วิธีแก้ปัญหา ที่ชาญฉลาดและสร้างสรรค์ มาให้วิเคราะห์กัน

คนเรามักเจอปัญหาได้อย่างหลากหลาย บางครั้งเจอในเวลาพร้อมกันนี่แทบร้องขอชีวิตเลยทีเดียว แม้แต่อาชีพ ฟรีแลนซ์ เองก็ยังต้องโดนสักทางและ ไม่ว่าจะงานเร่ง งานรีบ งานแก้ โอ้ย ชีวิตแทบล้มกองกันตรงนั้นทีเดียว แต่ใจเย็นก่อนวันนี้เรามี วิธีแก้ปัญหา ที่ชาญฉลาดและสร้างสรรค์ มาให้วิเคราะห์กัน จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย

วิธีแก้ปัญหา ที่ชาญฉลาดและสร้างสรรค์ มาให้วิเคราะห์กัน

วิธีแก้ปัญหา ที่ชาญฉลาดและสร้างสรรค์ มาให้วิเคราะห์กัน

1. มองปัญหาอย่างเฉพาะเจาะจง บางคนอาจเจอปัญหาหลายเรื่องพร้อม ๆ กัน และแต่ละปัญหามีความคล้ายคลึงกันบ้าง คุณจึงต้องพิจารณาปัญหาเหล่านั้นอย่างเจาะจงลงไป ถ้ารู้ว่าอะไรคือปัญหาที่แท้จริง ก็จะสามารถหาหนทางในการแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น ทำให้เกิดความมั่นใจ มองเห็นปัญหาได้ทะลุปรุโปร่ง และได้คำตอบที่ชัดเจน

2. คิด วิเคราะห์ แยกแยะ การคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์นั้นมักต้องใช้วิธีแก้ปัญหาหรือคำตอบหลาย ๆ ทาง วิธีการแก้ปัญหาหรือคำตอบที่คิดได้เป็นอันดับแรก ๆ อาจไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด เพราะความคิดเห็นและข้อมูลที่สำคัญ ๆ นั้นมีอยู่มากมาย ต้องพยายามคิดให้รอบด้าน แยกแยะ และคัดเลือกออกมา เพื่อให้ได้คำตอบที่ดี สร้างสรรค์ และตอบโจทย์ได้มากที่สุด

3. Brainstorming ระดมสมองหาทางออกที่ดีกว่า ระดมความคิดจากหลาย ๆ คน เพื่อคิดหาสาเหตุและวิธีแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง เหมาะสม และได้ผลดี โดยวางกฎพื้นฐานในการระดมสมองไว้ เช่น ไม่มีการวิพากษ์วิจารณ์ หรือตัดสินว่าความคิดใดดีหรือไม่ดี ถ้าใครคิดวิธีการอะไรได้ต้องกล้าพูดออกมา และอย่าอายที่จะนำความคิดของคนอื่นมาผสมผสานกับความคิดของตน เพื่อสร้างเป็นความคิดใหม่ จากนั้นวางขั้นตอนในการระดมสมองให้เป็นลำดับ เช่น กำหนดเวลาในการคิด กำหนดให้มีคนเขียนสาเหตุของปัญหาและจดวิธีแก้ปัญหา และให้สมาชิกทุกคนแสดงความคิดเห็นเรียงกันไปทีละคน ที่สำคัญต้องจดทุกความคิด ไม่ว่าจะแปลกประหลาดแค่ไหนก็ตาม เพื่อนำไปคัดเลือก แล้วร่วมกันลงมติเลือกวิธีแก้ที่ดีที่สุด

4. Mind Mapping แผนภูมิความคิดช่วยแก้ปัญหา การทำแผนภูมิความคิดหรือเป็นการกระตุ้นสมองให้เกิดความคิดที่เป็นอิสระจากปัญหาที่เป็นศูนย์กลาง ออกไปสู่วิธีแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่แปลกและแตกต่างจากเดิมได้ เริ่มจากการเขียนสาเหตุของปัญหาไว้กลางหน้ากระดาษ แล้วลากเส้นโยงออกมารอบ ๆ ถ้าคิดวิธีแก้ไขได้ ก็ให้เขียนวิธีนั้นไว้เหนือเส้นที่เพิ่งลากออกมา ความคิดใดสัมพันธ์หรือสนับสนุนวิธีแก้ไขที่มีอยู่แล้ว ก็ให้เติมความคิดใหม่นั้นต่อยอดจากวิธีแก้เดิม เมื่อได้ความคิดใหม่ ๆ ที่หลากหลายแล้ว ก็สามารถนำความคิดเหล่านั้นไปใช้ในขั้นตอนของการวางแผนแก้ไขปัญหาได้

5. มุ่งสู่เหตุผลเพื่อแก้ปัญหา ต้องมองเหตุผลที่แท้จริงว่า เราต้องการแก้ปัญหาเพื่ออะไร อย่ามัวแต่คิดว่ามีปัญหาอะไรและเกิดอะไรขึ้น เพราะจะไม่ทำให้เราได้ทางออก ให้คิดว่าเรากำลังพยายามหาหนทางแก้ไขปัญหาเพื่อผลลัพธ์อะไร สิ่งนี้จะช่วยให้เกิดความคิด กระตุ้นให้หาวิธีหรือหาหนทางแก้ไขปัญหาได้

6. ฝึกมองปัญหาอย่างเป็นระบบ และฝึกมองการณ์ไกล เมื่อฝึกมองปัญหาและหาหนทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบได้ ก็จะทำให้เราสามารถคาดการณ์ได้ถึงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในงานต่าง ๆ ได้ ทำให้งานที่คุณทำนั้นจะราบรื่นมากกว่าเดิม จะพบเจอกับปัญหาน้อยลง

7. ละทิ้งข้อมูลที่ไม่จำเป็น ใช้ความคิดสร้างสรรค์ให้มากขึ้น คนส่วนมากจะใช้ข้อมูลจำนวนมาก เพื่อประกอบการตัดสินใจแก้ไขปัญหา แต่อย่าลืมว่าบางครั้งการมีข้อมูลมากเกินไป ทำให้เราไม่สามารถหาวิธีแก้ปัญหาใหม่ ๆ ได้ มัวแต่ติดอยู่ในกรอบความคิดแบบเดิม ๆ เพราะข้อมูลนั้นเองกลับกลายเป็นตัวสกัดกั้นไม่ให้เราใช้สัญชาตญาณและความคิดสร้างสรรค์ได้มากเท่าที่ควร

8. คำนึงถึงปัจจัย “บุคคล” เมื่อสามารถพัฒนาวิธีแก้ปัญหาได้แล้ว สิ่งที่ต้องคำนึงถึงประการต่อไปคือ ความร่วมมือของบุคคล เพราะคนจะเป็นตัวขับเคลื่อนไอเดียการแก้ปัญหาให้เกิดขึ้นได้จริง นับเป็นตัวแปรสำคัญของการแก้ปัญหาให้ประสบผลสำเร็จ นักแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์จึงต้องพยายามหาวิธีแก้ปัญหาแบบให้ concept กว้าง ๆ พร้อมยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ตามปัจจัยของบุคลากรในทีมหรือองค์กรอยู่เสมอ

9. เปลี่ยนความคิดเห็นให้เป็นการกระทำ อย่าแค่พูดแต่ไม่ทำ จุดมุ่งหมายสำคัญของการแก้ปัญหาก็คือการเปลี่ยนแปลงความคิดไปสู่การปฏิบัติจริง พยายามดึงคิดสร้างสรรค์ออกมาไม่ให้จบลงเพียงแค่การคิดในใจ แล้วลงมือทำอย่างมั่นใจ ไม่กังวลถึงปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ใส่ใจพร้อมความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวและพากเพียรพยายาม จนกระทั่งเกิดผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจได้ในที่สุด

วัฒนธรรม การทำงานแบบสิงคโปร์ ปรับตัวไม่ยากแค่เรียนรู้ง่ายๆ

วัฒนธรรมการทำงานที่แตกต่างส่งผลกระทบต่อตัวเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง หากเราไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้ดีพอ การเปิด AEC เป็นการรวมตัวกันของประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน เพื่อให้เกิดการลงทุน และเกิดความเป็นหนึ่งเดียวกันของภูมิภาคอาเซียน แม้แต่ ฟรีแลนซ์ ก็อาจจะเจอเจ้านายหรือเพื่อนร่วมงานชาวสิงคโปร์เหมือนกัน ประเทศสิงคโปร์ได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่น่าลงทุนลำดับต้น ๆ ของเอเชีย และเป็นประเทศที่คนทำงานให้ความสนใจที่จะไปทำงานในประเทศนี้ และจะได้รับความสนใจมากขึ้น เมื่อมีการเปิดเสรีอาเซียน ไม่เพียงเป็นประเทศที่น่าลงทุน แต่วัฒนธรรมการทำงานของสิงคโปร์นั้นมีความน่าสนใจในหลาย ๆ ด้าน หลายคนเกิดคำถามต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจว่าอาจจะเป็นเพราะวัฒนธรรมในการทำงาน วัฒนธรรมที่มีความเข้มแข็ง สิงคโปร์จึงเติบโตได้อย่างรวดเร็ว และมีความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง

วัฒนธรรม การทำงานแบบสิงคโปร์ ปรับตัวไม่ยากแค่เรียนรู้ง่ายๆ

วัฒนธรรม การทำงานแบบสิงคโปร์ ปรับตัวไม่ยากแค่เรียนรู้ง่ายๆ

คนทำงานที่ต้องการไปทำงาน หรือสัมผัสวัฒนธรรมการทำงานแบบสิงคโปร์ ต้องเรียนรู้วัฒนธรรมการทำงานเบื้องต้นกันเสียก่อน เพื่อจะไม่เกิดความผิดพลาดในการทำงาน หรือหากผิดพลาดก็จะปรับตัวได้อย่างมีแบบแผน และสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงที โดยวัฒนธรรมการทำงานแบบคนสิงคโปร์นั้น มีลักษณะดังนี้

ความมั่นคงในการทำงาน

ประชากรส่วนใหญ่ของสิงคโปร์ล้วนได้รับการศึกษาในระดับที่ดี การทำงานจึงดีตามไปด้วย อีกทั้งการสนับสนุนของภาครัฐในหลาย ๆ ด้านทำให้เกิดการพัฒนาภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง มุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองให้กลายเป็นศูนย์กลางของเทคโนโลยีและการวิจัย และจุดนี้เอง ได้กลายเป็นจุดดึงดูดคนทำงานจากภายนอกให้ไปทำงานในประเทศนี้มากขึ้น โดยเฉพาะคนที่สนใจที่จะไปทำงานในบริษัทชั้นนำ หรือองค์กรข้ามชาติ

ความแตกต่างคือสากล

ต้องยอมรับว่าสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีความแตกต่างทางวัฒนธรรมเป็นอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากประชากรที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ แต่จุดนี้เอง ทำให้สิงคโปร์มีความน่าสนใจ และดึงดูดนักลงทุนให้ไปลงทุนในประเทศเล็ก ๆ นี้มากขึ้น คนทำงานที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับความหลากหลายเช่นนี้ได้ ย่อมปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมการทำงานแบบสิงคโปร์ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ความแตกต่างได้กลายเป็นความเป็นสากลที่ดึงดูดนักธุรกิจจากทั่วโลกมาสู่สิงคโปร์

อัตราการแข่งขันสูง

เนื่องจากสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีขนาดเล็ก ทำให้เกิดการแข่งขันกันในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจการลงทุน การใช้ชีวิตที่ต้องดิ้นรนกันค่อนข้างสูง คนที่เข้มแข็งและเก่งที่สุดเท่านั้น ที่สามารถเป็นผู้ได้รับชัยชนะในการแข่งขัน คนที่สามารถทำงานได้ในวัฒนธรรมแบบสิงคโปร์ คือ คนที่แสวงหาและเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา จะเป็นที่จับตามอง และเป็นผู้ที่มีชัยชนะในการทำงาน ความหลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรมก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ทำให้เกิดความแตกต่าง คนที่ต้องการทำงานในประเทศสิงคโปร์ หากมีความความสามารถทางภาษาที่หลากหลาย ก็จะได้เปรียบกว่าคนที่พูดภาษาอังกฤษได้เพียงภาษาเดียว แต่ถ้าพูดได้เพียงภาษาเดียว ก็ต้องเป็นคนที่มาพร้อมกับความสามารถที่หลากหลาย

รูปแบบการสื่อสารที่ฉับไว

การติดต่อสื่อสารทางธุรกิจกับคนทำงานในสิงคโปร์ค่อนข้างมีความกระชับ ฉับไว คนต่างชาติสามารถจับมือทักทายได้ทั้งชายหญิง แต่ต้องไม่บีบแน่นหรือทิ้งไว้นานเกินไป โดยการจับมือนั้นจะจับทั้งสองมือ ไม่เหมือนกับการเชคแฮนด์แบบชาวตะวันตก รูปแบบของการทำงานนั้น ค่อนข้างรวดเร็ว กระชับ ฉับไว และมีความกระตือรือร้น สามารถปรับตัวเพื่อแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็ว คนทำงานที่สามารถนำเอาเทคนิคใหม่ ๆ มาปรับใช้กับการทำงาน แล้วการทำงานนั้นประสบผลสำเร็จ จะได้รับการชื่นชมและเป็นที่จับตามอง

หากต้องการทำงานข้ามวัฒนธรรม สิ่งหนึ่งที่เราต้องทำให้ได้ คือ การปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมนั้น เพื่อที่เราจะได้ทำงานได้อย่างคล่องตัว และมีประสิทธิภาพ อีกทั้ง การเปิดใจเพื่อรับสิ่งใหม่ ๆ เป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับตัวเราเอง ทำให้เรามีโอกาสที่จะประสบผลสำเร็จในการทำงานได้ง่ายขึ้น

หางานทำแปลงร่างเป็นฟรีแลนซ์กับ Freelancebay

การทำงานในปัจจุบันเป็นอะไรที่หายากพอสมควร ยิ่งตอนนี้เศษรฐกิจไม่แน่นอนด้วยทำให้เราต้องรัดกุมและทำงานแบบเลือกพอสมควร การทำงานแบบ ฟรีแลนซ์ ก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลย เพราะได้ความเป็นอิสระในการทำงาน ขึ้นอยู่กับงานที่เราเลือกจะทำด้วยเช่นกัน สามารถเปลี่ยนแปลงได้เรื่อยๆ (แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเปลี่ยนงานเป็นว่าเล่นนะ) เว็บหนึ่งที่น่าสนใจคือ Freelancebay ที่รวบรวมเหล่าคนทำงานประเภทฟรีแลนซ์ไว้ที่นี่เลย ทำให้เราไม่ต้องไปค้นหาคนทำงานให้เสียเวลา

หางานทำแปลงร่างเป็นฟรีแลนซ์กับ Freelancebay

หางานทำแปลงร่างเป็นฟรีแลนซ์กับ Freelancebay

  • ใช้งานง่ายเพียงเข้าเว็บไซต์ แล้วสมัครชื่อผู้ใช้งาน (Username) ง่ายสุดๆ
  • ค้นหาคนทำงานได้ทันที เพียงเข้าใช้งานในหมวด หาฟรีแลนซ์ (Freelance)
  • รองรับผู้ที่ต้องการรับทำ และค้นหาการทำโปรเจคในรูปแบบต่างๆ (Project)
  • ไม่ว่าจะเป็นการรับน้องฝึกงาน หรือ หาที่ฝึกงานอยู่ละก็ที่นี่สามารถตอบโจทย์ได้เลยนะ
  • ตัวเว็บไซต์นี้เปิดให้ใช้บริการฟรี (Free) โดยไม่เสียค่ายใช้จ่ายใดๆ
  • มีระบบให้คะแนนกับผู้ใช้งานทุกระดับ โหวตได้ตามใจชอบ เรียกระดับคะแนนตามคุณภาพเลย
  • แยกหมวดหมู่การค้นหางานออกอย่างชัดเจน เช่น ติวเตอร์ (Tutorial), เขียนบทความ (Content Writer), ธุรกิจและการบัญชี (Business and Accounting) เป็นต้น
  • หากไม่เคยใช้งานเว็บไซต์มีคำแนะนำเบื้องต้นให้เรียนรู้
  • สามารถเชื่อมต่อและสมัครด้วย Facebook ได้ทันที ไม่จำเป็นต้องกรอกข้อมูลใหม่
  • และฟีเจอร์อื่นๆ อีกมากมายในเว็บไซต์ฟรีแลนซ์แห่งนี้

ปัจจุบันการทำงานที่เราเห็นส่วนใหญ่มักจะอยู่ในออฟฟิส สำนักงานใหญ่ตามสาขาบนถนนเส้นใหญ่ทั้งหลาย บางครั้งก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นเรื่องน่าเบื่อที่ต้องเดินทางไปกลับในที่เดิมๆ และต้องเผื่อเวลาสำหรับการเดินทางในตอนเช้าและเย็นเป็นชั่วโมงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การหันมาทำงานฟรีแลนซ์ก็มีส่วนดีบ้างแต่ไม่ได้ตอบโจทย์ชีวิตทั้งหมดเช่นกัน ในเว็บฟรีแลนซ์แห่งนี้ได้รวบรวมเหล่าคนที่ต้องการทำงานฟรีแลนซ์ปัจจุบันสูงถึง 37,199 ฟรีแลนซ์ จากทั้งหมด 37,322 ท่าน ถือว่าสูงทีเดียวและรอทำงานอยู่อีก 27,386 ท่าน รวมไปถึงผู้ว่าจ้างงานรายต่างๆ กว่า 9,663 ผู้ว่าจ้างที่จะคอยหาคนทำงานที่มีคุณภาพให้กับคุณ

นอกจากนี้แล้วยังมีหมวดหมู่สำหรับคนที่ต้องการทำโปรเจคอีกกว่า 20 โปรเจคที่รอการประมูลอยู่ โดยคัดเลือกจากทั้งหมด 10,755 โปรเจคด้วยกัน ไม่ว่าน้องฝึกงาน เพื่อนๆ พี่ๆ ที่ต้องการทำโปรเจคอะไรก็ตามสามารถตามหาที่นี่ได้เลย และยังไม่หมดแค่นั้น เมื่อพูดถึงการเข้าใช้งานที่ง่ายตามวิธีด้านบนแล้ว ยังสามารถสมัครด้วยตนเองแบบกรอกข้อมูลเข้ามา มีรายละเอียดให้ใส่ไม่ว่าจะเป็น ชื่อ ที่อยู่ ประเภทงานที่ต้องการ อาชีพที่ตนเองถนัด พร้อมอัพโหลดภาพประจำตัวได้เลย ถือว่าอำนวยความสะดวกเป็นอย่างดีกับผู้ใช้งานทุกคนทุกระดับเลยทีเดียว

ทีเด็ดของเว็บไซต์นี้อาจจะอยู่ตรงที่การโหวต (Vote) ให้คะแนนกับผู้ที่จ้างงานและผู้ที่รับทำงานด้วย ซึ่งต่างก็สามารถให้คะแนนซึ่งกันและกันโดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ อาจเป็นตัวชี้วัดและบ่งบอกถึงประสิทธิภาพการทำงานที่ได้คุณภาพ และความนิยมของบุคคลเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งยังมี Socialnetwork กดติดตามอย่าง Facebook, Twiter, Google+ คอยอัพเดทข้อมูลความเคลื่อนไหวต่างๆ อยู่เป็นระยะไม่พลาดกับงานที่คุณหาอยู่แน่นอน