True Lenovo 4G VIBE C สุดยอดสมาร์ทโฟนประสิทธิภาพ

ทรูและเลอโนโวเปิดตัว True Lenovo 4G VIBE C สมาร์ทโฟนสเปคแรงราคาประหยัดเอาใจผู้ใช้งานที่ชื่นชอบความคุ้มค่า ด้วยการสร้างสรรค์รูปทรงสวยงามที่มาพร้อมหน้าจอกว้างขนาด 5 นิ้ว รอบรับการเชื่อมต่อความเร็วสูง 4G และยกระดับการทำงานด้วยขุมพลัง Quad-core processor จาก Qualcomm® ผู้ใช้งานสามารถสัมผัสการทำงานและเป็นเจ้าของได้ในราคาสุดคุ้ม

True Lenovo 4G VIBE C สุดยอดสมาร์ทโฟนประสิทธิภาพ

True Lenovo 4G VIBE C สุดยอดสมาร์ทโฟนประสิทธิภาพ

คุณทวนทอง ศรีวิเชียร, ผู้จัดการประจำประเทศไทย ฝ่ายผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟน, เลอโนโว กล่าวว่า “ครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนประสบการณ์ลูกค้าที่ไม่ต้องทนใช้งานสมาร์ทโฟนราคาประหยัดที่มีข้อจำกัดฟังก์ชั่นการทำงานมากมาย เลอโนโวมอบประสบการณ์ใหม่ด้วย Lenovo 4G VIBE C สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมคุณสมบัติโดดเด่นครบครันในราคาที่ลูกค้าทุกท่านสามารถจับต้องได้”

สมาร์ทโฟนที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์และความต้องการในการเชื่อมต่อสำหรับยุคดิจิทัล ให้ผู้ใช้งานสามารถท่องอินเตอร์เน็ต แชร์ประสบการณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย และดาว์นโหลดข้อมูลด้วยอินเตอร์เน็ตความรวดเร็วสูง อีกทั้งมาพร้อมแบตเตอรี่ ความจุถึง 2,300 mAh ที่สามารถถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้อย่างง่ายดายเพื่อเพิ่มความต่อเนื่องในการใช้งานได้ตลอดทั้งวัน

นอกจากนี้ Lenovo 4G VIBE C ยังมาพร้อมจุดเด่นที่แตกต่างจากสมาร์ทโฟนในราคาระดับเดียวกัน ด้วยหน่วยความจำในตัวเครื่อง 8 GB เพิ่มได้สูงสุดถึง 32 GB ด้วยการ์ดความจำ microSD เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการพื้นที่แอพพลิเคชั่น เกม รูปถ่าย และวิดีโอได้อย่างจุใจ

อีกทั้งคุณสมบัติโดดเด่นอีกมากมาย อาทิ รองรับการทำงานแบบสองซิม และกล้องหลังความละเอียดถึง 5 MP และกล้องหน้าความละเอียดถึง 2 MP ราคา และ การจัดจำหน่าย Lenovo 4G VIBE C มาพร้อม 2 สี ให้เลือก ได้แก่ สีขาว และสีดำ มีวางจำหน่ายแล้วที่ศูนย์บริการทรู ทั่วประเทศ ในราคา 2,990 บาท
ลูกค้าทรูมูฟ เอช เตรียมพบกับข้อเสนอสุดพิเศษได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2559 เพียงสมัครแพ็คเกจรายเดือน 4G+ Super Smart เริ่มต้นที่ราคา 499 บาท ขึ้นไป และชำระค่าบริการล่วงหน้า 2,000 บาท รับทันที สมาร์ทโฟน Lenovo 4G VIBE C ราคา 2,990 บาท ฟรี สำหรับลูกค้าแบบเติมเงิน จะได้โบนัสค่าโทรฟรี มูลค่าถึง 3,000 บาท พร้อมอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง 3 GB นาน 10 เดือน

พันธมิตรยักษ์ Smart ปักธงให้บริการเพลงออนไลน์ผ่านมือถือ

บีอีซี-เทโร มิวสิค ประกาศรุกตลาดเพลงสู่ต่างประเทศเต็มสูบ เพื่อขยายฐานธุรกิจรองรับโอกาสเติบโตในอนาคต ประเดิมคว้าสิทธิ์ในการทำตลาดใน 4 ประเทศพร้อม พันธมิตรยักษ์ Smart ได้แก่ ประเทศไทย กัมพูชา เมียนมาร์ และลาว พร้อมเดินหน้าปักหมุดเปิดตลาดแห่งแรกที่กัมพูชา ลุยจับมือ บริษัท สมาร์ท เอเซียต้า จำกัด หรือ Smart เป็นพันธมิตรในการจัดจำหน่ายเพลงอินเตอร์ในสังกัดของโซนี่ มิวสิค, เพลงเอเชียน จากค่าย YG Entertainment, JYP Entertainment และ AVEX Group รวมถึงเพลงไทยจาก บีอีซี-เทโร มิวสิค ผ่านบริการ Smart Music App รองรับความต้องการด้านการฟังเพลงออนไลน์ผ่านสมาร์ท โฟนที่ขยายตัวสูง มั่นใจช่วยขยายฐานด้านการตลาดและเสริมแกร่งธุรกิจ เล็งปี 2559 รุกขยายธุรกิจในกลุ่มอาเซียนต่อเนื่องเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำศูนย์กลางด้านดิจิตอลคอนเทนต์ในอาเซียน

พันธมิตรยักษ์ Smart ปักธงให้บริการเพลงออนไลน์ผ่านมือถือ

พันธมิตรยักษ์ Smart ปักธงให้บริการเพลงออนไลน์ผ่านมือถือ

นายพอล มนัสถาวร ผู้จัดการทั่วไป บีอีซี-เทโร มิวสิค บริษัท บีอีซี-เทโร เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงทิศทางการขยายธุรกิจนับจากนี้ไปว่า บีอีซี-เทโร มิวสิค จะมุ่งให้ความสำคัญกับการขยายตลาดเพลงไปยังกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ชัดเจนขึ้น หลังจากพบว่าตลาดดังกล่าวมีศักยภาพในการเติบโตสูงจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี (ASEAN Economic Community) โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันธุรกิจให้เติบโตก้าวกระโดด รวมถึงเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ที่ต้องการก้าวสู่การเป็นผู้นำศูนย์กลางด้านดิจิตอลคอนเทนต์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ได้ ซึ่งเบื้องต้นบริษัทฯ ได้รับสิทธิ์การจำหน่ายเพลงใน 4 ประเทศ คือ ประเทศไทย กัมพูชา เมียนมาร์ และลาว พร้อมเดินหน้ารุกตลาดในกัมพูชาเป็นประเทศแรก เพราะเล็งเห็นว่าเป็นตลาดที่มีการเติบโตที่ดีโดยเฉพาะตลาดโทรคมนาคมซึ่งเป็นตลาดใหญ่ ผนวกกับพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและนิยมฟังเพลงบนสมาร์ทโฟนมากขึ้น จึงทำให้ยังมีช่องว่างในการทำธุรกิจอย่างเห็นได้ชัด
สำหรับแนวทางการรุกตลาดในประเทศกัมพูชานั้น ล่าสุด บีอีซี-เทโร มิวสิค ได้ลงนามความร่วมมือกับบริษัทสมาร์ท เอเซียต้า จำกัด (Smart Axiata) หรือ Smart ให้เป็นพันธมิตรในการจัดจำหน่ายเพลงอินเตอร์ในสังกัดของ โซนี่ มิวสิค, เพลงเอเชียน จากค่าย YG Entertainment, JYP Entertainment และ AVEX Group รวมถึงเพลงไทยจาก บีอีซี-เทโร มิวสิค ในประเทศกัมพูชาผ่านบริการ Smart Music App เป็นบริการฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งบนมือถือ ซึ่งการเลือก Smart เป็นตัวแทนจำหน่ายนั้น เนื่องจากเล็งเห็นว่า Smart เป็นผู้นำด้านโทรคมนาคมของประเทศกัมพูชา โดยปัจจุบัน Smart มีส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 50%จากจำนวนประชากรกัมพูชา และมีลูกค้าที่ใช้บริการ Data ถึง 40% จากฐานลูกค้าที่มี นี่คือสิ่งที่ บีอีซี-เทโร มิวสิค สนใจ เพราะจะสามารถนำคอนเทนต์เข้าถึง 50% ของประชากรกัมพูชา ประกอบกับความเชี่ยวชาญในเรื่องพื้นที่และช่องทางการจำหน่าย นอกจากนี้ Smart ยังเป็นบริษัทในเครือ Axiata Group ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของเอเชีย มีฐานลูกค้ากว่า 260 ล้านราย
“การร่วมมือกับ Smart จะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างเครือข่ายการให้บริการเพลงอันเป็นเลิศแก่ลูกค้าชาวกัมพูชาก่อนจะขยายไปในประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ โดยเชื่อว่าทั้งบีอีซี-เทโร มิวสิค และ Smart จะได้รับประโยชน์ร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย แม้ว่าทั้ง 2 บริษัทจะอยู่ในอุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน แต่ก็มีจุดเด่นและจุดแข็งไม่เหมือนกัน โดยบีอีซี-เทโร มิวสิค มีความเชี่ยวชาญด้านคอนเทนต์เพลงที่ครบวงจร ขณะที่ Smart มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในตลาดโทรคมนาคมและความต้องการของผู้บริโภคในพื้นที่เป็นอย่างดี โดยมั่นใจว่าการผนึกกำลังกันในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มช่องทางการตลาดเพลงในกัมพูชาที่ยังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องได้เป็นอย่างดี รวมถึงเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับทั้งสองบริษัทยิ่งขึ้น และในปี 2559 มีแผนจะรุกขยายตลาดไปยังประเทศอื่นๆในภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง”
ด้าน มร. โทมัส ฮุนด์ (Thomas Hundt) ซีอีโอ บริษัท สมาร์ท เอเซียต้า จำกัด กล่าวว่า “Smart Music App เฟส2 เป็นบริการใหม่ล่าสุดที่พัฒนาต่อยอดมาจาก Smart Music App ซึ่งได้เปิดตัวไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยจับมือกับ 6 พันธมิตรท้องถิ่นเสิร์ฟคอนเทนต์เพลงออนไลน์แบบสตรีมมิ่งบนมือถือผ่านแอพฯ สำหรับวันนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของผู้บริโภคชาวกัมพูชาที่จะได้รับประสบการณ์ใหม่และมีทางเลือกในการฟังเพลงอย่างไร้ขีดจำกัดมากขึ้น โดยภายในตัวแอพฯ จะมีคลังเพลงให้เลือกหลากหลายทั้งเพลงสากล ไทย ญี่ปุ่น และเกาหลี และอัพเดทเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด โดยผู้ใช้สามารถค้นหาและดาวน์โหลดเพลงที่ต้องการผ่านแอพฯได้อย่างสะดวกง่ายดายทุกที่ทุกเวลา พร้อมเชื่อมั่นว่าทั้งรูปแบบธุรกิจ การทำงาน จะสามารถผสมผสานเติมเต็มธุรกิจของเราได้อย่างลงตัว รวมถึงช่วยขยายฐานตลาดเพลงในวงกว้างยิ่งขึ้น”