วัฒนธรรม การทำงานแบบสิงคโปร์ ปรับตัวไม่ยากแค่เรียนรู้ง่ายๆ

วัฒนธรรมการทำงานที่แตกต่างส่งผลกระทบต่อตัวเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง หากเราไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้ดีพอ การเปิด AEC เป็นการรวมตัวกันของประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน เพื่อให้เกิดการลงทุน และเกิดความเป็นหนึ่งเดียวกันของภูมิภาคอาเซียน แม้แต่ ฟรีแลนซ์ ก็อาจจะเจอเจ้านายหรือเพื่อนร่วมงานชาวสิงคโปร์เหมือนกัน ประเทศสิงคโปร์ได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่น่าลงทุนลำดับต้น ๆ ของเอเชีย และเป็นประเทศที่คนทำงานให้ความสนใจที่จะไปทำงานในประเทศนี้ และจะได้รับความสนใจมากขึ้น เมื่อมีการเปิดเสรีอาเซียน ไม่เพียงเป็นประเทศที่น่าลงทุน แต่วัฒนธรรมการทำงานของสิงคโปร์นั้นมีความน่าสนใจในหลาย ๆ ด้าน หลายคนเกิดคำถามต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจว่าอาจจะเป็นเพราะวัฒนธรรมในการทำงาน วัฒนธรรมที่มีความเข้มแข็ง สิงคโปร์จึงเติบโตได้อย่างรวดเร็ว และมีความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง

วัฒนธรรม การทำงานแบบสิงคโปร์ ปรับตัวไม่ยากแค่เรียนรู้ง่ายๆ

วัฒนธรรม การทำงานแบบสิงคโปร์ ปรับตัวไม่ยากแค่เรียนรู้ง่ายๆ

คนทำงานที่ต้องการไปทำงาน หรือสัมผัสวัฒนธรรมการทำงานแบบสิงคโปร์ ต้องเรียนรู้วัฒนธรรมการทำงานเบื้องต้นกันเสียก่อน เพื่อจะไม่เกิดความผิดพลาดในการทำงาน หรือหากผิดพลาดก็จะปรับตัวได้อย่างมีแบบแผน และสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงที โดยวัฒนธรรมการทำงานแบบคนสิงคโปร์นั้น มีลักษณะดังนี้

ความมั่นคงในการทำงาน

ประชากรส่วนใหญ่ของสิงคโปร์ล้วนได้รับการศึกษาในระดับที่ดี การทำงานจึงดีตามไปด้วย อีกทั้งการสนับสนุนของภาครัฐในหลาย ๆ ด้านทำให้เกิดการพัฒนาภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง มุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองให้กลายเป็นศูนย์กลางของเทคโนโลยีและการวิจัย และจุดนี้เอง ได้กลายเป็นจุดดึงดูดคนทำงานจากภายนอกให้ไปทำงานในประเทศนี้มากขึ้น โดยเฉพาะคนที่สนใจที่จะไปทำงานในบริษัทชั้นนำ หรือองค์กรข้ามชาติ

ความแตกต่างคือสากล

ต้องยอมรับว่าสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีความแตกต่างทางวัฒนธรรมเป็นอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากประชากรที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ แต่จุดนี้เอง ทำให้สิงคโปร์มีความน่าสนใจ และดึงดูดนักลงทุนให้ไปลงทุนในประเทศเล็ก ๆ นี้มากขึ้น คนทำงานที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับความหลากหลายเช่นนี้ได้ ย่อมปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมการทำงานแบบสิงคโปร์ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ความแตกต่างได้กลายเป็นความเป็นสากลที่ดึงดูดนักธุรกิจจากทั่วโลกมาสู่สิงคโปร์

อัตราการแข่งขันสูง

เนื่องจากสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีขนาดเล็ก ทำให้เกิดการแข่งขันกันในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจการลงทุน การใช้ชีวิตที่ต้องดิ้นรนกันค่อนข้างสูง คนที่เข้มแข็งและเก่งที่สุดเท่านั้น ที่สามารถเป็นผู้ได้รับชัยชนะในการแข่งขัน คนที่สามารถทำงานได้ในวัฒนธรรมแบบสิงคโปร์ คือ คนที่แสวงหาและเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา จะเป็นที่จับตามอง และเป็นผู้ที่มีชัยชนะในการทำงาน ความหลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรมก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ทำให้เกิดความแตกต่าง คนที่ต้องการทำงานในประเทศสิงคโปร์ หากมีความความสามารถทางภาษาที่หลากหลาย ก็จะได้เปรียบกว่าคนที่พูดภาษาอังกฤษได้เพียงภาษาเดียว แต่ถ้าพูดได้เพียงภาษาเดียว ก็ต้องเป็นคนที่มาพร้อมกับความสามารถที่หลากหลาย

รูปแบบการสื่อสารที่ฉับไว

การติดต่อสื่อสารทางธุรกิจกับคนทำงานในสิงคโปร์ค่อนข้างมีความกระชับ ฉับไว คนต่างชาติสามารถจับมือทักทายได้ทั้งชายหญิง แต่ต้องไม่บีบแน่นหรือทิ้งไว้นานเกินไป โดยการจับมือนั้นจะจับทั้งสองมือ ไม่เหมือนกับการเชคแฮนด์แบบชาวตะวันตก รูปแบบของการทำงานนั้น ค่อนข้างรวดเร็ว กระชับ ฉับไว และมีความกระตือรือร้น สามารถปรับตัวเพื่อแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็ว คนทำงานที่สามารถนำเอาเทคนิคใหม่ ๆ มาปรับใช้กับการทำงาน แล้วการทำงานนั้นประสบผลสำเร็จ จะได้รับการชื่นชมและเป็นที่จับตามอง

หากต้องการทำงานข้ามวัฒนธรรม สิ่งหนึ่งที่เราต้องทำให้ได้ คือ การปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมนั้น เพื่อที่เราจะได้ทำงานได้อย่างคล่องตัว และมีประสิทธิภาพ อีกทั้ง การเปิดใจเพื่อรับสิ่งใหม่ ๆ เป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับตัวเราเอง ทำให้เรามีโอกาสที่จะประสบผลสำเร็จในการทำงานได้ง่ายขึ้น

งานธนาคารบริการ ที่มากกว่าถอนและรับฝากเงิน

เมื่อเอ่ยถึงงานธนาคาร หลายคนจะเข้าใจไปว่า เป็นงานของพนักงานธนาคารที่ให้บริการ รับฝาก-ถอน หรือเปิดปัญชีเพียงอย่างเดียว แต่งานธนาคารยังมีอีกหลายตำแหน่งที่ให้บริการที่ให้เราได้ใช้บริการ ไม่ว่าจะประกอบอาชีพ ฟรีแลนซ์ แม่บ้าน พนักงานออฟฟิส หรือผู้บริหารก็ตาม อีกทั้งยังมีตำแหน่งงานอีกหลายตำแหน่งที่เปิดรับบุคลากรเข้าไปร่วมงานในองค์กร เพียงแต่เราต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจสมัครงาน โดยดูว่าเรามีงานที่ตรงกับความต้องการในตำแหน่งงานเหล่านั้นหรือไม่ธนาคารแต่ละแห่งจะมีธุรกิจหลัก ๆ ที่ให้บริการอยู่หลายด้าน ตำแหน่งงานธนาคาร จึงแบ่งออกเป็นหลายประเภท ตามลักษณะการให้บริการของธนาคาร อาทิ งานบริการด้านการเงิน งานบริการลูกค้า งานบริการด้านบัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ งานบริการรับฝากเงิน งานบริการด้านการบริหารสินทรัพย์ งานสินเชื่อพาณิชย์ งานบริการบริหารเงินสด งานการบริการเงินทุน งานบริการด้านหลักทรัพย์ และงานบริการด้านเงินกู้สำหรับธุรกิจ

งานธนาคารบริการ ที่มากกว่าถอนและรับฝากเงิน

งานธนาคารบริการ ที่มากกว่าถอนและรับฝากเงิน

ตำแหน่งงานธนาคารเปิดรับสมัครผู้เรียนจบมาจากหลากหลายสาขา เพราะโอกาสที่จะได้งานธนาคารนั้นค่อนข้างกว้าง หากทำงานด้านการเงิน ผู้ที่เรียนจบมาจากคณะบริหารธุรกิจบัณฑิต (สาขาการเงิน) หรือ เศรษฐศาสตรบัณฑิต (สาขาเศรษฐศาสตร์การเงิน) ก็มีโอกาสที่จะได้งานนี้ หรือสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการธนาคาร เช่น คณะบริหารธุรกิจ (สาขาการเงิน และการธนาคาร) คณะวิทยาการจัดการ (สาขาการเงิน และการธนาคาร) คณะเศรษฐศาสตร์ (สาขาการเงิน และการธนาคาร)

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าต้องการสมัครงานธนาคารตำแหน่งอะไร เพราะคนหางานที่เรียนจบมาต่างสาขา แต่คิดว่าตนเองมีคุณสมบัติตรงกับที่นายจ้างต้องการ ก็สามารถสมัครงานธนาคารได้ เพราะอาจจะมีงานบางตำแหน่งที่เปิดกว้าง และพร้อมที่จะรับคนหางานที่ไม่ได้เรียนจบมาโดยตรง ดังนั้นเวลาหางานจึงต้องดูให้รอบคอบว่าเรามีคุณสมบัติตรงกับงานตำแหน่งนั้นจริง ๆ คุณสมบัติของผู้ที่ทำงานธนาคาร เพราะงานธนาคารไม่ได้มีเพียงแค่งานให้บริการรับฝาก ถอนเงิน เพียงอย่างเดียว ดังนั้นผู้ที่กำลังหางานด้านนี้จึงต้องเตรียมตัวให้พร้อม และมั่นใจว่าตนเองมีคุณสมบัติ เหล่านี้

  • มีความรู้ความสามารถตรงกับตำแหน่งงานที่ทำ
  • บุคลิกภาพดีน่าเชื่อถือ
  • มีใจรักในงานบริการ
  • มีความขยัน และอดทน
  • มีความสามารถด้านการสื่อสาร
  • สามารถทำงานภายใต้แรงกดดันได้
  • มีความละเอียดรอบคอบในการจัดการข้อมูล
  • ลักษณะงานที่เกี่ยวข้องกับงานธนาคาร
  • ให้บริการทางด้านการบัญชี เปิดปิด บัญชี
  • หาลูกค้าสำหรับลงทุน ทั้งการทำประกันภัย ประกันชีวิต
  • ให้บริการทางการเงิน
  • ให้ความรู้เกี่ยวกับการเงิน การลงทุน
  • รับผิดชอบจัดทำรายการประจำวันของธุรกรรมทางการเงิน
  • ติดต่อประสานงานทางด้านข้อมูลการรับ-จ่ายเงินกับคู่ค้า
  • วางแผนและวิเคราะห์ทางการเงินการบริหารเงินทุน
  • ควบคุมและติดตามบัญชีลูกหนี้

งานธนาคาร เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่สนใจประกอบอาชีพเกี่ยวกับการเงิน งานด้านนี้ เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ต้องอาศัยความสามารถของพนักงานในการดึงดูดลูกค้าให้มีจำนวนเพิ่มขึ้น และเกิดความสนใจลงทุนกับธนาคาร ทั้งการฝากเงิน การกู้เงิน และการลงทุนต่าง ๆ ที่ธนาคารให้บริการ

ทำงานตามเงินเดือน ท้าทายนายจ้างแบบไม่รู้ตัว

การทำงานก็เป็นการเดินหรือใช้ชีวิตประจำวันไปเรื่อยๆ อยู่กับงานที่รัก งานที่ทำ ซึ่งตัวแปรมีหลายปัจจัยที่จูงใจในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็น เงินเดือน สังคมในที่ทำงาน หัวหน้า นายจ้าง เพื่อนร่วมงาน และอื่นๆ อีกมากมาย แน่นอนว่าไม่จำกัดอาชีพแม้แต่ ฟรีแลนซ์ ก็ยังต้องเจอด้วยแน่ๆ จริงอยู่ว่าคนเราส่วนมากต่างก็มีเงินเดือนเป็นแรงจูงใจในการทำงาน แต่ถ้าวันใดลูกจ้างเกิดหมดไฟ เริ่มทำงานเช้าชามเย็นชาม แถมยังรู้สึกว่าตัวเองทำตัวถูกต้องแล้วด้วยความคิดที่ว่า “ก็ฉันทำงานตามฐานเงินเดือน” วันนั้นนายจ้างคงจะนั่งกุมขมับและต้องรีบหาทางออกโดยเร่งด่วนก่อนที่ปัญหาจะบานปลายจนส่งผลเสียต่อองค์กรโดยรวม และอาจทำให้ทำงานได้ยากมากขึ้น โดยต้องกระตุ้น หรือวิธีการอื่นๆ ที่ได้ผลดีที่สุด อย่างไรก็ตามนายจ้างต้องเข้าใจถึงความเป็นไปภายในองค์กรและพนักงานนั้นๆ เสียก่อนที่จะบานปลายจนกู่ไม่กลับ

ทำงานตามเงินเดือน ท้าทายนายจ้างแบบไม่รู้ตัว

ทำงานตามเงินเดือน ท้าทายนายจ้างแบบไม่รู้ตัว

  • ค้นหาสาเหตุ – หัวหน้าควรรีบค้นหาต้นเหตุที่ทำให้เกิดความคิดนี้ไม่ว่าจะด้วยการสังเกตเอง ลองคุยกับเพื่อนร่วมงานในทีมคนอื่นหรือพูดคุยซักถามโดยตรงกับเจ้าตัว ส่วนมากแล้วปัญหานี้มักเกิดกับพนักงานที่ทำงานมานานแต่อาจไม่ได้รับความก้าวหน้าหรือไม่ได้เงินเดือนขึ้นอย่างที่พวกเขาต้องการ และยังอาจมีปัญหาอื่นอีกมากมายที่ทำให้เขาเกิดอาการขาดแรงจูงใจในการทำงานไปเสียอย่างนั้น เช่น รู้สึกว่าไม่ได้รับการยอมรับอย่างที่ควร หัวหน้าต้องค้นหาให้พบก่อนว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้พวกเขาหมดไฟ
  • ช่วยแก้ไข – เมื่อรู้ต้นเหตุแห่งความเฉื่อยชาแล้ว หัวหน้าควรดูขั้นตอนต่อไปว่าจะเรียกพลังของพนักงานคนนี้กลับมาอย่างไรให้เหมือนวันแรกที่เขาเข้าทำงาน อะไรคือแรงกระตุ้นหรือเป้าหมายการทำงานของเขา หากเขามีปัญหาเรื่องเงินเดือนไม่ค่อยขึ้นจริง แล้วผลการทำงานของเขาเป็นอย่างไร ถ้าผลงานดีแต่ขาดการยอมรับ หัวหน้าจะสามารถช่วยได้ไหม หรือหากผลงานไม่ดีก็ควรช่วยให้คำแนะนำและให้โอกาสเขาได้ปรับปรุงแก้ตัวอีกครั้ง การสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญ ลูกน้องจะรู้สึกดีขึ้นมากหากหัวหน้าลงมาใส่ใจดูแลพวกเขาอย่างใกล้ชิด
  • ใส่ใจกับพนักงานระดับหัวหน้างาน – จะเห็นได้ว่าหัวหน้ามีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการแก้ปัญหานี้ คำกล่าวที่ว่า “คนเข้าทำงานเพราะองค์กรแต่ลาออกเพราะหัวหน้า” จึงไม่ใช่คำพูดที่เกินจริงไปนัก มีหลายคนอยู่กับองค์กรนาน ซ้ำยังขยันตั้งใจทำงานไม่มีขาดตกบกพร่องไม่ใช่เพราะผลตอบแทน แต่เพราะรักและชื่นชมในตัวหัวหน้า ในฐานะนายจ้าง คุณอาจไม่สามารถดูแลลูกน้องทุกคนได้อย่างทั่วถึง ดังนั้นหัวหน้าโดยตรงมีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากกับความกระตือรือร้นของทีม หัวหน้าที่มีความเป็นผู้นำจะสามารถกระตุ้นให้ลูกน้องมุ่งมั่นสู่ความสำเร็จ สามารถทำให้ผู้คนมีไฟและมีใจในการทำงานได้ ดังนั้นนายจ้างต้องคัดเลือกคนที่จะขึ้นมาเป็นหัวหน้าทีมให้ดี ดูที่บุคลิคและคุณสมบัติเป็นหลัก ไม่ใช่อายุงานหรือประสบการณ์การทำงานเพียงอย่างเดียว และต้องหมั่นสื่อสารกับหัวหน้าทุกคนเพื่อจะได้รับรู้ความเคลื่อนไหวในแต่ละทีมและช่วยให้คำแนะนำได้อย่างทันสถานการณ์ตามความเหมาะสม

ฟังดูผิวเผินคำพูดนี้อาจดูเหมือนมาจากพนักงานที่ขาดแรงกระตุ้นเรื่องรายได้ แต่หากนายจ้างมีความใส่ใจที่จะลงรายละเอียดและลองรับฟังปัญหาของแต่ละคนแล้ว อาจพบว่ามีความคาดหวังหรือความต้องการบางอย่างที่พวกเขาคิดว่าไม่ได้รับความยุติธรรมมากกว่าเรื่องของเงินเดือน บางครั้งก็เป็นเรื่องการเมืองในที่ทำงาน ความสัมพันธ์กับหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงาน ปัญหาเรื่องเนื้องาน หรือบางครั้งก็อาจเป็นปัญหาด้านทัศนคติของตัวพนักงานเอง เราต้องคอยหาสาเหตุอยู่เรื่อยๆ และคอยดูพฤติกรรมของพนักงาน การเอาใจใส่ไม่ใช่เรื่องยาก แล้วพนักงานจะไม่เอาแต่ทำตามเงินเดือนที่ได้รับแน่นอน ถึงแม้ว่าปัจจัยจะเยอะมากแต่เชื่อว่าไม่เกินความสามารถของหัวหน้า ผู้จัดการที่ได้เลือกพนักงานคนดังกล่าวเข้ามาแน่ เพราะพนักงานแต่ละคนมีความสามารถและบุคลิกภาพที่ต่างกันก็จริง แต่โดยเนื้องานแล้วอาจมีความคล้ายคลึงจนทำให้มองออกได้ไม่ยาก

หัวหน้าหรือนายจ้างส่วนใหญ่ (บางคน) มักคิดว่าการขึ้นเงินเดือนแต่เพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาในระยะยาวได้ เพราะแม้หากเป็นปัญหาเรื่องเงินจริง พนักงานเองก็มักจะมีส่วนที่ต้องปรับปรุงผลงานของตัวเองด้วยเช่นกันซึ่งหัวหน้าต้องเข้าไปช่วยดูแล ดังนั้นต้องหาสาเหตุที่แท้จริงให้พบก่อนจึงจะสามารถแก้ไขได้อย่างยั่งยืน และทำให้ผลงานภายในทีมส่งผลดีรวมไปถึงองค์กรเองด้วยที่มีผลงานยอดเยี่ยม ฉะนั้นปัญหาพวกนี้เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ถึงจะเป็นจุดด่างเล็กๆ แต่ส่งผลเสียเกินกว่าที่จะได้รับด้วยซ้ำ ยิ่งปล่อยไว้นานจะยิ่งทำให้ปัญหายาวนานยิ่งขึ้น อาจทำให้ต้องไล่ออกหรือหาพนักงานเพิ่มเติมทำให้ต้องจ้างพนักงานเกินจำนวน ทั้งเสียรายได้กับสิ่งที่ไม่คุ้มค่ามากที่สุด อย่างไรก็ดีแอดมินเอาแนวทางมานำเสนอเพื่อให้คุณนำไปปรับใช้กับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นองค์กรเล็กหรือใหญ่ก็สามารถนำไปใช้ได้ทั้งหมดขึ้นอยู่กับสถานการณ์และองค์ประกอบโดยรวม อาทิเช่น เงินเดือน สุขภาพ โบนัส และอื่นๆ อาจจะไม่ทั้งหมดแต่รับรองว่ามีประโยชน์ไม่มากก็น้อยเลยละ แล้วพบกันใหม่กับบทความครั้งหน้านะจ้ะ