อีเอ็มซีส่งสตอเรจ แบบสเกลเอ้าท์เพื่อดาต้าเลคโดยเฉพาะสู่ตลาด

อีเอ็มซี คอร์ปอเรชั่น (NYSE: EMC) ประกาศอัพเกรด อีเอ็มซี ไอซิลอน วันเอฟเอส (EMC Isilon OneFS) ครั้งสำคัญ ซึ่งผลิตภัณฑ์ไอซิลอน (Isilon) รุ่นใหม่ที่มาพร้อมโซลูชั่นใหม่ๆ ด้วยนี้ถือเป็น สเกลเอ้าท์สตอเรจ (Scale-out Storage) คุณภาพระดับองค์กรรายแรกสำหรับการจัดเก็บ Data Lake หรือสายธารข้อมูลจำนวนมหาศาลในรูปแบบที่หลากหลายและจากแหล่งที่หลากหลาย ผลิตภัณฑ์อีเอ็มซี ไอซิลอน วันเอฟเอส (Isilon OneFS) ซึ่งมาพร้อมความสามารถที่เพิ่มขึ้นมากมายรวมถึงคุณสมบัติที่สนับสนุน HDFS นี้จะช่วยลูกค้ายกระดับความสามารถในการวิเคราะห์ จัดเก็บ ปกป้อง รวมถึงบริหารจัดการข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้าง (unstructured data) จำนวนมหาศาลได้อย่างเหนือชั้น และด้วยความสามารถเทคโนโลยี HDFS สำหรับ Data Lake หรือสายธารข้อมูลจำนวนมหาศาลในรูปแบบที่หลากหลายและจากแหล่งที่หลากหลายนี้จะช่วยให้ลูกค้าของอีเอ็มซีสามารถวิเคราะห์ข้อมูลบิ๊กดาต้าที่เก็บอยู่บนไอซิลอน (Isilon) ได้โดยตรง ไม่ต้องทำสำเนาข้อมูลบิ๊กดาต้าไปไว้ที่ Hadoop ซึ่งช่วยให้ไม่ต้องเสียเวลาและประหยัดค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายข้อมูลที่มีขนาดหลายเพทาไบต์

อีเอ็มซีส่งสตอเรจ แบบสเกลเอ้าท์รองรับข้อมูลที่หลากหลายที่มีจำนวนมหาศาล

อีเอ็มซีส่งสตอเรจ แบบสเกลเอ้าท์รองรับข้อมูลที่หลากหลายที่มีจำนวนมหาศาล

EMC Isilon OneFS ซึ่งเป็นสเกลเอ้าท์สตอเรจสำหรับดาต้าเลคหรือสายธารข้อมูลจำนวนมหาศาลกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะเป็นคลังข้อมูลที่มีความยืดหยุ่นในการรองรับการจัดเก็บข้อมูลมหาศาลรูปแบบต่างๆ จากแหล่งที่หลากหลายซึ่งเกิดขึ้นจากเวิร์กโหลดทั้งรุ่นเดิม ๆ และรุ่นใหม่มากมาย ทั้งสามารถดึงข้อมูลมาใช้งานผ่านกลไกต่างๆ ที่อยู่ใน Isilon OneFS ได้โดยตรง ไม่จำเป็นต้องบริหารจัดการด้วยระบบสตอเรจหลายๆ ระบบที่แยกออกจากกัน EMC Isilon OneFS สำหรับดาต้าเลค (Data Lake) นี้ สามารถรองรับข้อมูลขนาดใหญ่และปรับขนาดความจุข้อมูลได้ยืดหยุ่นมากกว่าโซลูชั่นแนวทางอื่นๆ ที่มีอยู่ขณะนี้ในการรวมข้อมูลเข้าไว้ในระบบไฟล์เดียว (single file system) และแบบโวลุ่มดียว (single volume) และด้วยความสามารถของฮาดูป (Hadoop) ในปัจจุบันส่งให้อีเอ็มซี ไอซิลอน วันเอฟเอส (EMC Isilon OneFS) สำหรับดาต้าเลค (Data Lake) เป็นเทคโนโลยีที่พร้อมรองรับการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงอย่างแท้จริง

ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และโซลูชั่น ที่ EMC Isilon นำเสนอครั้งนี้ช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้าง Data Lake แบบ Scale-Out ในระดับองค์กร โดยใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติความสามารถของสตอเรจ EMC Isilon รวมถึงบริการต่างๆ ระดับองค์กรที่มีให้ ไม่ว่าจะเป็นการปกป้องข้อมูล การจัดการข้อมูล การจัดการประสิทธิภาพ และการรักษาความปลอดภัย และที่สำคัญก็คือ อีเอ็มซีได้ยกระดับ NAS แบบ Scale-Out ด้วยแพลตฟอร์ม EMC Isilon รุ่นใหม่สองรุ่น ได้แก่ Isilon S210 และ Isilon X410 พร้อมซอฟต์แวร์ OneFS ซึ่งให้ประสิทธิภาพที่เพิ่มมากขึ้นถึง 2 เท่า พร้อมความคล่องตัวที่เหนือกว่ารุ่นก่อนหน้า

EMC Isilon ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับมานานในเรื่องของความสามารถในการปรับขนาดได้อย่างยืดหยุ่นถึงขั้นเกือบไร้ขีดจำกัดสามารถบริหารจัดการข้อมูลบิ๊กดาต้าขนาดหลายเพทาไบต์ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่มีการสร้างข้อมูลสำคัญๆ ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับผลกำไรของธุรกิจขึ้นมาจำนวนมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจสื่อและบันเทิง ธุรกิจการบริการด้านการเงิน ตลอดจนวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ผลิตภัณฑ์โซลูชั่น EMC Isilon รุ่นใหม่ที่เปิดตัวครั้งนี้จะผสานการทำงานร่วมกันและทำให้การปรับขนาดในแต่ละคลัสเตอร์ รวมไปถึงประสิทธิภาพ ความคล่องตัว เป็นไปอย่างดียิ่งขึ้น และคุ้มค่าการลงทุนสำหรับสภาพแวดล้อมที่มีความต้องการสูงสุด

โซลูชั่นอื่นๆ สร้าง “กลุ่ม” สตอเรจที่บริหารจัดการได้ยากและเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก อันส่งผลให้เกิดประเด็นสำคัญที่ต้องคำนึงถึงมากมาย ทั้งยังไม่สามารถใช้ประโยชน์พื้นที่สตอเรจได้ประสิทธิภาพอย่างเต็มที่และยากที่จะปรับขนาดให้รองรับตามความต้องการ ไอซิลอนสำหรับดาต้าเลค (Isilon-enabled Data Lake) สนับสนุนโปรโตคอลและวิธีการเข้าถึงที่หลากหลาย เช่น NFS, SMB, NDMP, HDFS, OBJECT ผ่านทาง ViPR และเนทีฟอ็อบเจ็กต์ OpenStack SWIFT โดยสามารถรองรับทั้งเวิร์กโหลดแบบเดิมๆ เช่น โฮมไดเร็กทอรี การแชร์ไฟล์ และรองรับเวิร์กโหลดรุ่นใหม่ เช่น ระบบวิเคราะห์ข้อมูล คลาวด์แอพพลิเคชั่น และการซิงค์และแชร์บนระบบโมบายล์ อีกด้วย

ซอฟต์แวร์และแพลตฟอร์มใหม่
OneFS ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการของอีเอ็มซีไอซิลอน (EMC Isilon) ถือเป็นส่วนสำคัญของ Isilon Scale-Out NAS โดยเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดนี้ (OneFS 7.7.1) ประกอบด้วย SmartFlash รุ่นใหม่ซึ่งเป็นแคชบนหน่วยความจำแฟลชที่ช่วยให้ลูกค้าเรียกใช้ข้อมูลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งสามารถขยายขนาดขึ้นเป็นถึงหนึ่งเพทาไบต์ในคลัสเตอร์เดียว คุณสมบัติเหล่านี้ช่วยให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น บริหารจัดการได้อย่างง่ายดาย ทั้งได้ประสิทธิภาพการทำงานของแฟลชเต็ม 100% และลดความล่าช้าสำหรับเวิร์กโหลดทั้งแบบเดิมๆ และเวิร์กโหลดแบบใหม่

นอกจากนี้ อีเอ็มซียังได้เผยโฉม Isilon S210 และ X410 โดย Isilon S210 ทำงานที่อัตราความเร็ว 3.75 ล้าน IOPS ต่อคลัสเตอร์ และให้ความยืดหยุ่นในการกำหนดค่าและติดตั้ง ถือเป็นสตอเรจที่ตอบโจทย์สำหรับเวิร์กโหลดที่ต้องประมวลผลธุรกรรมจำนวนมาก (high transactional) สำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ธุรกิจสื่อและบันเทิง ธุรกิจการบริการด้านการเงิน ทั้งนี้ Isilon X410 มีความเร็วในการประมวลผลเพิ่มขึ้น 70% ด้วยค่าใช้จ่าย $/MBPS ที่น้อยลงถึง 33% และด้วยความสามารถที่รอบด้านของ Isilon S210 และ X410 ทำให้สามารถสนับสนุนทั้งระบบวิเคราะห์ข้อมูล Hadoop ระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูง และไฟล์แอพพลิเคชั่นระดับองค์กรได้อย่างง่ายดายอีกด้วย

โซลูชั่นระบบวิเคราะห์ข้อมูลบิ๊กดาต้า Hadoop
พร้อมกันนี้ อีเอ็มซีและพิโวทอล (Pivotal) ยังได้ผนึกกำลังเปิดตัวโซลูชั่นใหม่ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลบิ๊กดาต้า ซึ่งนับเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำของอีเอ็มซีในด้านเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานสตอเรจ Hadoop ทั้งนี้ อีเอ็มซีถือเป็นผู้ผลิต Scale-Out NAS รายแรกที่ผนวกรวม HDFS สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลบิ๊กดาต้า และเป็นผู้นำตลาดอันดับ 1 ในด้านสตอเรจระดับองค์กรที่ใช้งานร่วมกับHDFS ชุดโซลูชั่น Big Data Analytics หรือโซลูชั่นด้านการวิเคราะห์ข้อมูลบิ๊กดาต้านี้อีเอ็มซีนำเสนอในรูปแบบของการผนวกรวมมาพร้อมกับดาต้าเลคฮาดูป (Data Lake Hadoop Bundle) ซึ่งช่วยส่งให้การวิเคราะห์ข้อมูลสามารถทำได้ง่ายดาย รวดเร็วอย่างทรงพลังเหนือชั้น และด้วยประสิทธิภาพชั้นยอดของ Isilon Scale-Out NAS ที่มาพร้อม Big Data Analytics Solutions ทำให้ลดค่าใช้จ่ายให้องค์กรได้อีกด้วย

ระบบ Data Lake แบบ Scale-Out ของไอซิลอน ถือเป็นกลยุทธ์ของอีเอ็มซีในการแก้ปัญหาท้าทายทางด้านสตอเรจประเด็นใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งก็คือการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้าง (unstructured data) อันเกิดขึ้นจากแอพพลิเคชั่นที่หลากหลายต่างๆ ทั้งรุ่นเดิมๆ และรุ่นใหม่ โดยซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์ม และโซลูชั่นใหม่ในตระกูล EMC Isilon ที่เปิดตัวครั้งนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยลูกค้าของเราแก้ปัญหาท้าทายต่างๆ ควบคู่ไปกับการลดค่าใช้จ่ายและการสร้างสรรค์ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมภายในเวลาอันรวดเร็ว

SANDISK เปิดตัว DUAL USB DRIVE USB รุ่นใหม่ล่าสุด

ในวันที่ 20 มีนาคม 2557 ที่ผ่านมา แซนดิสก์ คอร์เปอเรชั่น (NASDAQ: SNDK) ผู้นำด้านโซลูชั่นอุปกรณ์การเก็บข้อมูลแบบแฟลช ได้ประกาศเปิดตัว SanDisk Ultra® Dual USB Drive ซึ่งประกอบไปด้วย micro-USB และ USB 2.0 ในรูปแบบที่ทันสมัยและทนทานจากปัจจัยต่างๆ โดย SanDisk Ultra® Dual USB Drive ถูกออกมาแบบมาสำหรับผู้ใช้อุปกรณ์แอนดรอยด์ สมาร์โฟน และแท็บเล็ต ที่ต้องการวิธีการอันง่ายดายสำหรับถ่ายโอนข้อมูล อาทิ รูปภาพ และวิดีโอ จากอุปกรณ์นั้นๆ ซึ่งไดร์ฟจะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจัดเก็บและสำรองข้อมูลต่างๆ ได้อย่างปลอดภัย ในพื้นที่สำรอง หรือถ่ายโอนข้อมูลมัลติมีเดีย ระหว่างสมาร์โฟน แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์

SANDISK เปิดตัว DUAL USB DRIVE USB รุ่นใหม่ล่าสุด กับอุปกรณ์ดีไวซ์ต่างๆ

SANDISK เปิดตัว DUAL USB DRIVE USB รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมคุณสมบัติถ่ายโอนข้อมูลระหว่างมือถือกับคอมพิวเตอร์ด้วยความเร็วสูง

นายเจษฎา ภวภูตานนท์ ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทย แซนดิสก์ คอร์เปอเรชั่น กล่าวว่า SanDisk Ultra Dual USB Drive สามารถใช้งานได้ง่ายและสะดวกต่อการกำจัดหรือสำรองไฟล์ จากสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ซึ่งเราถือว่าการสร้างความพึงพอใจดังกล่าวนี้นับเป็นสิ่งที่ต้องมาพร้อมความน่าเชื่อถือของแบรนด์แซนดิสก์ โดยไดร์ฟนี้จะทำงานร่วมกับแอพพลิเคชั่น SanDisk’s Memory Zone ซึ่งได้ปรับปรุงขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสถึงประสบการณ์อันดีเยี่ยม ในการทำให้ข้อมูลสามารถเข้าสู่อุปกรณ์มือถือได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

SanDisk Ultra Dual USB Drive ได้นำเสนอวิธีการอันสะดวกสบายเพื่อถ่ายโอนข้อมูล สำหรับสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอย์ หรือแท็บเล็ตที่มีพอร์ท micro-USB และ คอมพิวเตอร์ที่มีช่อง USB สำหรับการเชื่อมต่อ ในขณะที่วิธีการอื่นๆ เพื่อถ่ายโอนข้อมูล ยังต้องใช้สายเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์มือถือและคอมพิวเตอร์ ซึ่ง SanDisk Ultra Dual USB Drive จะใช้แอพพลิเคชั่นหรือการตั้งค่าแบบไร้สาย แล้วเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์มือถือที่รองรับการใช้งานกับ USB on-the-go (OTG)1 เพื่อให้สามารถเข้าถึงความจุในการเก็บข้อมูลขนาด 64GB2 ทั้งยังมีคุณสมบัติของวัสดุส่วนที่เป็นฝาครอบที่ช่วยให้ถอด USB ออกได้ง่าย ซึ่งจะช่วยป้องกันความเสียหายในส่วนที่ทำงานในการเชื่อมต่อข้อมูล

SANDISK เปิดตัว DUAL USB DRIVE USB รุ่นใหม่ล่าสุด

นอกจากนี้แซนดิสก์ยังได้นำแอพพลิเคชั่น SanDisk Memory Zone มาช่วยให้การจัดการข้อมูลสามารถทำได้ง่ายขึ้น โดยผู้ใช้งานสามารถจัดการกับไฟล์ต่างๆ ทั้งภายนอกและภายในเมมเมอรี่โทรศัพท์ รวมไปถึงการดูไฟล์ การคัดลอก และการสำรองข้อมูล จึงช่วยลดความยุ่งยากในการหาพื้นที่สำรองข้อมูลของอุปกรณ์โทรศัพท์ได้เป็นอย่างดี ผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นได้แล้ววันนี้ที่ Google Play

ส่วนราคาและการจัดจำหน่าย SanDisk Ultra Dual USB Drive ตั้งแต่ขนาดความจุ 16 GB ถึง 64 GB มีวางจำหน่ายแล้วทั่วโลก และบนเว็บไซต์ Sandisk ด้วยราคา 535 บาท จนถึง 1,650 บาท