เอซุส เปิดตัว ครอบครัว ZenFone 4 อย่างยิ่งใหญ่ในไต้หวัน

นายจอห์นนี่ ชิห์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท เอซุส ประกาศเปิดตัว ครอบครัว ZenFone 4 สมาร์ทโฟนที่น่าจับตามองมากที่สุดในปีนี้อย่าง ZenFone 4 ซึ่งประกอบด้วย ZenFone 4 Pro, ZenFone 4, ZenFone 4 Selfie Pro, ZenFone 4 Selfie, ZenFone 4 Max Pro และ ZenFone 4 Max ในงานแถลงข่าว We Love Photo ไทเป โดย ZenFone 4 ถือเป็นครอบครัวสมาร์ทโฟนซีรี่ย์แรกของเอซุสที่โดดเด่นด้วยกล้องคู่ ไม่ว่าจะเป็นกล้องคู่หน้าหรือกล้องคู่หลังต่างกันตามแต่ละรุ่น เพื่อมอบประสบการณ์การถ่ายภาพที่ทำให้ผู้ใช้ได้ภาพถ่ายที่ดีที่สุดในทุกโอกาส ไม่ว่าจะไกลหรือใกล้ และแม้แสงจะน้อยแค่ไหนก็ตาม

เอซุส เปิดตัว ครอบครัว ZenFone 4 อย่างยิ่งใหญ่ในไต้หวัน

เอซุส เปิดตัว ครอบครัว ZenFone 4 อย่างยิ่งใหญ่ในไต้หวัน

“สมาร์ทโฟนในซีรี่ส์ ZenFone 4 แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเอซุสที่ต้องการจะมอบประสบการณ์การถ่ายภาพที่ดีที่สุดผ่านสมาร์ทโฟนให้ผู้ใช้ทุกคนได้เก็บภาพแห่งความประทับใจให้เป็นความทรงจำตลอดไป และยังสามารถแบ่งปันกับคนที่รักได้ง่ายๆ” นายจอห์นนี่ ชิห์ กล่าว “เรารู้สึกตื่นเต้นและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เปิดตัวครอบครัว ZenFone 4 สู่สายตาของทุกคนในวันนี้”

ภายในงาน นายจอห์นนี่ ชิห์ ยังได้เปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ โดยได้รับเกียรติจากซุปเปอร์สตาร์ชาวเกาหลีใต้อย่าง กงยู ที่ได้เข้าร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวครอบครัว ZenFone 4 ในครั้งนี้

“เป็นอีกครั้งที่เอซุสได้นำสุดยอดนวัตกรรมออกสู่สายตาคนทั้งโลกผ่านสมาร์ทโฟนซีรี่ย์ใหม่ล่าสุดอย่าง ZenFone 4 ซึ่งทั้งสองรุ่นที่ได้เปิดตัวในวันนี้มีความโดดเด่นด้วยคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัว และผมยังเชื่อว่าเอซุสไม่หยุดยั้งที่จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่บนโลกของสมาร์ทโฟน จึงยิ่งทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่จะได้ก้าวไปสู่สิ่งใหม่ๆ พร้อมกับเอซุส”
กงยู แบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดของ ZenFone 4 กล่าว

ZenFone 4 Selfie และ ZenFone 4 Max Pro จะวางขายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ในวันที่ 25 สิงหาคม 2560

  • ZenFone 4 Selfie จะวางจำหน่ายในราคา 8,990 บาท
  • ZenFone 4 Max Pro จะวางจำหน่ายในราคา 7,990 บาท

สำหรับ ZenFone 4 Selfie และ ZenFone 4 Max Pro จะเข้าวางจำหน่ายในประเทศไทยผ่านร้านค้าพันธมิตรของเอซุส และร้านไอทีชั้นนำทั่วประเทศในเดือนกันยายน สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.asus.com/th/

พลิกโฉมแฟลชไดร์ฟ iXpand ให้ผู้ใช้ไอโฟนและไอแพด

ด้วยการเติบโตของข้อมูลดิจิตอลในยุคปัจจุบัน ผู้คนจึงต้องการพื้นที่เพื่อการจัดเก็บข้อมูลมากขึ้นและมีประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม ทั้งนี้ผู้ใช้งานไม่เพียงแต่ต้องการบันทึกข้อมูลเท่านั้นแต่ยังต้องการแบ่งปันข้อมูลอีกด้วย โดยในปี 2015 บริษัท อินเทอร์เนชันแนล ดาตา คอร์ป ประเทศสหรัฐอเมริกา (IDC) ได้ประเมินไว้ว่าผู้บริโภคได้มีการถ่ายภาพและแชร์รูปภาพดิจิตอลของพวกเขากว่า 1.6 ล้านล้านรูปถ่าย โดย 7 ใน 10 นั้นมาจากการถ่ายบนอุปกรณ์มือถือ1 และยังมีการคาดการณ์ไว้ว่าจำนวนดังกล่าวจะยังคงมีการเติบโตต่อไป

ด้วยเทรนด์ดังกล่าวที่มีแนวโน้มเติบโตมากขึ้นผู้ใช้จึงต้องการวิธีอันง่ายดายสำหรับการจัดเก็บและถ่ายโอนข้อมูลระหว่างอุปกรณ์หรือระบบปฏิบัติการต่างๆ สำหรับยุคแห่งการเก็บบันทึกภาพนี้ จึงทำให้เกิดความต้องการโซลูชั่นอันหลากหลาย เพื่อรองรับรับการบันทึกหรือแบ่งปันข้อมูลของผู้ใช้งานที่นิยมพื้นที่การจัดก็บข้อมูลที่มากขึ้น อย่างไรก็ตามแซนดิสก์ยังคงมุ่งมั่นที่จะมอบกลุ่มอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลสำหรับมือถือรุ่นใหม่ล่าสุด เพื่อให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสถึงไลฟ์สไตล์ของการใช้โทรศัพท์มือถืออย่างแท้จริง

พลิกโฉมแฟลชไดร์ฟ iXpand ให้ผู้ใช้ไอโฟนและไอแพด

พลิกโฉมแฟลชไดร์ฟ iXpand ให้ผู้ใช้ไอโฟนและไอแพด

แฟลชไดร์ฟ iXpand โฉมใหม่ล่าสุด ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความเร็ว ความง่ายดายและพื้นที่การจัดเก็บข้อมูลสำหรับผู้ใช้ iPhone และiPad ได้สูงถึง 128GB2    พร้อมดีไซน์สุดโมเดิร์นที่เหมาะกับเคส iPhone และ iPad  นอกจากนี้ยังมีสายเชื่อมต่อที่ยืดหยุ่นและช่อง USB 3.0 ที่ทำให้การโอนถ่ายข้อมูล เช่น รูปภาพ และวิดีโอจาก iPhone และ iPad สู่คอมพิวเตอร์ที่เป็น Mac หรือ PC เป็นไปอย่างรวดเร็วและง่ายดาย นอกจากนี้ยังช่วยสำรองข้อมูลต่างๆ  อาทิ รายชื่อผู้ติดต่อหรือรูปภาพจากแฟ้มภาพได้อย่างอัตโนมัติ และสามารถดูไฟล์วิดีโอในรูปแบบไฟล์ที่เป็นที่นิยม3โดยตรงจากไดร์ฟได้อีกด้วย ทั้งยังมีซอฟแวร์ระบบรักษาความความปลอดภัยด้วยรหัสผ่านป้องกันไฟล์ (password-protected) ทำให้สามารถแชร์ข้อมูลได้โดยที่ยังคงเก็บข้อมูลสำคัญไว้ได้เป็นอย่างดี4 

โดยผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ยังมาพร้อมกับแอพพลิเคชั่นโฉมใหม่ คือ iXpand Drive ที่มีฟีเจอร์ใหม่ๆ สำหรับพัฒนาประสบการณ์ของผู้ใช้งาน(User Experience) ให้มากยิ่งขึ้น พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ใช้เพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้ทันที ด้วยคุณสมบัติที่รองรับด้านกล้องถ่ายรูปซึ่งให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายรูปหรือวีดิโอแล้วจัดเก็บสู่ไดร์ฟได้โดยตรง แทนจัดเก็บในตัวเครื่อง iPhone และ iPad นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถสำรองข้อมูลบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดนิยม รวมถึงการเปิดไฟล์เพลงจากแอพพลิเคชั่นได้อีกด้วย สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น iXpand Drive สำหรับแฟลชไดรฟ์ iXpand รุ่นใหม่โดยเฉพาะได้ผ่าน App Store สำหรับ iPhone และ iPad โดยแอพพลิเคชั่นจะสามารถใช้งานได้อย่างอัตโนมัติ ทันทีที่มีการเชื่อมต่อแฟลชไดรฟ์กับ iPhone หรือ iPad เพื่อความรวดเร็วในขยายพื้นที่การจัดเก็บข้อมูล และการจัดการข้อมูลหรือไฟล์ต่างๆ

เจษฎา ภวภูตานนท์ ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทย แซนดิสก์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า เราให้ความสำคัญต่อความต้องการของลูกค้าด้านพื้นที่การจัดเก็บข้อมูลที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ มาโดยตลอด ซึ่งแซนดิสก์เห็นว่าเป็นโอกาสสำคัญที่จะพลิกโฉมกลุ่มผลิตภัณฑ์อีกครั้ง เพื่อมอบประสบการณ์ของการถ่ายภาพ แบ่งปันข้อมูล การถ่ายโอนข้อมูลด้วยความเร็วสูงโดยไม่ต้องกังวลถึงขีดจำกัดของพื้นที่จัดเก็บ นอกจากนี้เรายังเดินเดินหน้าส่งมอบโซลูชั่นและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้ลูกค้ามีความพึงพอใจและสนุกสนานไปกับการใช้กลุ่มอุปกรณ์ด้านการจัดเก็บข้อมูลใหม่ล่าสุดนี้

แซนดิสก์ได้ปรับปรุงศักยภาพของกลุ่มอุปกรณ์ด้านการจัดเก็บข้อมูลสำหรับมือถือ ประกอบด้วย แฟลชไดร์ฟ iXpand โฉมใหม่ล่าสุด ผลิตภัณฑ์ SanDisk Connect Wireless Stick การ์ดความจำรุ่น Extreme PRO® microSDXC™ UHS-II card ผลิตภัณฑ์ SanDisk Ultra® Dual USB Drive และ ผลิตภัณฑ์ SanDisk Ultra USB Type-C

พันธมิตรยักษ์ Smart ปักธงให้บริการเพลงออนไลน์ผ่านมือถือ

บีอีซี-เทโร มิวสิค ประกาศรุกตลาดเพลงสู่ต่างประเทศเต็มสูบ เพื่อขยายฐานธุรกิจรองรับโอกาสเติบโตในอนาคต ประเดิมคว้าสิทธิ์ในการทำตลาดใน 4 ประเทศพร้อม พันธมิตรยักษ์ Smart ได้แก่ ประเทศไทย กัมพูชา เมียนมาร์ และลาว พร้อมเดินหน้าปักหมุดเปิดตลาดแห่งแรกที่กัมพูชา ลุยจับมือ บริษัท สมาร์ท เอเซียต้า จำกัด หรือ Smart เป็นพันธมิตรในการจัดจำหน่ายเพลงอินเตอร์ในสังกัดของโซนี่ มิวสิค, เพลงเอเชียน จากค่าย YG Entertainment, JYP Entertainment และ AVEX Group รวมถึงเพลงไทยจาก บีอีซี-เทโร มิวสิค ผ่านบริการ Smart Music App รองรับความต้องการด้านการฟังเพลงออนไลน์ผ่านสมาร์ท โฟนที่ขยายตัวสูง มั่นใจช่วยขยายฐานด้านการตลาดและเสริมแกร่งธุรกิจ เล็งปี 2559 รุกขยายธุรกิจในกลุ่มอาเซียนต่อเนื่องเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำศูนย์กลางด้านดิจิตอลคอนเทนต์ในอาเซียน

พันธมิตรยักษ์ Smart ปักธงให้บริการเพลงออนไลน์ผ่านมือถือ

พันธมิตรยักษ์ Smart ปักธงให้บริการเพลงออนไลน์ผ่านมือถือ

นายพอล มนัสถาวร ผู้จัดการทั่วไป บีอีซี-เทโร มิวสิค บริษัท บีอีซี-เทโร เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงทิศทางการขยายธุรกิจนับจากนี้ไปว่า บีอีซี-เทโร มิวสิค จะมุ่งให้ความสำคัญกับการขยายตลาดเพลงไปยังกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ชัดเจนขึ้น หลังจากพบว่าตลาดดังกล่าวมีศักยภาพในการเติบโตสูงจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี (ASEAN Economic Community) โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันธุรกิจให้เติบโตก้าวกระโดด รวมถึงเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ที่ต้องการก้าวสู่การเป็นผู้นำศูนย์กลางด้านดิจิตอลคอนเทนต์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ได้ ซึ่งเบื้องต้นบริษัทฯ ได้รับสิทธิ์การจำหน่ายเพลงใน 4 ประเทศ คือ ประเทศไทย กัมพูชา เมียนมาร์ และลาว พร้อมเดินหน้ารุกตลาดในกัมพูชาเป็นประเทศแรก เพราะเล็งเห็นว่าเป็นตลาดที่มีการเติบโตที่ดีโดยเฉพาะตลาดโทรคมนาคมซึ่งเป็นตลาดใหญ่ ผนวกกับพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและนิยมฟังเพลงบนสมาร์ทโฟนมากขึ้น จึงทำให้ยังมีช่องว่างในการทำธุรกิจอย่างเห็นได้ชัด
สำหรับแนวทางการรุกตลาดในประเทศกัมพูชานั้น ล่าสุด บีอีซี-เทโร มิวสิค ได้ลงนามความร่วมมือกับบริษัทสมาร์ท เอเซียต้า จำกัด (Smart Axiata) หรือ Smart ให้เป็นพันธมิตรในการจัดจำหน่ายเพลงอินเตอร์ในสังกัดของ โซนี่ มิวสิค, เพลงเอเชียน จากค่าย YG Entertainment, JYP Entertainment และ AVEX Group รวมถึงเพลงไทยจาก บีอีซี-เทโร มิวสิค ในประเทศกัมพูชาผ่านบริการ Smart Music App เป็นบริการฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งบนมือถือ ซึ่งการเลือก Smart เป็นตัวแทนจำหน่ายนั้น เนื่องจากเล็งเห็นว่า Smart เป็นผู้นำด้านโทรคมนาคมของประเทศกัมพูชา โดยปัจจุบัน Smart มีส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 50%จากจำนวนประชากรกัมพูชา และมีลูกค้าที่ใช้บริการ Data ถึง 40% จากฐานลูกค้าที่มี นี่คือสิ่งที่ บีอีซี-เทโร มิวสิค สนใจ เพราะจะสามารถนำคอนเทนต์เข้าถึง 50% ของประชากรกัมพูชา ประกอบกับความเชี่ยวชาญในเรื่องพื้นที่และช่องทางการจำหน่าย นอกจากนี้ Smart ยังเป็นบริษัทในเครือ Axiata Group ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของเอเชีย มีฐานลูกค้ากว่า 260 ล้านราย
“การร่วมมือกับ Smart จะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างเครือข่ายการให้บริการเพลงอันเป็นเลิศแก่ลูกค้าชาวกัมพูชาก่อนจะขยายไปในประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ โดยเชื่อว่าทั้งบีอีซี-เทโร มิวสิค และ Smart จะได้รับประโยชน์ร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย แม้ว่าทั้ง 2 บริษัทจะอยู่ในอุตสาหกรรมที่แตกต่างกัน แต่ก็มีจุดเด่นและจุดแข็งไม่เหมือนกัน โดยบีอีซี-เทโร มิวสิค มีความเชี่ยวชาญด้านคอนเทนต์เพลงที่ครบวงจร ขณะที่ Smart มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในตลาดโทรคมนาคมและความต้องการของผู้บริโภคในพื้นที่เป็นอย่างดี โดยมั่นใจว่าการผนึกกำลังกันในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มช่องทางการตลาดเพลงในกัมพูชาที่ยังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องได้เป็นอย่างดี รวมถึงเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับทั้งสองบริษัทยิ่งขึ้น และในปี 2559 มีแผนจะรุกขยายตลาดไปยังประเทศอื่นๆในภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง”
ด้าน มร. โทมัส ฮุนด์ (Thomas Hundt) ซีอีโอ บริษัท สมาร์ท เอเซียต้า จำกัด กล่าวว่า “Smart Music App เฟส2 เป็นบริการใหม่ล่าสุดที่พัฒนาต่อยอดมาจาก Smart Music App ซึ่งได้เปิดตัวไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยจับมือกับ 6 พันธมิตรท้องถิ่นเสิร์ฟคอนเทนต์เพลงออนไลน์แบบสตรีมมิ่งบนมือถือผ่านแอพฯ สำหรับวันนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของผู้บริโภคชาวกัมพูชาที่จะได้รับประสบการณ์ใหม่และมีทางเลือกในการฟังเพลงอย่างไร้ขีดจำกัดมากขึ้น โดยภายในตัวแอพฯ จะมีคลังเพลงให้เลือกหลากหลายทั้งเพลงสากล ไทย ญี่ปุ่น และเกาหลี และอัพเดทเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด โดยผู้ใช้สามารถค้นหาและดาวน์โหลดเพลงที่ต้องการผ่านแอพฯได้อย่างสะดวกง่ายดายทุกที่ทุกเวลา พร้อมเชื่อมั่นว่าทั้งรูปแบบธุรกิจ การทำงาน จะสามารถผสมผสานเติมเต็มธุรกิจของเราได้อย่างลงตัว รวมถึงช่วยขยายฐานตลาดเพลงในวงกว้างยิ่งขึ้น”

สมาร์ทโฟนโฉมใหม่จาก Lenovo A7000

เลอโนโวจับมือกับ ลาซาด้า เว็บขายของออนไลน์อันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเปิดตัวสมาร์ทโฟน Lenovo A7000 ซึ่งเป็นอีกครั้งที่เลอโนโวจะจำหน่ายสมาร์ทโฟนในรูปแบบอีคอมเมิร์ซสำหรับผู้ใช้งานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกที่ประเทศอินโดนีเซียเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยผู้ที่สนใจสามารถจับจองได้ก่อนใคร เพียงลงทะเบียนสั่งซื้อรูปแบบแฟลช เซลล์ (Flash Sale) ที่เว็บไซต์ ลาซาด้าประเทศไทย ภายในเวลา 2 ชั่วโมง

สมาร์ทโฟนโฉมใหม่จาก Lenovo A7000

สมาร์ทโฟนโฉมใหม่จาก Lenovo A7000

นี่ครั้งแรกที่เลอโนโวทำการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เดียวพร้อมกันถึง 6 ประเทศในกลุ่มอาเซียน และเป็นการจำหน่ายสมาร์ทโฟนผ่านช่องทางออนไลน์ครั้งแรกในประเทศไทย จำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือ, การซื้อขายแบบอีคอมเมิร์ซ (e-commerce) และการตลาดแบบ Interactive marketing เติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งเราคาดว่าจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อธุรกิจเทคโนโลยี ซึ่งในฐานะที่เลอโนโวเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี เรามองหาโอกาสทางการตลาด รวมไปถึงการเตรียมพร้อมสำหรับความเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่ง เราจึงได้ร่วมมือกับลาซาด้าในการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมาย และเรายังมุ่งมั่นที่จะให้บริการเทคโนโลยีที่ทันสมัยสำหรับลูกค้าเสมอ มันเป็นสมาร์ทโฟนที่คุ้มค่าทั้งด้านการประสิทธิการใช้งานและคุณสมบัติที่โดดเด่นในราคาย่อมเยา ถือได้ว่าเป็นทางเลือกที่ดีทีสุดสำหรับลูกค้าที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนที่ทันสมัยพร้อมประสิทธิภาพที่เต็มเปี่ยม

จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เลอโนโวได้พัฒนากลยุทธ์และรูปแบบการทำธุรกิจใหม่โดยผสมผสานระหว่างธุรกิจรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ (O2O) เข้าด้วยกัน โดยจะมุ่งเน้นในเรื่องการตอบสนองต่อลูกค้าอย่างรวดเร็วและการสื่อสารผ่านทางโซเชียลมีเดียที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งธุรกิจรูปแบบนี้ส่งผลให้เลอโนโวประสบความสำเร็จในหลายประเทศ อาทิเช่น อินเดีย และอินโดนีเซีย ในครั้งนี้เลอโนโวได้ร่วมกับลาซาด้าเพื่อต่อยอดความสำเร็จทั้งในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคซึ่งประกอบด้วย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม

คุณริคคาร์โด บาซีลเล่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลาซาด้า ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้เป็นตัวแทนในการจำหน่ายสมาร์ทโฟนในรูปแบบสุดพิเศษเป็นที่แรกในประเทศไทย ซึ่งการร่วมมือของเราได้ประสบความสำเร็จอย่างมากแล้วในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเรามั่นใจในความเป็นผู้นำทางการตลาดที่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ถึง 500 ล้านคน ภายใน 6 ประเทศ และกลยุทธ์ทางธุรกิจที่แข็งเกร่งของเลอโนโวที่จะนำมาสู่ความสำเร็จของการร่วมมือในครั้งนี้”

Lenovo A7000 เป็นสมารท์โฟนรุ่นแรกที่นำเทคโนโลยีระบบเสียงแบบ Dolby® Atmos™ มาใช้เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่เน้นความบันเทิงทั้งการชมภาพยนตร์และวิดีโอด้วยราคาที่ย่อมเยา และยังมาพร้อมกับหน้าจอความละเอียดระดับ HD ขนาด 5.5 นิ้ว ประมวลผลโดย MediaTek 4G LTE True8Core™(True Octa core) และ 3G ทุกเครือข่าย พร้อม กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซลและกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล พร้อม VIBE UI 2.0 รองรับ 2 การใช้งาน 2 ซิมการ์ด พร้อมแบตเตอรี่ความจุถึง 2900 mAh ถือได้ว่าเหมาะสำหรับมัลติมีเดียที่ให้ประสบการณ์อย่างเหนือชั้นใช้กับผู้ใช้อย่างแน่นอน

ลูกค้าสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อรับสิทธิพิเศษ ที่ www.lazada.co.th/lenovo-a7000/ ตั้งแต่วันที่ 12 – 21 พฤษภาคม 2558 พร้อมทั้งเป็น 100 ท่านแรกที่ได้รับของสมนาคุณเมื่อซื้อสินค้า และเป็นเจ้าของได้ในราคา 5,290 บาท

XperiaTM C3 สมาร์ทโฟนโปรเซลฟี่เครื่องแรกจากโซนี่

โซนี่ ไทย เกาะกระแสเซลฟี่ เปิดตัว XperiaTM C3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ที่โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะอย่าง “ กล้องโปรเซลฟี่ ” เพื่อแบ่งปันประสบการณ์และข่าวสารผ่านทางสังคมออนไลน์ พร้อมผสมผสานเทคโนโลยีที่ดีที่สุดจากโซนี่ ในราคาที่ใครก็เป็นเจ้าของได้

มร.คัลลัม แมคโดกาลล์ ผู้อํานวยการฝ่ายการตลาด โซนี่ โมบายล์ คอมมูนิเคชั่นส์ เปิดเผยว่า การเกิดขึ้นของวัฒนธรรมการถ่ายภาพแบบเซลฟี่ (Selfie) หรือการถ่ายภาพตัวเอง ไม่ปรากฏว่าจะมีแนวโน้มลดลง โดยตั้งแต่ปี 2555 สถิติการใช้งานเพิ่มขึ้นถึง 17,000% นับเป็นเทรนด์ใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางทั่วโลก โซนี่จึงได้นำเสนอ XperiaTM C3 สมาร์ทโฟนโปรเซลฟี่ เครื่องแรกจากโซนี่ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในปรากฏการณ์ระดับโลกนี้

XperiaTM C3  สมาร์ทโฟนโปรเซลฟี่เครื่องแรกจากโซนี่

XperiaTM C3  สมาร์ทโฟนโปรเซลฟี่เครื่องแรกจากโซนี่

XperiaTM C3 ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานเซลฟี่อย่างเต็มศักยภาพด้วย “ กล้องโปรเซลฟี่ ” กล้องถ่ายรูปด้านหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟ LED ที่เป็นเอกลักษณ์ ให้แสงนุ่มนวล สว่างทั่วทั้งภาพ สามารถจับภาพทุกรายละเอียดได้อย่างชัดเจน ทั้งตอนกลางวันและกลางคืน มาพร้อมทั้งเลนส์มุมกว้างขนาด 5 MP (25 มม. มุมมอง 80 องศา) ที่ช่วยให้คุณสามารถจับภาพได้มากขึ้น นอกจากนี้ โซนี่ ยังให้ความสำคัญกับแอพพลิเคชั่นสำหรับกล้อง ที่จะช่วยภาพเซลฟี่ดูโดดเด่นและสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น พอร์เทรต รีทัช (Portrait Retouch) เอฟเฟ็กต์การแต่งหน้าที่มีให้เลือกถึง 10 สไตล์สำหรับสาวๆ และลุคที่เป็นธรรมชาติ 4 สไตล์สำหรับหนุ่มๆ หรือเลือกสนุกปลดปล่อยจินตนาการกับฟังก์ชั่น Augmented Reality เพียงใช้กล้องหน้ากับเอฟเฟ็กต์ AR นี้เพิ่มเติมกราฟฟิกและแอนิเมชั่นสนุกๆลงบนภาพถ่ายเซลฟี่ได้อย่างง่ายดาย ตลอดจนฟังก์ชั่น ไทม์ชิฟท์ เบอร์ส (Timeshift Burst) ความสามารถในการถ่ายภาพ 31 ภาพ ใน 2 วินาที เพื่อให้แน่ใจว่าได้รูปภาพที่สมบูรณ์ทุกครั้ง รวมทั้งฟังก์ชั่นอื่นๆอีกมากมายที่พร้อมให้ดาวน์โหลดฟรีผ่าน App Store Sony

XperiaTM C3 มีจอแสดงผล HD 720p ขนาดใหญ่ 5.5 นิ้ว สีสันสวยคมด้วยเทคโนโลยี Sony TV ระบบประมวลผลความเร็วสูงขนาด 1.2 GHz Qualcomm® Snapdradon™ 400 QuadCore แรม 1 GB ควงคู่มากับระบบปฎิบัติการแอนด์ดรอย 4.4 (KitKat) รองรับ 4G (LTE) พร้อมหน่วยความจำขนาด 8 GB และยังสามารถเพิ่มการ์ด microSD ได้สูงสุดถึง 32GB รวมทั้งความจุแบตเตอรี่ที่มากถึง 2500 mAh พร้อมเทคโนโลยี NFC (Near Field Communication) ให้คุณเชื่อมต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกอย่างแบบไร้สายได้ง่ายและรวดเร็วเพียงสัมผัสเดียว ดีไซน์เบาบาง ทันสมัยมีให้เลือกถึง 3 สี ขาว , ดำ และใหม่ล่าสุด สีเขียวมินต์ ทั้งแบบ Single Sim และ Dual Sim ในราคาที่ใครก็เป็นเจ้าของได้