โซนี่ไทยรุกตลาดเครื่องเสียง Hi-Resolution Audio ในรถยนต์

พลิกโฉมรูปแบบการฟังเสียงเพลงคุณภาพสูงได้ในทุกที่ทุกเวลา ตั้งแต่ในบ้าน นอกบ้าน จนถึงในรถยนต์ โซนี่ไทยรุกตลาดเครื่องเสียง ด้วยผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Hi-Res Audio ที่ครบครัน พร้อมเปิดตัวชุดเครื่องเสียงติดรถยนต์ระดับไฮเรสออดิโอเครื่องแรกของโลกที่ติดตั้งอยู่ในรถยนต์แบบเต็มรูปแบบ ภายในงานมอเตอร์โชว์ ที่จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึง 3 เมษายน ศกนี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี พร้อมสร้างมิติใหม่ในการฟังเพลง ให้ผู้ฟังได้ดื่มด่ำความสุนทรีย์ในการฟังเพลงจากไฟล์เพลงดิจิตอลคุณภาพสูงอย่างเต็มอรรถรส ด้วยรายละเอียดหมดจดคมชัดในทุกย่านเสียง

โซนี่ไทยรุกตลาดเครื่องเสียง Hi-Resolution Audio ในรถยนต์

โซนี่ไทยรุกตลาดเครื่องเสียง Hi-Resolution Audio ในรถยนต์

โซนี่มีความตั้งใจที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการฟังเพลงให้แก่ลูกค้าด้วยเทคโนโลยีที่มุ่งมั่นพัฒนาด้วยความเชี่ยวชาญ และเพื่อสร้างความเติบโตให้แก่ตลาดไฮเรสออดิโอในปีนี้ และวันนี้ โซนี่มีความพร้อมที่จะนำความบันเทิงระดับไฮเรสออดิโอแบบครบวงจร มามอบให้แก่ผู้ที่ชื่นชอบ การฟังเพลง ได้เพลิดเพลินกับเสียงเพลงคุณภาพสูงตั้งแต่ภายในบ้าน นอกบ้าน ไปจนถึงในรถยนต์ ซึ่งในวันนี้โซนี่มีความภูมิใจอย่างยิ่ง ที่มีโอกาสแนะนำเครื่องเสียงติดรถยนต์ไฮเรสออดิโอชุดแรกในโลก ที่งานมอเตอร์โชว์ 2016 อาทิ RSX-GS9เครื่องเล่นมีเดียรีซีฟเวอร์ระดับไฮเรสออดิโอในรถยนต์เครื่องแรก ของโลก XM-GS4 แอมปลิไฟเออร์ไฮเรสออดิโอแบบ 4 แชนแนล รวมทั้งผลิตภัณฑ์ไฮเรสออดิโอแบบพกพา และสำหรับใช้เพื่อความบันเทิงในบ้านอีกมากมายหลายรุ่น

RSX-GS9 – Hi-Res Car Audio Digital Media Receiver เครื่องเล่นมีเดียรีซีฟเวอร์ระดับไฮเรสออดิโอในรถยนต์เครื่องแรกของโลก ที่ออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อสร้างประสบการณ์ในการฟังเพลงที่สมบูรณ์แบบ ด้วยการถ่ายทอดเสียงเพลงได้อย่างคมชัดในทุกรายละเอียดราวกับต้นฉบับของศิลปินด้วยเทคโนโลยี DSD Native Playback ที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษครั้งแรกของโลกสำหรับการเล่นไฟล์ระดับ Hi-Res Audio โดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยแปลงไฟล์เสียงให้เป็นบทเพลงคุณภาพชั้นยอด ให้ความรู้สึกสมจริงราวกับ ได้ฟังดนตรีสด และยังลดเสียงรบกวนที่เกิดขึ้นด้วยการทำงานร่วมกับวงจรแปลงสัญญาณ D/A Converter แบบ 32 บิต

สามารถเล่นไฟล์เพลง digital lossless ได้หลากหลายฟอร์แมต ไม่ว่าจะเป็น DSD สูงสุด 5.6 MHz 1bit 11200 kbps และ LPCM สูงสุด 192 kHz 24 bit (codec MP3/ WMA/ WAV/ AAC/ FLAC/ALAC/AIFF/DSF/DSDIFF) เล่นไฟล์ผ่านช่องต่อ USB ด้านหน้า และหลังเครื่องเล่น รวมถึง การเล่นไฟล์เพลง DSD Native ผ่านช่องต่อ USB-DACด้านหน้าเครื่องเล่น การแปลงสัญญาณเสียงจากดิจิตอลเป็นอนาล๊อคผ่าน D/A converter รุ่น ES9018s 32-Bit Hyperstream สัญญาณเสียงขาออก ผ่าน Audio-Out 3 ชุด (front-rear-sub) และ Optical Out สู่ processor หรือ amplifier แชสซีอลูมิเนียมสองชั้นแยกวงจรดิจิตอลและอนาล๊อคป้องกันคลื่นรบกวนแม่เหล็กไฟฟ้า

ถ่ายทอดคุณภาพเสียงจากต้นฉบับอย่างสมบูรณ์แบบ ควบคุมเครื่องเล่นผ่าน Application Songpal สำหรับ Android และ iPhone เพียงเชื่อมต่อด้วย NFC one touch connection สามารถเลือกแหล่งสัญญาณการเล่น การเลือกเพลง ปรับแต่งเสียงและตำแหน่งการฟัง time alignment นอกจากนี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยีล่าสุด LDAC™ (low latency codec) ที่จะทำให้ผู้ฟังได้เพลิดเพลินกับการฟังเพลงคุณภาพสูงในแบบไร้สายผ่านการเชื่อมต่อผ่านสัญญาณ Bluetooth โดยสามารถส่งข้อมูลได้มากกว่ารูปแบบเดิมถึง 3 เท่า

พันธมิตรยักษ์ Smart ปักธงให้บริการเพลงออนไลน์ผ่านมือถือ

บีอีซี-เทโร มิวสิค ประกาศรุกตลาดเพลงสู่ต่างประเทศเต็มสูบ เพื่อขยายฐานธุรกิจรองรับโอกาสเติบโตในอนาคต ประเดิมคว้าสิทธิ์ในการทำตลาดใน 4 ประเทศพร้อม พันธมิตรยักษ์ Smart ได้แก่ ประเทศไทย กัมพูชา เมียนมาร์ และลาว พร้อมเดินหน้าปักหมุดเปิดตลาดแห่งแรกที่กัมพูชา ลุยจับมือ บริษัท สมาร์ท เอเซียต้า จำกัด หรือ Smart เป็นพันธมิตรในการจัดจำหน่ายเพลงอินเตอร์ในสังกัดของโซนี่ มิวสิค, เพลงเอเชียน จากค่าย YG Entertainment, JYP Entertainment และ AVEX Group รวมถึงเพลงไทยจาก บีอีซี-เทโร มิวสิค ผ่านบริการ Smart Music App รองรับความต้องการด้านการฟังเพลงออนไลน์ผ่านสมาร์ท โฟนที่ขยายตัวสูง มั่นใจช่วยขยายฐานด้านการตลาดและเสริมแกร่งธุรกิจ เล็งปี 2559 รุกขยายธุรกิจในกลุ่มอาเซียนต่อเนื่องเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำศูนย์กลางด้านดิจิตอลคอนเทนต์ในอาเซียน

พันธมิตรยักษ์ Smart ปักธงให้บริการเพลงออนไลน์ผ่านมือถือ

พันธมิตรยักษ์ Smart ปักธงให้บริการเพลงออนไลน์ผ่านมือถือ

นายพอล มนัสถาวร ผู้จัดการทั่วไป บีอีซี-เทโร มิวสิค บริษัท บีอีซี-เทโร เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงทิศทางการขยายธุรกิจนับจากนี้ไปว่า บีอีซี-เทโร มิวสิค จะมุ่งให้ความสำคัญกับการขยายตลาดเพลงไปยังกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ชัดเจนขึ้น หลังจากพบว่าตลาดดังกล่าวมีศักยภาพในการเติบโตสูงจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี (ASEAN Economic Community) โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันธุรกิจให้เติบโตก้าวกระโดด รวมถึงเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ที่ต้องการก้าวสู่การเป็นผู้นำศูนย์กลางด้านดิจิตอลคอนเทนต์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ได้ ซึ่งเบื้องต้นบริษัทฯ ได้รับสิทธิ์การจำหน่ายเพลงใน 4 ประเทศ คือ ประเทศไทย กัมพูชา เมียนมาร์ และลาว พร้อมเดินหน้ารุกตลาดในกัมพูชาเป็นประเทศแรก เพราะเล็งเห็นว่าเป็นตลาดที่มีการเติบโตที่ดีโดยเฉพาะตลาดโทรคมนาคมซึ่งเป็นตลาดใหญ่ ผนวกกับพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและนิยมฟังเพลงบนสมาร์ทโฟนมากขึ้น จึงทำให้ยังมีช่องว่างในการทำธุรกิจอย่างเห็นได้ชัด
สำหรับแนวทางการรุกตลาดในประเทศกัมพูชานั้น ล่าสุด บีอีซี-เทโร มิวสิค ได้ลงนามความร่วมมือกับบริษัทสมาร์ท เอเซียต้า จำกัด (Smart Axiata) หรือ Smart ให้เป็นพันธมิตรในการจัดจำหน่ายเพลงอินเตอร์ในสังกัดของ โซนี่ มิวสิค, เพลงเอเชียน จากค่าย YG Entertainment, JYP Entertainment และ AVEX Group รวมถึงเพลงไทยจาก บีอีซี-เทโร มิวสิค ในประเทศกัมพูชาผ่านบริการ Smart Music App เป็นบริการฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งบนมือถือ ซึ่งการเลือก Smart เป็นตัวแทนจำหน่ายนั้น เนื่องจากเล็งเห็นว่า Smart เป็นผู้นำด้านโทรคมนาคมของประเทศกัมพูชา โดยปัจจุบัน Smart มีส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 50%จากจำนวนประชากรกัมพูชา และมีลูกค้าที่ใช้บริการ Data ถึง 40% จากฐานลูกค้าที่มี นี่คือสิ่งที่ บีอีซี-เทโร มิวสิค สนใจ เพราะจะสามารถนำคอนเทนต์เข้าถึง 50% ของประชากรกัมพูชา ประกอบกับความเชี่ยวชาญในเรื่องพื้นที่และช่องทางการจำหน่าย นอกจากนี้ Smart ยังเป็นบริษัทในเครือ Axiata Group ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของเอเชีย มีฐานลูกค้ากว่า 260 ล้านราย
“การร่วมมือกับ Smart จะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างเครือข่ายการให้บริการเพลงอันเป็นเลิศแก่ลูกค้าชาวกัมพูชาก่อนจะขยายไปในประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ โดยเชื่อว่าทั้งบีอีซี-เทโร มิวสิค และ Smart จะได้รับประโยชน์ร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย แม้ว่าทั้ง 2 บริษัทจะอยู่ในอุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน แต่ก็มีจุดเด่นและจุดแข็งไม่เหมือนกัน โดยบีอีซี-เทโร มิวสิค มีความเชี่ยวชาญด้านคอนเทนต์เพลงที่ครบวงจร ขณะที่ Smart มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในตลาดโทรคมนาคมและความต้องการของผู้บริโภคในพื้นที่เป็นอย่างดี โดยมั่นใจว่าการผนึกกำลังกันในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มช่องทางการตลาดเพลงในกัมพูชาที่ยังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องได้เป็นอย่างดี รวมถึงเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับทั้งสองบริษัทยิ่งขึ้น และในปี 2559 มีแผนจะรุกขยายตลาดไปยังประเทศอื่นๆในภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง”
ด้าน มร. โทมัส ฮุนด์ (Thomas Hundt) ซีอีโอ บริษัท สมาร์ท เอเซียต้า จำกัด กล่าวว่า “Smart Music App เฟส2 เป็นบริการใหม่ล่าสุดที่พัฒนาต่อยอดมาจาก Smart Music App ซึ่งได้เปิดตัวไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยจับมือกับ 6 พันธมิตรท้องถิ่นเสิร์ฟคอนเทนต์เพลงออนไลน์แบบสตรีมมิ่งบนมือถือผ่านแอพฯ สำหรับวันนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของผู้บริโภคชาวกัมพูชาที่จะได้รับประสบการณ์ใหม่และมีทางเลือกในการฟังเพลงอย่างไร้ขีดจำกัดมากขึ้น โดยภายในตัวแอพฯ จะมีคลังเพลงให้เลือกหลากหลายทั้งเพลงสากล ไทย ญี่ปุ่น และเกาหลี และอัพเดทเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด โดยผู้ใช้สามารถค้นหาและดาวน์โหลดเพลงที่ต้องการผ่านแอพฯได้อย่างสะดวกง่ายดายทุกที่ทุกเวลา พร้อมเชื่อมั่นว่าทั้งรูปแบบธุรกิจ การทำงาน จะสามารถผสมผสานเติมเต็มธุรกิจของเราได้อย่างลงตัว รวมถึงช่วยขยายฐานตลาดเพลงในวงกว้างยิ่งขึ้น”

Qikplay.com ลุยตลาด Digital Music Store อย่างเต็มตัว

คนที่ชื่นชอบการดาวน์โหลดเพลงผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ คราวนี้ทางคลิ๊กเพลย์ดอทคอมได้มีการอัพเดตเพลง (Update Music) ในระบบมากขึ้น โดยทาง Qikplay.com ลุยตลาด Digital Music Store อย่างเต็มตัว พร้อมเดินหน้าขยายความร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำ มุ่งสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและความหลากหลายให้แฟนเพลงชาวไทย ล่าสุด ผนึกกำลังค่ายเพลงยักษ์ของไทย “จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่” เสิร์ฟคอนเทนต์เพลงของศิลปินจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ทุกรูปแบบให้ผู้บริโภคได้ฟังและเลือกซื้อผ่านทางเว็บไซต์คลิ๊กเพลย์ดอทคอม (Qikplay.com) หวังขยายฐานธุรกิจร่วมกัน เล็งเพิ่มพันธมิตรใหม่ในอนาคตต่อเนื่องตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการดาวน์โหลดเพลงออนไลน์ไม่ซ้ำซากอีกต่อไป

Qikplay.com ลุยตลาด Digital Music Store อย่างเต็มตัว

Qikplay.com ลุยตลาด Digital Music Store อย่างเต็มตัว

ดร.โชคชัย เอี่ยมฤทธิไกร ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจออนไลน์ บีอีซี-เทโร มิวสิค บริษัท บีอีซี-เทโร เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงนโยบายการทำตลาดดิจิตอล มิวสิค สโตร์ว่า “หนึ่งในนโยบายหลักของเรา คือการร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญในคอนเทนตต่างๆ เพื่อนำเสนอคอนเทนต์ที่ดีและมีคุณภาพ รวมถึงประสบการณ์ใหม่ๆ ในการฟังเพลงที่แตกต่างให้กับแฟนเพลงชาวไทย รวมถึงผลักดันตลาดดิจิตอล มิวสิค สโตร์ให้เติบโตไปด้วยกัน ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาคลิ๊กเพลย์ดอทคอม (Qikplay.com) ประสบความสำเร็จอย่างมากในการผนึกกำลังกับพันธมิตรรุกเสิร์ฟคอนเทนท์ใหม่ๆ ทั้งเพลงไทย เอเซี่ยนและแผ่นเสียงแบบไวนิลให้แฟนเพลงชาวไทยได้รับฟังและสั่งซื้อกันอย่างจุใจ โดยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีและปัจจุบันมีฐานผู้เข้าชมและสั่งซื้อสินค้าผ่านทางเว็บไซต์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะเป็นช่องทางที่สะดวกสบายและเข้าถึงได้ง่าย”
ดังนั้น จากนโยบายและความสำเร็จดังกล่าว ทำให้คลิ๊กเพลย์ดอทคอม (Qikplay.com) ในฐานะผู้ให้บริการอี-คอมเมิร์ซกลุ่มธุรกิจเพลงรายแรกๆ ของเมืองไทยผ่านรูปแบบออนไลน์สโตร์ ยังคงเดินหน้าผนึกพันธมิตรชั้นนำเพื่อนำคอนเทนต์ใหม่ๆ มาตอบโจทย์ความต้องการของแฟนเพลงให้หลากหลายและครอบคลุมมากที่สุด โดยล่าสุดได้ประกาศจับมือกับ “จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่” (GMM Grammy) ค่ายเพลงชั้นนำของประเทศไทย เพื่อนำคอนเทนต์เพลงของศิลปินระดับแนวหน้าของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นซีดีเพลง, เพลงดิจิตอล, ดีวีดีคอนเสิร์ต และแผ่นเสียงไวนิล รวมถึงสินค้าพรีเมี่ยมต่างๆ อาทิ เสื้อยืด เป็นต้น มาให้ผู้บริโภคได้ฟังและเลือกซื้อผ่านทางเว็บไซต์คลิ๊กเพลย์ดอทคอม (Qikplay.com)
“สำหรับการร่วมมือกันระหว่างคลิ๊กเพลย์ดอทคอม (Qikplay.com) และจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ (GMM Grammy) ในครั้งนี้จะเสริมสร้างทางเลือกของคอนเทนต์ที่หลากหลายให้แก่แฟนคลับคอเพลงมากยิ่งขึ้น และเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดดิจิตอล มิวสิค สโตร์ (Digital Music Store) ในประเทศไทยที่มีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น โดยเราตั้งเป้าจะเพิ่มจำนวนพันธมิตรใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องในอนาคต เพราะเชื่อว่าการผนึกกำลังจะเป็นแนวทางที่จะช่วยเสริมศักยภาพและผลักดันให้ธุรกิจเติบโตไปด้วยกัน” ดร.โชคชัย กล่าวทิ้งท้าย