เป็นอย่างดี รวมถึงแท็บเล็ต พนักงานขาย สามารถส่งมอบบริการที่ดี เพื่อเพิ่มประสบการณ์การซื้อขายแบบครบวงจร
โดยใช้ช่องทางดิจิตัล พนักงานขาย สามารถเข้าถึงแคตตาล็อกสินค้าออนไลน์
ซึ่งมีประวัติการเข้าชมสินค้าของลูกค้า โดยสามารถดูได้จากช่องทางประวัติสินค้าที่เคยซื้อแล้ว รายการสินค้าที่ต้องการ ตระกร้าสินค้าออนไลน์ และประวัติการคืนสินค้า เป็นต้น ความสามารถต่างๆ เหล่านี้ จะช่วยให้เกิดความง่าย ในการเลือกซื้อสินค้า และมีประสิทธิภาพสูงสุด ที่จะเช็คจำนวนสินค้าคงเหลือได้

5. การจัดส่งที่รวดเร็ว และการรับคืนสินค้า

ทั้งการซื้อสินค้าทางช่องทางออนไลน์ และซื้อสินค้าจากร้านค้า ราคาคือสิ่งงสำคัญที่ผู้ซื้อจะคำนึงถึงเป็นอันดับแรก โดยวัดได้ 67% ของผู้ซื้อทั้งหมด และสิ่งที่สำคัญถัดมาคือการจัดส่งที่รวดเร็ว วัดได้ที่ 51% และความยืดหยุ่นในการคืนสินค้าอยู่ที่ 42% จัดเป็นอันดับ 2 และอันดับ 3 ตามลำดับ จากข้อมูลนี้สามารถสรุปได้ว่า ร้านค้าปลีกส่วนใหญ่ไม่ได้แข่งขันกันที่ราคา จะเน้นการแข่งขันทางด้านความรวดเร็วในการจัดส่งสินค้า นี่คือนโยบายที่จะช่วยตอบแทนลูกค้า และเป็นความสะดวกสบายที่ร้านค้าจะมอบให้แก่ลูกค้าได้

หากเราให้ความสำคัญกับ 5 กลยุทธ์นี้ จะช่วยให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในด้านการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า และเพิ่มความเชื่อมั่น ผลกำไร และเพิ่มโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจได้อีกด้วย และเมื่อมีการนำเทคโนโลยี มาใช้อย่างถูกทาง จะสามารถทำให้ธุรกิจค้าปลีก ประสบความสำเร็จได้ตั้งแต่ปี 2016 นี้ เป็นต้นไป

วิธีเปลี่ยนความคิด ของลูกค้าบิลกระดาษและบิลดิจิตอล

คุณกระดาษ (Paper Bill) ตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงนาฬิกาปลุก แล้วลุกขึ้นไปที่ห้องครัวเพื่อหยิบหนังสือพิมพ์ที่พึ่งมาส่งเมื่อเช้าขึ้นมาอ่าน เขาพลิกอ่านข่าวเด่นประจำวันขณะทานโจ๊กใส่ไข่ร้อนๆ เมื่อเขารู้ข่าวสารล่าสุดแล้ว เขาจึงเหลือบไปมองตารางงานประจำวัน เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับวันใหม่ หลังจากนั้น คุณกระดาษ ก็เดินไปเปิดซองจดหมายและบิลต่างๆที่ส่งมาถึงเขา เขาขมวดคิ้วและพยายามทำความเข้าใจกับบิลค่าโทรศัพท์ที่เขาได้รับ

วิธีเปลี่ยนความคิด ของลูกค้าบิลกระดาษและบิลดิจิตอล

วิธีเปลี่ยนความคิด ของลูกค้าบิลกระดาษและบิลดิจิตอล

คุณดิจิตอล (Digital Bill) ตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงปลุกจากไอแพด เธอแต่งตัวอย่างรวดเร็วเพื่อออกไปทำงาน เธอมักขับรถไปส่งลูกๆที่โรงเรียนก่อนเดินทางไปยังออฟฟิศ เด็กๆเชื่อมต่อสัญญานอินเตอร์เน็ต (Internet) จากบนรถเพื่อเข้าโซเซียลมีเดีย (SocialMedia) เมื่อถึงโรงเรียนเด็กๆ ลงจากรถโดยไม่หันมามอง คุณดิจิตอลถอนหายใจ และใช้ช่วงเวลาที่หยุดรถตอนนั้นเพื่อเช็คข้อมูลออนไลน์ของเธอ เธอเปิดอีเมล์ค่าโทรศัพท์จากผู้ให้บริการและรู้สึกสับสนอย่างมากกับค่าบริการที่ซ่อนอยู่ในหน้าสอง จากนั้นเธอถอนหายใจยาวๆ เมื่อเธอนึกขึ้นได้ว่าเธอจะต้องคุยโทรศัพท์กับ call center อีกยาวอย่างแน่นอน

ลูกค้าในชีวิตประจำวันมี 2 ประเภท เราสามารถแบ่งลูกค้าเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือลูกค้าที่ชื่นชอบการใช้กระดาษ และลูกค้าที่รักการเชื่อมต่อแบบดิจิตอล ซึ่งลูกค้าประเภทหลังมักคาดหวังว่าผู้ให้บริการจะสามารถตอบสนองทุกความต้องการและรองรับการใช้งานอุปกรณ์ใหม่ล่าสุดของพวกเขาได้ผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งคำตอบที่รับรองความพึงพอใจของลูกค้าทั้งสองประเภทได้มาถึงแล้ว… สิ่งนั้นคือดิจิตอลบิลนั่นเอง

บิลรูปแบบดิจิตอลนั้นใช้งานได้ง่ายและรวดเร็ว ทำให้ลูกค้าของคุณเข้าใจค่าใช้จ่าย, ทำรายการ และติดต่อลูกค้าสัมพันธ์ได้ตามที่ต้องการ นั้นหมายถึงลูกค้าคุณทุกคนจะพึงพอใจกับการให้บริการ สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยในศักยภาพของบิลรูปแบบดิจิตอล งานวิจัยล่าสุดของ การ์ตเนอร์ แสดงให้เห็นว่าภายในปี 2017 เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของการสื่อสารกับลูกค้าจะเป็นการสื่อสารผ่านระบบออนไลน์ต่างๆ ซึ่งในบิลแบบดิจิตอลต้องสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าเป็นอย่างมาก เพราะอาจเกิดปัญหาได้หลายแบบ เช่น ในเรื่องการให้บริการหลังการขาย (Service and Service Mind), การติดต่อสอบถามข้อมูล รายละเอียดของบิล (Call Center) เป็นต้น นับเป็นช่องทางหนึ่งที่ลูกค้ามักคาดหวังเช่นกัน

4 ข้อได้เปรียบที่ลูกค้าของคุณจะได้รับจากดิจิตอลบิล

  • ใช้งานง่าย : ลูกค้าสามารถดิจิตอลบิลได้เอง ไม่จะเป็นตัวอักษรที่ใช้, กราฟิกแสดงผล หรือการใช้งาน ทำให้การเข้าใจค่าใช้จ่ายเป็นเรื่องที่ง่ายดายมากขึ้น
  • ช่องทางการใช้งานที่สอดคล้องกัน : ไม่ว่าลูกค้าจะเลือกช่องทางไหนในการรับบิล (เช่น แอพพลิเคชั่น, SMS หรือเว็บ) ลูกค้าก็จะสามารถเข้าถึงและเรียกดูดิจิตอลบิลได้เมื่อต้องการ
  • การปรับแต่งแพคเกจให้เข้ากับความต้องการของลูกค้า : โปรโมชั่นจะถูกออกแบบเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าแต่ละรายเพื่อความพึงพอใจทางด้านบริการอย่างสูงสุด
  • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม : ในปัจจุบัน ผู้คนในสังคมให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากขึ้น แน่นอนว่ารวมไปถึงลูกค้าของคุณด้วย ดิจิตอลบิลเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและไม่ทำลายป่าอเมซอน จึงเป็นส่วนช่วยในการลดจำนวนคาร์บอนฟุตพริ้นท์

จากบทความด้านบนทำให้นักธุรกิจ หรือองค์กรแต่ละแห่งควรเปลี่ยนมาใช้งานแบบดิจิตอลแต่อาจต้องคงอยู่ของบิลกระดาษไว้เช่นกัน เพราะเป็นหลักฐานในการใช้งานส่วนอื่นๆ ต่อไป ทั้งยังเป็นปรโยชน์กับลูกค้าในหลายส่วนอีกเช่นกัน ปัจจุบันความรวดเร็วต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง จากนั้นพุ่งเป้าไปที่ความชัดเจนของข้อมูลที่ลูกค้าได้รับ หวังว่าบทความนี้คงเป็นประโยชน์กับหลายๆ คน เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ภายในชีวิตประจำวันให้ดีขึ้นไปอีกขั้น พร้อมเปิดรับสิ่งใหม่และขับเคลื่อนกระตุ้นยอดต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

อีเอ็มซีส่งสตอเรจ แบบสเกลเอ้าท์เพื่อดาต้าเลคโดยเฉพาะสู่ตลาด

อีเอ็มซี คอร์ปอเรชั่น (NYSE: EMC) ประกาศอัพเกรด อีเอ็มซี ไอซิลอน วันเอฟเอส (EMC Isilon OneFS) ครั้งสำคัญ ซึ่งผลิตภัณฑ์ไอซิลอน (Isilon) รุ่นใหม่ที่มาพร้อมโซลูชั่นใหม่ๆ ด้วยนี้ถือเป็น สเกลเอ้าท์สตอเรจ (Scale-out Storage) คุณภาพระดับองค์กรรายแรกสำหรับการจัดเก็บ Data Lake หรือสายธารข้อมูลจำนวนมหาศาลในรูปแบบที่หลากหลายและจากแหล่งที่หลากหลาย ผลิตภัณฑ์อีเอ็มซี ไอซิลอน วันเอฟเอส (Isilon OneFS) ซึ่งมาพร้อมความสามารถที่เพิ่มขึ้นมากมายรวมถึงคุณสมบัติที่สนับสนุน HDFS นี้จะช่วยลูกค้ายกระดับความสามารถในการวิเคราะห์ จัดเก็บ ปกป้อง รวมถึงบริหารจัดการข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้าง (unstructured data) จำนวนมหาศาลได้อย่างเหนือชั้น และด้วยความสามารถเทคโนโลยี HDFS สำหรับ Data Lake หรือสายธารข้อมูลจำนวนมหาศาลในรูปแบบที่หลากหลายและจากแหล่งที่หลากหลายนี้จะช่วยให้ลูกค้าของอีเอ็มซีสามารถวิเคราะห์ข้อมูลบิ๊กดาต้าที่เก็บอยู่บนไอซิลอน (Isilon) ได้โดยตรง ไม่ต้องทำสำเนาข้อมูลบิ๊กดาต้าไปไว้ที่ Hadoop ซึ่งช่วยให้ไม่ต้องเสียเวลาและประหยัดค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายข้อมูลที่มีขนาดหลายเพทาไบต์

อีเอ็มซีส่งสตอเรจ แบบสเกลเอ้าท์รองรับข้อมูลที่หลากหลายที่มีจำนวนมหาศาล

อีเอ็มซีส่งสตอเรจ แบบสเกลเอ้าท์รองรับข้อมูลที่หลากหลายที่มีจำนวนมหาศาล

EMC Isilon OneFS ซึ่งเป็นสเกลเอ้าท์สตอเรจสำหรับดาต้าเลคหรือสายธารข้อมูลจำนวนมหาศาลกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะเป็นคลังข้อมูลที่มีความยืดหยุ่นในการรองรับการจัดเก็บข้อมูลมหาศาลรูปแบบต่างๆ จากแหล่งที่หลากหลายซึ่งเกิดขึ้นจากเวิร์กโหลดทั้งรุ่นเดิม ๆ และรุ่นใหม่มากมาย ทั้งสามารถดึงข้อมูลมาใช้งานผ่านกลไกต่างๆ ที่อยู่ใน Isilon OneFS ได้โดยตรง ไม่จำเป็นต้องบริหารจัดการด้วยระบบสตอเรจหลายๆ ระบบที่แยกออกจากกัน EMC Isilon OneFS สำหรับดาต้าเลค (Data Lake) นี้ สามารถรองรับข้อมูลขนาดใหญ่และปรับขนาดความจุข้อมูลได้ยืดหยุ่นมากกว่าโซลูชั่นแนวทางอื่นๆ ที่มีอยู่ขณะนี้ในการรวมข้อมูลเข้าไว้ในระบบไฟล์เดียว (single file system) และแบบโวลุ่มดียว (single volume) และด้วยความสามารถของฮาดูป (Hadoop) ในปัจจุบันส่งให้อีเอ็มซี ไอซิลอน วันเอฟเอส (EMC Isilon OneFS) สำหรับดาต้าเลค (Data Lake) เป็นเทคโนโลยีที่พร้อมรองรับการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงอย่างแท้จริง

ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และโซลูชั่น ที่ EMC Isilon นำเสนอครั้งนี้ช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้าง Data Lake แบบ Scale-Out ในระดับองค์กร โดยใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติความสามารถของสตอเรจ EMC Isilon รวมถึงบริการต่างๆ ระดับองค์กรที่มีให้ ไม่ว่าจะเป็นการปกป้องข้อมูล การจัดการข้อมูล การจัดการประสิทธิภาพ และการรักษาความปลอดภัย และที่สำคัญก็คือ อีเอ็มซีได้ยกระดับ NAS แบบ Scale-Out ด้วยแพลตฟอร์ม EMC Isilon รุ่นใหม่สองรุ่น ได้แก่ Isilon S210 และ Isilon X410 พร้อมซอฟต์แวร์ OneFS ซึ่งให้ประสิทธิภาพที่เพิ่มมากขึ้นถึง 2 เท่า พร้อมความคล่องตัวที่เหนือกว่ารุ่นก่อนหน้า

EMC Isilon ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับมานานในเรื่องของความสามารถในการปรับขนาดได้อย่างยืดหยุ่นถึงขั้นเกือบไร้ขีดจำกัดสามารถบริหารจัดการข้อมูลบิ๊กดาต้าขนาดหลายเพทาไบต์ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่มีการสร้างข้อมูลสำคัญๆ ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับผลกำไรของธุรกิจขึ้นมาจำนวนมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจสื่อและบันเทิง ธุรกิจการบริการด้านการเงิน ตลอดจนวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ผลิตภัณฑ์โซลูชั่น EMC Isilon รุ่นใหม่ที่เปิดตัวครั้งนี้จะผสานการทำงานร่วมกันและทำให้การปรับขนาดในแต่ละคลัสเตอร์ รวมไปถึงประสิทธิภาพ ความคล่องตัว เป็นไปอย่างดียิ่งขึ้น และคุ้มค่าการลงทุนสำหรับสภาพแวดล้อมที่มีความต้องการสูงสุด

โซลูชั่นอื่นๆ สร้าง “กลุ่ม” สตอเรจที่บริหารจัดการได้ยากและเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก อันส่งผลให้เกิดประเด็นสำคัญที่ต้องคำนึงถึงมากมาย ทั้งยังไม่สามารถใช้ประโยชน์พื้นที่สตอเรจได้ประสิทธิภาพอย่างเต็มที่และยากที่จะปรับขนาดให้รองรับตามความต้องการ ไอซิลอนสำหรับดาต้าเลค (Isilon-enabled Data Lake) สนับสนุนโปรโตคอลและวิธีการเข้าถึงที่หลากหลาย เช่น NFS, SMB, NDMP, HDFS, OBJECT ผ่านทาง ViPR และเนทีฟอ็อบเจ็กต์ OpenStack SWIFT โดยสามารถรองรับทั้งเวิร์กโหลดแบบเดิมๆ เช่น โฮมไดเร็กทอรี การแชร์ไฟล์ และรองรับเวิร์กโหลดรุ่นใหม่ เช่น ระบบวิเคราะห์ข้อมูล คลาวด์แอพพลิเคชั่น และการซิงค์และแชร์บนระบบโมบายล์ อีกด้วย

ซอฟต์แวร์และแพลตฟอร์มใหม่
OneFS ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการของอีเอ็มซีไอซิลอน (EMC Isilon) ถือเป็นส่วนสำคัญของ Isilon Scale-Out NAS โดยเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดนี้ (OneFS 7.7.1) ประกอบด้วย SmartFlash รุ่นใหม่ซึ่งเป็นแคชบนหน่วยความจำแฟลชที่ช่วยให้ลูกค้าเรียกใช้ข้อมูลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งสามารถขยายขนาดขึ้นเป็นถึงหนึ่งเพทาไบต์ในคลัสเตอร์เดียว คุณสมบัติเหล่านี้ช่วยให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น บริหารจัดการได้อย่างง่ายดาย ทั้งได้ประสิทธิภาพการทำงานของแฟลชเต็ม 100% และลดความล่าช้าสำหรับเวิร์กโหลดทั้งแบบเดิมๆ และเวิร์กโหลดแบบใหม่

นอกจากนี้ อีเอ็มซียังได้เผยโฉม Isilon S210 และ X410 โดย Isilon S210 ทำงานที่อัตราความเร็ว 3.75 ล้าน IOPS ต่อคลัสเตอร์ และให้ความยืดหยุ่นในการกำหนดค่าและติดตั้ง ถือเป็นสตอเรจที่ตอบโจทย์สำหรับเวิร์กโหลดที่ต้องประมวลผลธุรกรรมจำนวนมาก (high transactional) สำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ธุรกิจสื่อและบันเทิง ธุรกิจการบริการด้านการเงิน ทั้งนี้ Isilon X410 มีความเร็วในการประมวลผลเพิ่มขึ้น 70% ด้วยค่าใช้จ่าย $/MBPS ที่น้อยลงถึง 33% และด้วยความสามารถที่รอบด้านของ Isilon S210 และ X410 ทำให้สามารถสนับสนุนทั้งระบบวิเคราะห์ข้อมูล Hadoop ระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูง และไฟล์แอพพลิเคชั่นระดับองค์กรได้อย่างง่ายดายอีกด้วย

โซลูชั่นระบบวิเคราะห์ข้อมูลบิ๊กดาต้า Hadoop
พร้อมกันนี้ อีเอ็มซีและพิโวทอล (Pivotal) ยังได้ผนึกกำลังเปิดตัวโซลูชั่นใหม่ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลบิ๊กดาต้า ซึ่งนับเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำของอีเอ็มซีในด้านเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานสตอเรจ Hadoop ทั้งนี้ อีเอ็มซีถือเป็นผู้ผลิต Scale-Out NAS รายแรกที่ผนวกรวม HDFS สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลบิ๊กดาต้า และเป็นผู้นำตลาดอันดับ 1 ในด้านสตอเรจระดับองค์กรที่ใช้งานร่วมกับHDFS ชุดโซลูชั่น Big Data Analytics หรือโซลูชั่นด้านการวิเคราะห์ข้อมูลบิ๊กดาต้านี้อีเอ็มซีนำเสนอในรูปแบบของการผนวกรวมมาพร้อมกับดาต้าเลคฮาดูป (Data Lake Hadoop Bundle) ซึ่งช่วยส่งให้การวิเคราะห์ข้อมูลสามารถทำได้ง่ายดาย รวดเร็วอย่างทรงพลังเหนือชั้น และด้วยประสิทธิภาพชั้นยอดของ Isilon Scale-Out NAS ที่มาพร้อม Big Data Analytics Solutions ทำให้ลดค่าใช้จ่ายให้องค์กรได้อีกด้วย

ระบบ Data Lake แบบ Scale-Out ของไอซิลอน ถือเป็นกลยุทธ์ของอีเอ็มซีในการแก้ปัญหาท้าทายทางด้านสตอเรจประเด็นใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งก็คือการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้าง (unstructured data) อันเกิดขึ้นจากแอพพลิเคชั่นที่หลากหลายต่างๆ ทั้งรุ่นเดิมๆ และรุ่นใหม่ โดยซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์ม และโซลูชั่นใหม่ในตระกูล EMC Isilon ที่เปิดตัวครั้งนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยลูกค้าของเราแก้ปัญหาท้าทายต่างๆ ควบคู่ไปกับการลดค่าใช้จ่ายและการสร้างสรรค์ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมภายในเวลาอันรวดเร็ว

DropBox คลังเก็บไฟล์สำหรับทุกการสำรองข้อมูลสำคัญ

DropBox คลังเก็บไฟล์สำหรับทุกการสำรองข้อมูลสำคัญ

หากเราพูดถึงการเก็บข้อมูล คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงฮาร์ดดิสก์ก่อนเป็นอันดับแรก หากจะสำรองข้อมูลไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ก็คงมีตัวเลือกเพิ่มมาอีกนิดคงจะเป็นเอกเทอนอลฮาร์ดดิสก์ (Extranal HardDisk) ที่มีความจุตั้งแต่ 500 GB – 2 TB หรือจะเป็น USB Drive ที่มีขนาดความจุตั้งแต่ 4 – 32 GB แต่ก็ยังไม่เป็นที่ตอบรับที่ดีของเหล่าผู้คนในแวดวงธุรกิจแน่นอน เพราะเอกสารสำคัญ ไฟล์ที่ใช้พรีเซ็นงาน (Presentation) ก็มีขนาดเล็กมากโดยไม่จำเป็นต้องใช้ถึงขนาดที่กล่าวมานั้น จะมีใครบ้างที่จะบ้าแบกเอกเทอนอลฮาร์ดดิสก์ไปประชุมทุกนัดสำคัญ หรือจะพก USB Drive ที่มีขนาดแตกต่างกัน เผลอๆ อาจจะลืมพกมาเองด้วยซ้ำ เลยอยากเสนอระบบการเก็บข้อมูลแบบใหม่ DropBox เป็นระบบการเก็บข้อมูลแบบคลาวด์ หรือการฝากไฟล์ไว้บนเซอเวอร์เหมือนอีเมล์นั่นเอง แต่คุณสามารถเรียกใช้ อัพโหลดไฟล์ต่างๆ ได้ทันทีที่ต้องการ เพียงแค่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและทำการล็อคอิน (Login) ชื่อผู้ใช้งานให้เรียบร้อย ก็สามารถเริ่มใช้งานได้ทันที มันรองรับการอัพโหลดไฟล์ได้ทุกแบบ ทุกขนาดไฟล์ ตามความจุที่มีให้ โดยมันยังทำงานข้ามแพลตฟอร์มได้ทั้งหมดเลย ไม่ว่าคุณจะใช้งานผ่าน คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ แล้วดาวน์โหลดไฟล์จากสมาร์ทโฟนก็ไม่มีปัญหา มันรองรับการใช้งานได้ทั้งบน สมาร์ทโฟน พีซี แมคอินทอช แท็บเล็ต เพิ่มความคล่องตัวให้กับธุรกิจของคุณเป็นอย่างมาก


โปรแกรม DropBox ตอบรับทุกแพลตฟอร์ม

DropBox คลังเก็บข้อมูลออนไลน์ให้คุณเรียกใช้งานได้ตลอดเวลา

  • DropBox หนึ่งในระบบบริการคลาวด์ (Cloud Computing) จัดอยู่ในประเภทของ Cloud Storageให้คุณเก็บข้อมูลทั้งภาพ เอกสาร และอื่นๆ มากมาย
  • ข้อมูลบน DropBox จะออนไลน์ให้คุณเรียกฝช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • ใช้งานง่ายมาก แค่คุณสมัครชื่อผู้ใช้งานและทำการล็อคอิน (Login) เข้าระบบ ก็อัพโหลด/ดาวน์โหลดไฟล์ได้ทันที
  • มีความสามารถในการลากแล้ววาง (Drag n’ Drop) เพิ่มความคล่องตัว สะดวก รวดเร็วในการใช้งาน
  • DropBox ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน เหมือนโปรแกรมจากวินโดวส์เลย
  • สามารถแชร์ไฟล์ไปยังเพื่อน หรือ บุคคลที่เรียกขอโดยไม่ต้องล็อคอินแต่อย่างใด
  • ใช้งานได้ทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น Computer, SmartPhone, Tablet, Macintosh ทั้ง iOS, Android และ Windows
  • อัพโหลดไฟล์ต่างๆ และสามารถแชร์เป็นลิงค์ (Hyper-Link) เพื่อให้เพื่อนๆ หรือ ผู้อื่นมาดาวน์โหลดได้
  • แชร์ไฮเปอร์ลิงค์ (Hyper-Link) ผ่านทาง Facebook, Twitter, E-mail หรือ โซเชียลเน็ตเวิร์คอื่นๆ แบบไม่กั้กกันเลย