Oracle Marketing Cloud ช่วยยกระดับให้นักการตลาดและแบรนด์ต่างๆ

เพื่อช่วยให้นักการตลาดและแบรนด์ต่างๆ สามารถปรับแต่งประสบการณ์ลูกค้าให้สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะบุคคลของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้แบบเรียลไทม์ ออราเคิลได้ขยายขีดความสามารถของ Oracle Marketing Cloud ที่มาพร้อม 3 นวัตกรรมใหม่ ได้แก่ Offline Data Append, Match Multiplier และ Business Units for Content Marketing นวัตกรรมล่าสุดเหล่านี้จะช่วยให้โปรไฟล์ของลูกค้ามีความสมบูรณ์มากขึ้นด้วยข้อมูลการซื้อแบบออฟไลน์ เสริมสร้างความร่วมมือด้านกลยุทธ์การตลาดเนื้อหา และปรับปรุงการมีส่วนร่วมของลูกค้าผ่านอุปกรณ์ต่างๆ นอกจากนี้ คุณสมบัติที่ปรับปรุงใหม่ล่าสุดของ Oracle Marketing Cloud ได้แก่ ฟังก์ชั่นใหม่ที่ผนวกรวมกับ Oracle Service Cloud ที่ช่วยให้นักการตลาดใช้ประโยชน์จากข้อมูลการบริการลูกค้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ข้ามช่องทางแบบผสมผสานและสอดคล้องกัน

Oracle Marketing Cloud ช่วยยกระดับให้นักการตลาดและแบรนด์ต่างๆ

Oracle Marketing Cloud ช่วยยกระดับให้นักการตลาดและแบรนด์ต่างๆ

จากผลการศึกษาของ CMO Club พบว่า มีเพียง 13% ของซีเอ็มโอ (CMO) ที่ตอบแบบสำรวจ ระบุว่า พวกเขาสามารถส่งมอบประสบการณ์ลูกค้าที่สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะบุคคลและน่าสนใจผ่านทุกช่องทางได้อย่างแท้จริง ดังนั้น เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายนี้และออกแบบเนื้อหาตัดและประสบการณ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าแต่ละคน นักการตลาดจำเป็นต้องรับฟังและเก็บข้อมูลตามบริบทและพฤติกรรมผ่านทางโซเชี่ยล มือถือ เว็บ อีเมล์ วิดีโอ และช่องทางดิจิตอลอื่นๆ ตลอดจนการผสานกลยุทธ์นี้กับข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากพฤติกรรม “ออฟไลน์” ของพวกเขา ทั้งนี้ ด้วยการจัดเก็บและใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่ถูกต้อง จึงเป็นเรื่องง่ายกว่าที่เคยสำหรับนักการตลาดในการส่งมอบประสบการณ์ลูกค้าที่สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะบุคคลและน่าสนใจผ่านทุกช่องที่หลากหลาย

นวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่เกิดขึ้นหลังจากการเข้าซื้อกิจการของ Oracle Maxymiser โดย Oracle Maxymiser ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกด้านการเพิ่มประสบการณ์ดิจิตอลของลูกค้า (digital customer experience optimization) จะช่วยให้นักการตลาดประเมินข้อมูล วิธีการจัดส่ง และเนื้อหา เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์เฉพาะตัวที่สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละบุคคล

Offline Data Append: ขณะนี้นักการตลาดสามารถใช้ประโยชน์จาก Oracle Datalogix ได้ง่ายขึ้น เพื่อปรับปรุงโปรไฟล์ดิจิตอลของลูกค้าให้ดีขึ้น โดยข้อมูลที่มีการทำธุรกรรมแบบออฟไลน์เป็นฐานช่วยให้นักการตลาดมองเห็นภาพปฏิสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับแบรนด์แบบองค์รวมที่ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งในแบบออฟไลน์และออนไลน์ที่เสริมสร้างขีดความสามารถในการนำส่งอีเมล์ (email deliverability) การเพิ่มประสิทธิภาพ (optimization) และการมีปฏิสัมพันธ์ข้ามช่องทาง (cross-channel interactions) และช่วยให้แบรนด์ต่างๆ สามารถระบุและกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ต้องการได้ดีขึ้น

Match Multiplier: ช่วยให้นักการตลาดใช้ขีดความสามารถร่วมกันในการเชื่อมต่อผู้ใช้ผ่านช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ และส่งมอบข้อความผ่านช่องทางต่างๆ ที่เกี่ยวข้องโดยไม่ต้องระบุตัวตน วิธีการนี้จะช่วยให้ลูกค้าที่ใช้ Oracle Marketing Cloud บรรลุเป้าหมายในระดับที่สูงขึ้นในด้านการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลมากกว่าที่พวกเขาสามารถบรรลุได้ด้วยตัวเอง

Business Units for Content Marketing: ในขณะนี้นักการตลาดสามารถมีมุมมองแบบรวมศูนย์ (centralized view) ของสินทรัพย์ด้านการตลาดเนื้อหา (content marketing assets) ปฏิทิน (calendar) และการวิเคราะห์ (analytics) ของตน โดยบรรดาผู้นำด้านการตลาดเนื้อหา (content marketing leaders) สามารถปรับปรุงกลยุทธ์เนื้อหา (content strategy) ของพวกเขาในทุกด้าน ซึ่งรวมถึงผู้ใช้เนื้อหานั้น บุคลิกลักษณะที่เป็นเป้าหมาย และขั้นตอนการทำงาน (workflow) ทั่วทุกหน่วยธุรกิจต่างๆ ของพวกเขา ซึ่งสามารถจัดการจากส่วนกลางได้ทันที

เพื่อช่วยให้นักการตลาดสามารถนำเสนอประสบการณ์ลูกค้าที่ดีขึ้นอีกขั้น ออราเคิลได้ปรับปรุงการบูรณาการระหว่าง Oracle Marketing Cloud และ Oracle Service Cloud เพื่อให้นักการตลาดสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลจาก Oracle Service Cloud เพื่อปรับแต่งประสบการณ์ที่สอดคล้องกับความตองการเฉพาะบุคคลได้ดียิ่งขึ้น ตัววอย่างเช่น กรณีลูกค้าแจ้งเกี่ยวกับประสบการณ์การบริการลูกค้าที่ไม่น่าประทับใจ พวกเขาอาจถูกตัดออกจากแคมเปญประเภท cross-sell หรือ upsell เป็นการชั่วคราว

คุณเควิน อาเคอรอยด์ รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาดคลาวด์, ออราเคิล กล่าวว่า”การตลาดสมัยใหม่ไม่ใช่การสร้างคลังข้อมูลขนาดใหญ่สำหรับ big data แต่เป็นการใช้งานข้อมูลที่ตรงกับความต้องการ ในทางที่ถูกต้อง ในช่องทางที่ถูกต้อง และในเวลาที่เหมาะสม” คุณเควิน กล่าวเพิ่มเติมว่า “เรากำลังเปิดตัวนวัตกรรมสำคัญหลายรายการที่เสริมเข้าไป เพื่อช่วยให้นักการตลาดยกระดับการสร้างการมีส่วนร่วมและความสนใจของลูกค้าและการเปลี่ยนสถานะผู้เข้าชมเว็บไซต์เป็นผู้ซื้อ (conversion) นวัตกรรมใหม่ล่าสุดเหล่านี้ช่วยให้นักการตลาดยกระดับประสบการณ์ลูกค้า พร้อมขับเคลื่อนผลลัพธ์ที่วัดได้ โดยเติมเต็มโปรไฟล์ของลูกค้าให้สมบูรณ์ขึ้น เสริมสร้างความคิดริเริ่มด้านการตลาดเนื้อหา และปรับปรุงการสร้างการมีส่วนร่วมและความสนใจแบบข้ามหลายช่องทาง”

พันธมิตรยักษ์ Smart ปักธงให้บริการเพลงออนไลน์ผ่านมือถือ

บีอีซี-เทโร มิวสิค ประกาศรุกตลาดเพลงสู่ต่างประเทศเต็มสูบ เพื่อขยายฐานธุรกิจรองรับโอกาสเติบโตในอนาคต ประเดิมคว้าสิทธิ์ในการทำตลาดใน 4 ประเทศพร้อม พันธมิตรยักษ์ Smart ได้แก่ ประเทศไทย กัมพูชา เมียนมาร์ และลาว พร้อมเดินหน้าปักหมุดเปิดตลาดแห่งแรกที่กัมพูชา ลุยจับมือ บริษัท สมาร์ท เอเซียต้า จำกัด หรือ Smart เป็นพันธมิตรในการจัดจำหน่ายเพลงอินเตอร์ในสังกัดของโซนี่ มิวสิค, เพลงเอเชียน จากค่าย YG Entertainment, JYP Entertainment และ AVEX Group รวมถึงเพลงไทยจาก บีอีซี-เทโร มิวสิค ผ่านบริการ Smart Music App รองรับความต้องการด้านการฟังเพลงออนไลน์ผ่านสมาร์ท โฟนที่ขยายตัวสูง มั่นใจช่วยขยายฐานด้านการตลาดและเสริมแกร่งธุรกิจ เล็งปี 2559 รุกขยายธุรกิจในกลุ่มอาเซียนต่อเนื่องเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำศูนย์กลางด้านดิจิตอลคอนเทนต์ในอาเซียน

พันธมิตรยักษ์ Smart ปักธงให้บริการเพลงออนไลน์ผ่านมือถือ

พันธมิตรยักษ์ Smart ปักธงให้บริการเพลงออนไลน์ผ่านมือถือ

นายพอล มนัสถาวร ผู้จัดการทั่วไป บีอีซี-เทโร มิวสิค บริษัท บีอีซี-เทโร เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงทิศทางการขยายธุรกิจนับจากนี้ไปว่า บีอีซี-เทโร มิวสิค จะมุ่งให้ความสำคัญกับการขยายตลาดเพลงไปยังกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ชัดเจนขึ้น หลังจากพบว่าตลาดดังกล่าวมีศักยภาพในการเติบโตสูงจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี (ASEAN Economic Community) โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันธุรกิจให้เติบโตก้าวกระโดด รวมถึงเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ที่ต้องการก้าวสู่การเป็นผู้นำศูนย์กลางด้านดิจิตอลคอนเทนต์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ได้ ซึ่งเบื้องต้นบริษัทฯ ได้รับสิทธิ์การจำหน่ายเพลงใน 4 ประเทศ คือ ประเทศไทย กัมพูชา เมียนมาร์ และลาว พร้อมเดินหน้ารุกตลาดในกัมพูชาเป็นประเทศแรก เพราะเล็งเห็นว่าเป็นตลาดที่มีการเติบโตที่ดีโดยเฉพาะตลาดโทรคมนาคมซึ่งเป็นตลาดใหญ่ ผนวกกับพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและนิยมฟังเพลงบนสมาร์ทโฟนมากขึ้น จึงทำให้ยังมีช่องว่างในการทำธุรกิจอย่างเห็นได้ชัด
สำหรับแนวทางการรุกตลาดในประเทศกัมพูชานั้น ล่าสุด บีอีซี-เทโร มิวสิค ได้ลงนามความร่วมมือกับบริษัทสมาร์ท เอเซียต้า จำกัด (Smart Axiata) หรือ Smart ให้เป็นพันธมิตรในการจัดจำหน่ายเพลงอินเตอร์ในสังกัดของ โซนี่ มิวสิค, เพลงเอเชียน จากค่าย YG Entertainment, JYP Entertainment และ AVEX Group รวมถึงเพลงไทยจาก บีอีซี-เทโร มิวสิค ในประเทศกัมพูชาผ่านบริการ Smart Music App เป็นบริการฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งบนมือถือ ซึ่งการเลือก Smart เป็นตัวแทนจำหน่ายนั้น เนื่องจากเล็งเห็นว่า Smart เป็นผู้นำด้านโทรคมนาคมของประเทศกัมพูชา โดยปัจจุบัน Smart มีส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 50%จากจำนวนประชากรกัมพูชา และมีลูกค้าที่ใช้บริการ Data ถึง 40% จากฐานลูกค้าที่มี นี่คือสิ่งที่ บีอีซี-เทโร มิวสิค สนใจ เพราะจะสามารถนำคอนเทนต์เข้าถึง 50% ของประชากรกัมพูชา ประกอบกับความเชี่ยวชาญในเรื่องพื้นที่และช่องทางการจำหน่าย นอกจากนี้ Smart ยังเป็นบริษัทในเครือ Axiata Group ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของเอเชีย มีฐานลูกค้ากว่า 260 ล้านราย
“การร่วมมือกับ Smart จะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างเครือข่ายการให้บริการเพลงอันเป็นเลิศแก่ลูกค้าชาวกัมพูชาก่อนจะขยายไปในประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ โดยเชื่อว่าทั้งบีอีซี-เทโร มิวสิค และ Smart จะได้รับประโยชน์ร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย แม้ว่าทั้ง 2 บริษัทจะอยู่ในอุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน แต่ก็มีจุดเด่นและจุดแข็งไม่เหมือนกัน โดยบีอีซี-เทโร มิวสิค มีความเชี่ยวชาญด้านคอนเทนต์เพลงที่ครบวงจร ขณะที่ Smart มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในตลาดโทรคมนาคมและความต้องการของผู้บริโภคในพื้นที่เป็นอย่างดี โดยมั่นใจว่าการผนึกกำลังกันในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มช่องทางการตลาดเพลงในกัมพูชาที่ยังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องได้เป็นอย่างดี รวมถึงเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับทั้งสองบริษัทยิ่งขึ้น และในปี 2559 มีแผนจะรุกขยายตลาดไปยังประเทศอื่นๆในภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง”
ด้าน มร. โทมัส ฮุนด์ (Thomas Hundt) ซีอีโอ บริษัท สมาร์ท เอเซียต้า จำกัด กล่าวว่า “Smart Music App เฟส2 เป็นบริการใหม่ล่าสุดที่พัฒนาต่อยอดมาจาก Smart Music App ซึ่งได้เปิดตัวไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยจับมือกับ 6 พันธมิตรท้องถิ่นเสิร์ฟคอนเทนต์เพลงออนไลน์แบบสตรีมมิ่งบนมือถือผ่านแอพฯ สำหรับวันนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของผู้บริโภคชาวกัมพูชาที่จะได้รับประสบการณ์ใหม่และมีทางเลือกในการฟังเพลงอย่างไร้ขีดจำกัดมากขึ้น โดยภายในตัวแอพฯ จะมีคลังเพลงให้เลือกหลากหลายทั้งเพลงสากล ไทย ญี่ปุ่น และเกาหลี และอัพเดทเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด โดยผู้ใช้สามารถค้นหาและดาวน์โหลดเพลงที่ต้องการผ่านแอพฯได้อย่างสะดวกง่ายดายทุกที่ทุกเวลา พร้อมเชื่อมั่นว่าทั้งรูปแบบธุรกิจ การทำงาน จะสามารถผสมผสานเติมเต็มธุรกิจของเราได้อย่างลงตัว รวมถึงช่วยขยายฐานตลาดเพลงในวงกว้างยิ่งขึ้น”