Sandisk ออกแบบการ์ด ที่เหมาะกับ Lifestyle

เวิสเทิร์น ดิจิตอล คอร์เปอร์เรชั่น (NASDAQ: WDC) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีและโซลูชั่นการจัดเก็บข้อมูล ยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์เทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว Sandisk ออกแบบการ์ด ที่เหมาะกับ Lifestyle ของสมาร์ทโฟน ซึ่งยังมีความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งความรวดเร็วและพื้นที่การจัดเก็บข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้นเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้มือถือของตนเอง โทรศัพท์มือถือยังคงเป็นอุปกรณ์หลักสำหรับการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตในประเทศไทย ผู้ใช้สมาร์ทโฟนจึงต้องการความจุที่มากเพียงพอต่อการถ่ายภาพและบันทึกภาพในทุกๆ เหตุการณ์ ทั้งยังสามารถรับชมหรือฟังสื่อต่างๆได้เป็นจำนวนมากและรวดเร็วเท่าที่ต้องการ อย่างไรก็ตามสมาร์ทโฟนยังคงมีพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลที่จำกัด จึงทำให้มีบ่อยครั้งที่ผู้ใช้งานต้องเลือกซื้อการ์ดความจำสำหรับมือถือมาเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูล

การ์ดความจำสำหรับมือถือมีอย่างมากมาย หลากหลายประเภท ซึ่งมีความแตกต่างกันด้วยความเร็วในการเขียนข้อมูลและพื้นที่สำหรับจัดเก็บข้อมูล จึงอาจกลายเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อการ์ดความจำที่ดีที่สุดและเหมาะสำหรับความต้องการของตนเอง คุณเจษฎา ภวภูตานนท์ ผู้จัดการการตลาดและการค้าปลีกแซนดิสก์ ประจำประเทศไทย บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล คอร์ปอเรชั่นได้ กล่าวว่า สิ่งแรกที่ผู้ใช้งานควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการเลือกซื้อการ์ดความจำสำหรับมือถือ คือ คุณสมบัติของสมาร์ทโฟนท่านใช้งานอยู่ “ผู้ใช้งานควรคำนึงว่ากิจกรรมประเภทไหนที่เขามักใช้งานบนสมาร์ทโฟน รวมถึงแนวโน้มในการใช้พื้นที่ในการเก็บข้อมูล ยกตัวอย่างเช่น สำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่ต้องการใช้มือถือในการบันทึกวิดีโอที่มีประสิทธิภาพสูง ผู้ใช้จึงควรเลือกใช้การ์ดความจำที่สามารถให้ความมั่นใจได้ว่าพร้อมจะประมอบความรวดเร็วในการเขียนข้อมูลได้ดี” คุณเจษฎากล่าว

Sandisk ออกแบบการ์ด ที่เหมาะกับ Lifestyle

Sandisk ออกแบบการ์ด ที่เหมาะกับ Lifestyle

แซนดิสก์ช่วยผู้บริโภคเลือกการ์ดความจำให้เหมาะกับการใช้งาน Speed Class เป็นคุณสมบัติของการ์ดความจำสำหรับมือถือที่ให้ประสิทธิภาพสูงในการบันทึกวิดีโอ ซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ Speed Class สำหรับวิดีโอความละเอียดระดับมาตรฐาน ระดับ HD ระดับ Full HD รวมถึงแบบ UHS ที่ให้ความเร็วอันทรงประสิทธิภาพสำหรับวิดีโอความละเอียดระดับ Full HD และ 4K UHD Video โดยล่าสุดสมาคมผู้ผลิตอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการ์ด SD (SD Association) ได้ประกาศเปิดตัว Speed Class แบบใหม่ คือ Video Speed Class (V) เพื่อบ่งบอกถึงความละเอียดที่แตกต่างกันของวิดีโอ และฟีเจอร์ในการบันทึก รวมถึงกลุ่มภาพเสมือนจริง (virtual reality content) การจับภาพแบบ 360 องศา (360 capture) และ วิดีโอความละเอียดระดับ 8K เป็นต้น

คุณเจษฎา ได้กล่าวต่อว่า หากสมาร์ทโฟนของผู้ใช้งานสามารถรองรับวิดีโอ 4K และมีความต้องการบันทึกวิดีโอแบบ 4K อีกจำนวนมาก พวกเขาควรเลือกการ์ดความจำรุ่น SanDisk Extreme หรือ SanDisk Extreme PRO microSDXC™ ซึ่งมาพร้อมกับโลโก้ U3 ซึ่งตรงกับคุณสมบัติของโลโก้ V30 ที่มาจาก V Class และรองการบันทึกวิดีโอแบบ 4K อีกด้วย สำหรับผู้ที่ใช้สมาร์ทโฟนที่รองรับการบันทึกวิดีโอแบบ Full HD ควรเลือกใช้การ์ดความจำรุ่น SanDisk Ultra microSD ซึ่งมีโลโก้ C10 “หากว่าการ์ดความจำที่คุณเลือกซื้อไม่สามารถเล่นวิดีโอที่คุณบันทึกไปได้อย่างราบรื่น คุณก็อาจประสบปัญหาวิดีโอกระตุก (Dropped frames) ในขณะที่ดูวิดีโอ ซึ่งจะทำให้ภาพบางส่วนอาจขาดหายไปหรือเกิดการกระตุกค้างได้ ซึ่งอาจรวมถึงการบันทึกภาพที่คลาดเคลื่อนหรือมีจุดภาพที่รบกวน ที่ล้วนแต่เป็นผลจากการเลือกซื้อการ์ดความจำที่ผิดประเภท” คุณเจษฎากล่าวเสริม ทั้งนี้ความเร็วของการ์ดความจำยังสามารถบ่งบอกถึงความเร็วในการดาวน์โหลด การโอนถ่ายข้อมูล และการเข้าถึงข้อมูล ตัวอย่างเช่น การโอนถ่ายไฟล์ภาพยนตร์บลูเรย์ ที่อาจต้องใช้เวลามากถึง 91 นาที หากใช้การ์ดความจำที่มีความเร็วเพียง 4MB ต่อวินาที แต่หากถ่ายโอนข้อมูลเดียวกันด้วยการ์ดความจำที่มีให้ความเร็ว 95 MB ต่อวินาที ก็จะใช้เวลาถ่ายโอนเพียง 4 นาทีเท่านั้น

กลุ่มการ์ดความจำประสิทธิภาพสูงของแซนดิสก์
การ์ดความจำประสิทธิภาพสูงของแซนดิสก์มีวางจำหน่ายแล้วในประเทศไทย การ์ดความจำ microSD ที่มอบความเร็วที่สุดในโลกอย่าง SanDisk Extreme PRO microSDXC UHS-II ซึ่งมีจำหน่ายทั้งในขนาด 64 GB และ 128 GB สำหรับรุ่น SanDisk Extreme PRO มอบความเร็วสูงสุดถึง 275 MB ต่อวินาที และมาพร้อมกับ USB 3.O ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายโอนไฟล์ วิดีโอแบบ 4K UHD ขนาดใหญ่ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว การ์ดความจำรุ่น SanDisk Extreme microSDHC™ / microSDXC™ UHS-I ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจับภาพที่สมบูรณ์แบบด้วยโหมดการถ่ายภาพแบบต่อเนื่อง มาพร้อมกับความจุตั้งแต่ขนาด 16GB ถึง 256GB สำหรับรุ่น SanDisk Extreme ได้ถูกผลิตขึ้นมาให้มีความทนทานเพื่อรองรับการใช้งานในทุกสภาวะแวดล้อม

การ์ดความจำรุ่น SanDisk Ultra® microSDXC™ UHS-I มอบความจุตั้งแต่ขนาด 200GB ถึง 256GB ซึ่งทำให้คุณสามารถถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอได้โดยไม่ต้องกังวลว่าพื้นที่เก็บข้อมูลจะเพียงพอหรือไม่ และไม่ว่าไลฟ์สไตล์การใช้มือถือของคุณจะเป็นแบบไหน หรือมีความต้องการพิเศษมากเพียงใด คุณก็สามารถมั่นใจได้ว่าคุณจะสามารถมองหาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของคุณได้จากผลิตภัณฑ์ของแซนดิสก์ที่ครอบคลุมทุกควาต้องการอย่างแท้จริง สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ของแซนดิสก์โดยเวิสเทิร์น ดิจิตอล คอร์เปอร์เรชั่น ได้มอบโซลูชั่นด้านการจัดเก็บข้อมูลสำหรับมือถือให้อย่างสมบูรณ์ จึงสะดวกต่อผู้ใช้งานในด้านการขยายพื้นที่การจัดเก็บข้อมูล การจัดการข้อมูลบนอุปกรณ์จาก Apple , Android และ Windows สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมของกลุ่มผลิตภัณฑ์แห่งนวัตกรรมโดยเวิสเทิร์น ดิจิตอล สามารถเข้าชมได้ที่ www.sandisk.com/home/mobile-device-storage

Whoscall กรองเบอร์ ที่ดีที่สุดสำหรับนักขายออนไลน์

ปัจจุบันคนเริ่มหันมาขายของออนไลน์กันมากขึ้น เพราะไม่ต้องออกไปข้างนอก ไม่จำเป็นต้องเห็นของจริง ขอเพียงมีรูปที่เห็นรายละเอียดชัดๆ ซูมได้ พร้อมรีวิวแจ่มๆ ก็เพียงพอแล้ว เรื่องเบอร์ติดต่อเป็นอีกปัจจัยหนึ่งเหมือนกัน Whoscall กรองเบอร์ ที่ดีที่สุดสำหรับนักขายออนไลน์เพราะฮูส์คอล (Whoscall) แอพพลิเคชัน เปิดเผย ว่าการขายสินค้าผ่านโทรศัพท์ในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นมากจากปีที่ผ่านมา ฮูส์คอล (Whoscall) จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อช่วยกรองและจัดการสายเรียกเข้า

โดยผู้ใช้จะได้หลีกเลี่ยงการรับสายเรียกเข้าที่ไม่พึงประสงค์ในทุกๆ วัน ฮูส์คอล (Whoscall) ช่วยผู้ใช้ระบุสายเรียกเข้าและสายโทรออก ดังนั้นผู้ใช้งานจึงสามารถเลือกที่จะรับหรือไม่รับสายได้ นอกจากนี้ผู้ใช้งานยังสามารถเลือกที่จะบล็อกสายเรียกเข้าได้อีกด้วย

Whoscall กรองเบอร์ ที่ดีที่สุดสำหรับนักขายออนไลน์

Whoscall กรองเบอร์ ที่ดีที่สุดสำหรับนักขายออนไลน์

ผู้ใช้งานในประเทศไทยได้รับสายเรียกเข้าจากการขายสินค้าผ่านโทรศัพท์เพิ่มขึ้นถึง 36 เปอร์เซ็นต์ในปีที่ผ่านมา นับเป็นการเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียและภูมิภาคอเมริกาใต้ อัตราการขายสินค้าผ่านโทรศัพท์ในประเทศไทยเพิ่มมากที่สุด โดยสูงถึง 36 เปอร์เซ็นต์ ตามด้วยประเทศบราซิล 21 เปอร์เซ็นต์ และ ประเทศเกาหลีใต้ 9 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นสามอันดับแรกของโลก ฮูส์คอล (Whoscall) คำนวณสถิติจากฐานข้อมูลผู้ใช้อันแข็งแกร่งในประเทศไทย

ยูทิง ลิว ผู้จัดการประจำประเทศไทยของฮูส์คอล (Whoscall) กล่าวว่า “จากแรงกดดันที่ต้องเพิ่มยอดขายให้สูงขึ้น แต่มีงบประมาณที่จำกัดและการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น จึงทำให้ในปีที่ผ่านมาเป็นเหตุผลให้ภาคธุรกิจใช้กลยุทธ์การตลาดในการขายสินค้าผ่านโทรศัพท์มากขึ้นเพื่อรักษารายได้ให้คงที่” ยูทิง กล่าวต่ออีกว่า “ฮูส์คอล สามารถช่วยผู้ใช้ประหยัดเวลา โดยการรู้ว่าใครโทรมาก่อนที่จะรับสาย และการเสียเวลาอันมีค่าไปกับการรับสายที่ไม่จำเป็นหรือสายเรียกเข้าจากการโทรขายสินค้าเป็นสิ่งที่น่ารำคาญสำหรับคนที่มีวิถีชีวิตอันรีบเร่งในยุคปัจจุบัน”

ตั้งแต่เริ่มให้บริการในประเทศไทย ฮูส์คอล (Whoscall) ช่วยกำหนดสายเรียกเข้าได้มากถึงหลายร้อยล้านเบอร์ ระบบฐานข้อมูลนับเป็นส่วนสำคัญในการช่วยนักวิจัยของ ฮูส์คอล (Whoscall) ในการทำความเข้าใจพฤติกรรมการโทรของผู้ใช้งานและรูปแบบของการขายสินค้าผ่านโทรศัพท์ ซึ่งช่วยให้ ฮูส์คอล (Whoscall) สามารถให้บริการในการช่วยกรองสายที่ไม่พึงประสงค์ ปัจจุบัน ฮูส์คอล (Whoscall) ให้บริการผู้ใช้งานมากกว่า 5 ล้านคนในประเทศไทยและมากกว่า 50 ล้านคนทั่วโลก ทำให้การติดต่อสื่อสารเป็นอะไรที่ควบคุมได้ยาก ทั้งยังเปิดเบอร์ได้ง่ายขึ้นมากซึ่งมีไม่น้อยกว่าล้านเบอร์ที่ไม่ได้ลงทะเบียนและยังสามารถใช้งานได้ง่ายเพียงแค่เปิดเบอร์และเติมเงินเข้าไปแค่นั้น

เมื่อใช้งานจนพอใจก็ยังสามารถเลิกใช้งานได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องไปยกเลิกเบอร์แต่อย่างใด ทำให้ความปลอดภัยต่ำมากสำหรับประเทศไทย ฉะนั้นแอพพลิเคชั่น Whoscall จึงจำเป็นต่อการทำการตลาดหรือขายของออนไลน์ (Online Marketing) เป็นอย่างมาก ที่คอยสอดส่องดูแลเบอร์ที่ไม่พึงประสงค์ ทั้งยังบล็อคเบอร์ได้ด้วยถึงแม้ว่าสมาร์ทโฟน (Smartphone) มือถือของคุณไม่มีฟีเจอร์ (Features) สำหรับบล็อคเบอร์ก็ตาม หากมีเบอร์แปลกๆ โทรมาบ่อยเกินไปแล้วเริ่มระแวงละก็แนะนำให้โหลด Whoscall ติดเครื่องไว้ก็ดีไม่น้อยเลย ที่คอยช่วยกรองเบอร์โทรให้เราได้ระดับหนึ่งทั้งไม่ต้องติดตั้งอะไรเยอะและไม่เปลืองทรัพยากรเครื่องซะด้วย ที่สำคัญยังเปิดให้ดาวน์โหลดฟรีอีกด้วย เป้นอีกหนึ่งบริการดีๆ ที่ใช้งานร่วมกับแอพพลิเคชั่นอื่นได้มากมาย

Privacy Drive ป้องกันข้อมูล ซ่อนไฟล์ ล็อคไฟล์

การใช้งานคอมพิวเตอร์ปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงแค่พิมพ์รายงาน (Report) อย่างเดียวเท่านั้น ยังสามารถดูหนัง ฟังเพลง เล่นอินเทอร์เน็ต รวมถึง Socialmedia และธุรกรรมทางการเงิน วันนี้แอดมินมีโปรแกรมน่าสนใจชื่อ Privacy Drive ป้องกันข้อมูล ภายในเครื่องได้มากมาย ไม่ว่าจะล็อคหรือซ่อนไฟล์ก็ไม่มีปัญหา ช่วยให้การเล่นคอมพิวเตอร์คุณปลอดภัยมากขึ้น ยิ่งเล่นหลายคนในเครื่องเดียว โปรแกรมนี้จะเหมาะมากๆ สำหรับเก็บไฟล์ที่มีความเป็นส่วนตัวสูงเลยละ ทีนี้ถ้าใครกำลังหาโปรแกรมซ่อนไฟล์ ล็อคไฟล์มาทางนี้เลย

Privacy Drive ป้องกันข้อมูล ซ่อนไฟล์ ล็อคไฟล์

Privacy Drive ป้องกันข้อมูล ซ่อนไฟล์ ล็อคไฟล์

เพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับคุณด้วยโปรแกรมล็อคไฟล์ ซ่อนไฟล์ ที่ป้องกันข้อมูลไม่ให้ใครเข้ามายุ่ง คัดลอก เปิดดู ลบ หรือแก้ไขไฟล์ ด้วยการเข้ารหัสแบบพิเศษ ระหว่างที่คุณใช้งานไฟล์อยู่ โปรแกรมจะจำลองฮาร์ดดิสก์ขึ้น (Virtual Hard Disk) มาเพื่อให้ข้อมูลของคุณเข้ารหัสไฟล์ ป้องกันได้ตลอดเวลา เรียกได้ว่าแยกส่วนออกไปเลย ใช้งานง่าย รวดเร็ว ไม่รบกวนการใช้งานของคุณแน่นอน ด้วยรูปแบบการทำงานที่ง่ายมากเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งานด้วย Interface ทันสมัยสวยงาม เพียงลากแล้ววาง (Drag and Drops) ตามโฟลเดอร์หรือไดรฟ์ที่ต้องการได้เลย เราสามารถเลือกจะล็อค ซ่อน ทั้งโฟลเดอร์ (Folder) /ไดรฟ์ (Drive) แบบรวดเดียวจบ แหมเห็นรึยังว่าง่ายจริงๆ พร้อมแสดงการใช้งานออกมาในรูปของกราฟแบบวงกลม แยกรายละเอียดได้ชัดเจนมาก ไม่ว่าจะเป็นขนาดไดร์ฟ โฟลเดอร์ ไดเร็คทอรี้ไฟล์ ชื่อไดร์ฟ จำนวนไฟล์ที่มี เป็นต้น

นอกจากนี้เรายังสามารถใส่รหัสผ่านเพื่อเข้าถึงไฟล์ได้อีกและรองรับการเข้ารหัสไฟล์ ด้วยอัลกอริทึม (Algorithms) มาตรฐาน แบบ AES 128-bits & 256-bits เราสามารถใช้ปกป้องข้อมูลสำคัญ ต่างๆ ให้กับคุณได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ไฟล์รูปภาพ (Image Files), ไฟล์วีดีโอ (Video Files), ไฟล์กราฟฟิก (Graphic Files), ไฟล์เอกสาร (Document Files), ไฟล์สเปรดชีต (Spreadsheet Files) และข้อมูลต่างๆ ที่สำคัญมากมาย ไม่ต้องคิดมากเพราะแทบรองรับทุกสกุลไฟล์หลากหลายแบบ และที่สำคัญยังเปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้งานแบบทดลองใช้ (Shareware) จากทีมผู้พัฒนาซะด้วย หากคิดว่าใช้งานแล้วชอบถูกใจแนะนำให้ซื้อในราคา 19.95$ นะจ้ะ

เทคโนโลยี RFID ได้สร้างโอกาสสำคัญสำหรับการดูแลสุขภาพ

ในบรรดาอุตสาหกรรมทั้งหมด ภาคอุตสาหกรรมด้านการดูแลสุขภาพยังคงเดินหน้าพัฒนาด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ ไปอย่างช้าๆ โดยสืบเนื่องมาจากเหตุผลต่างๆ ปัจจัยทางการเงินมีผลต่อการเดินหน้าพัฒนา เนื่องจากเป็นเรื่องยากสำหรับภาคอุตสาหกรรมด้านการดูแลสุขภาพในการลงทุนด้านเทคโนโลยีใหม่ๆจากฝ่ายต่างๆ นอกจากนี้รูปแบบได้รับค่าตอบแทนของแพทย์ยังไม่ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เนื่องจากแพทย์จะได้รับค่าตอบแทนตามจำนวนผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาและค่าธรรมเนียมในการรักษามากกว่าค่าตอบแทนทางด้านคุณภาพในการรักษา

เทคโนโลยี RFID ได้สร้างโอกาสสำคัญสำหรับการดูแลสุขภาพ

เทคโนโลยี RFID ได้สร้างโอกาสสำคัญสำหรับการดูแลสุขภาพ

ปัจจัยบางประการเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ ภาคอุตสาหกรรมด้านการดูแลสุขภาพไดรับการควบคุมอย่างเคร่งครัด ซึ่งนำไปสู่ขั้นตอนที่ล่าช้าสำหรับการเปลี่ยนแปลงสำคัญๆ อย่างไรก็ดี ความท้าทายบางประการยังเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอด้วยลักษณะของอุตสาหกรรม องค์กรด้านการดูแลสุขภาพจำนวนมากยังคงยึดถือแนวทางปฏิบัติในวิธีการแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นเรื่องยากสำหรับองค์กรเหล่านั้นในการทดลองสิ่งใหม่ๆ โดยปราศจากแรงจูงใจ นอกจากนี้ บรรดาแพทย์และพยาบาลต่างก็ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี จึงต้องใช้ระยะเวลาในการทำความเข้าใจการใช้งานของซอฟต์แวร์หรืออุปกรณ์ใหม่ๆ

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าวกำลังเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมด้านการดูแลสุขภาพ เริ่มยอมรับในการเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งเป็นผลมาจากงบประมาณที่เพิ่มมากขึ้นและข้อกฎหมายใหม่ ยกตัวอย่างเช่น ภาคอุตสาหกรรมด้านการดูแลสุขภาพในประเทศไทย มีการจัดสรรงบประมาณ 18.7 ล้านบาท ซึ่งเป็นอัตราที่เติบโตขึ้นถึง 8 เปอร์เซ็นต์ในระหว่างปี พ.ศ. 2557- 2561 ขณะที่ในสหรัฐอเมริกา กฎหมายประกันสุขภาพ (Affordable Care Act) หรือที่รู้จักกันดีในนามของ Obama Care ซึ่งเป็นนโยบายที่ให้ความช่วยเหลือด้านการรักษาค่าพยาบาล ช่วยให้คนไข้ได้รับการรักษาอย่างดีและลดจำนวนครั้งเข้าการเข้ารับการรักษาเพื่อลดค่าใช้จ่ายของคนไข้ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้โรงพยาบาลอยู่ภายใต้ภาวะความกดดันอันมหาศาลในการลดค่าใช้จ่ายและพัฒนาคุณภาพด้านการบริการ

ปัจจัยที่สำคัญอื่นๆ ยังรวมถึงความต้องการเพิ่มผลิตภาพที่มีคุณภาพยิ่งขึ้นเนื่องจากการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ การเพิ่มจำนวนประชากรผู้สูงอายุ และการวิวัฒนาการของโรค ปัจจัยเหล่านี้จึงเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญในการหันมาใส่ใจด้านสุขภาพและการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี ในปัจจุบัน การดูแลสุขภาพได้กลายเป็นภาคอุตสาหกรรมที่เติบโตเร็วที่สุดสำหรับการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ การเพิ่มปริมาณการใช้งานบาร์โค้ดและเทคโนโลยี RFID ได้สร้างโอกาสสำคัญสำหรับการดูแลสุขภาพ การใช้งานบาร์โค้ดที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ข้อผิดพลาดทางการแพทย์จะยิ่งลดลงตามลำดับ

ในภาคอุตสาหกรรมด้านการดูแลสุขภาพ ยังคงมีความพยายามอย่างต่อเนื่องในการนำเทคโนโลยีบาร์โค้ดมาช่วยควบคุมข้อผิดพลาดทางการแพทย์และเพิ่มความปลอดภัยสำหรับผู้ป่วย ข้อผิดพลาดทางการแพทย์สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกขั้นตอนตั้งแต่กระบวนการสั่งจ่ายยา การสื่อสาร การติดฉลาก ขั้นตอนการบรรจุภัณฑ์ การจ่ายยาไปยังบุคลากร จนถึงขั้นตอนการบริหารโดยข้อผิดพลาดเหล่านี้ถือเป็น “ข้อผิดพลาดที่สามารถป้องกันได้” จากผลการศึกษาในปี พ.ศ. 2558 แสดงให้เห็นว่า ในสหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียวมียอดผู้เสียชีวิตสูงถึง 251,000 ราย อันเป็นผลมาจากความผิดพลาดทางการแพทย์ในโรงพยาบาลและสถานพยาบาลต่างๆ ทำให้สาเหตุการเสียชีวิตจากข้อผิดพลาดทางการแพทย์สูงเป็นลำดับที่ 3 ในสหรัฐอเมริกา

จากข้อมูลนี้จึงทำให้การสแกนบาร์โค้ดมีสำคัญในการช่วยแก้ไขปัญหาในเรื่องข้อผิดพลาดทางการแพทย์: จากผลการศึกษาของนักวิจัยจากโรงพยาบาลบริกแฮม แอนด์ วูแมน (Brigham and Women’s Hospital) ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์นิวอิงแลนด์ เจอร์นัล ออฟ เมดิซิน (New England Journal of Medicine) เผยว่า จากจำนวนใบสั่งจ่ายยาทั้งหมด 14,041 ใบ พบว่าใบจ่ายยาจำนวน 776 ใบมีข้อผิดพลาดที่ไม่ได้อยู่ในระบบสแกนบาร์โค้ด ซึ่งตัวเลขนี้สามารถลดลงได้ถึง 41.4 เปอร์เซ็นต์ ด้วยการใช้ระบบสแกนบาร์โค้ด

สำหรับโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยนางาซากิ (Nagasaki University Hospital) ในประเทศญี่ปุ่นได้นำเทคโนโลยีระบบบาร์โค้ดมาใช้งาน โดยทางโรงพยาบาลใช้ TC55 คอมพิวเตอร์ระบบสัมผัสแบบพกพาสำหรับการอ่านบาร์โค้ดของซีบรามาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ในปัจจุบัน อุปกรณ์นี้ได้เป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ในการช่วยระบุตัวตนและความถูกต้อง อาทิเช่น สายรัดข้อมือของผู้ป่วย บัตรประจำตัวของแพทย์และพยาบาล และยารักษาโรค โดยอุปกรณ์นี้สามารถช่วยประหยัดเวลาในการตรวจข้อมูลผู้ป่วย ยา และ ลดความผิดพลาดทางการแพทย์ โดยคอมพิวเตอร์แบบพกพานี้สามารถเชื่อมต่อระบบเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบไร้สาย (Wi-Fi) และถ่ายโอนข้อมูลผ่านเทคโนโลยี เนียร์ ฟิลด์ คอมมิวนิเคชั่นส์(Near-Field Communications) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้พยาบาลสามารถป้อนและบันทึกข้อมูลแบบเรียลไทม์ อุปกรณ์นี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความถูกต้องในการดำเนินงานประจำวัน
นอกจากระบบบาร์โค้ดจะช่วยลดความผิดพลาดทางการแพทย์แล้ว ระบบบาร์โค้ดยังสามารถใช้ในการติดตามยาหรืออุปกรณ์กับแหล่งที่มา ระบบนี้ได้รับสนใจมากยิ่งขึ้น ในปี พ.ศ. 2558 สหภาพยุโรป (EU) ได้เสนอกฎระเบียบอย่างเป็นทางการในการควบคุม ซึ่งใบสั่งยาจากแพทย์ทุกใบจำเป็นต้องผ่านกระบวนการด้วยระบบบาร์โค้ดที่ติดบนบรรจุภัณฑ์ กฎระเบียบนี้จะการครอบคลุมถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น สายสวนหรือการปลูกถ่าย ในทำนองเดียวกันคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ในสหรัฐอเมริกาได้กำหนดว่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ทุกประเภทจะต้องมีด้วยหมายเลขประจำเครื่อง (UDI)

ฉลากเหล่านี้จะช่วยให้การรายงานผล การตรวจสอบ และการวิเคราะห์ข้อมูลมีความถูกต้องมากยิ่งขึ้น เพื่อที่อุปกรณ์ที่พบปัญหาจะได้รับการระบุและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยลดข้อผิดพลาดทางการแพทย์ด้วยเช่นกัน ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์สามารถระบุอุปกรณ์และข้อมูลสำคัญ ฉลากรวมทั้ง เครื่องพิมพ์และเครื่องสแกน ที่ให้สร้างและอ่านข้อมูล จะต้องมีความทนทานต่อการทำความสะอาดภายในโรงพยาบาล และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน
นอกจากนี้ เมื่อมีการจ่ายยาแก่ผู้ป่วยทุกครั้ง จะมีการบันทึกข้อมูลลงในระบบบาร์โค้ดซึ่งนับเป็นข้อมูลจำนวนมากสำหรับผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ในด้านยาที่ใช้ ปริมาณยา และโรคที่รักษา องค์กรด้านการดูแลสุขภาพทั้งหลายจะสามารถวิเคราะห์ข้อมูลและระบุปริมาณการลงทุนในยาแต่ละประเภท ประสิทธิภาพของยา รวมถึงผู้จัดจำหน่าย ทำให้ข้อมูลด้านการดูแลสุขภาพไม่เพียงแต่ส่งผลต่อการคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยแต่ยังช่วยในการตัดสินใจในภาคธุรกิจอีกด้วย

เทคโนโลยี RFID ช่วยเพิ่มความสามารถให้การติดตามแบบเรียลไทม์สำหรับโรงพยาบาลและผู้ป่วย เพิ่มการแสดงผล

นอกเหนือจากระบบบาร์โค้ดแล้ว ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ยังได้นำเทคโนโลยีการติดตามทรัพย์สินอีกประเภทหนึ่งมาปรับใช้ อาทิ การระบุข้อมูลสิ่งต่างๆ โดยใช้คลื่นความถี่วิทยุ (RFID) ซึ่งใช้ชิปของคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก และสามารถถ่ายทอดข้อมูลผ่านคลื่นวิทยุได้ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี RFID พบได้อย่างแพร่หลายในชีวิตประจำวัน ยกตัวอย่างเช่น บางประเทศได้ใช้ระบบการเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติด้วยเทคโนโลยี RFID เพื่อช่วยให้รถยนต์ผ่านช่องเก็บค่าผ่านทางโดยไม่ต้องหยุด เกษตรกรใช้เทคโนโลยี RFID ในการติดตามปศุสัตว์

ผู้ผลิตใช้เทคโนโลยีนี้ในการติดตามชิ้นส่วนที่มีราคาสูง ทุกอย่างจะได้รับการเฝ้าสังเกตและบันทึกข้อมูลแบบเรียลไทม์

ภาคอุตสาหกรรมด้านการดูแลสุขภาพได้เล็งเห็นถึงศักยภาพและประสิทธิภาพของเทคโนโลยี RFID ในภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ และมีการค้นหาแนวทางอื่นๆเพื่อที่จะนำเทคโนโลยี RFID มาปรับใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น ผู้ใช้งานเทคโนโลยี RFID ต่างอ้างถึงข้อดีมากมายของเทคโนโลยีนี้ ตัวอย่างเช่น ฉลาก RFID สามารถ “อ่าน” และ “เขียน” ข้อมูลซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ฉลาก RFID สามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นโดยการเก็บและแสดงข้อมูลในคราวเดียวกัน ในด้านการดูแลสุขภาพ วัสดุที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เช่น เลือด เป็นข้อมูลที่สำคัญที่ต้องได้รับการเฝ้าติดตามอยู่ตลอดเวลา การติดตามแบบเรียลไทม์ด้วยเทคโนโลยี RFID จึงตอบสนองความต้องการในส่วนนี้ นอกจากนี้ กลุ่มฉลากต่างๆของ RFID ยังสามารถอ่านได้พร้อมกัน รวมถึงการอ่านผ่านวัสดุอื่นๆ อาทิ กล่องและผ้า ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน

ตัวอย่างของเทคโนโลยี RFID ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยของผู้ป่วยคือการใช้งานโดยการติดตามผู้ป่วยที่ยังคงมีอาการของโรคแบบเรียลไทม์ หรือการติดตามการเคลื่อนไหวของผู้สูงอายุ ซึ่งสร้างความกังวลมากขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของประชากรผู้สูงอายุในประเทศที่พัฒนาแล้ว ในขณะที่ระบบติดตามผู้ป่วยมีประสิทธิภาพและเป็นที่แพร่หลายมากขึ้น ระบบเหล่านี้สามารถที่จะแบ่งเบาภาระของแพทย์ได้อย่างมีศักยภาพสำหรับการผ่าตัดโดยลดความต้องการในการตรวจผู้ป่วยประจำวัน ดังนั้นแพทย์จึงมีเวลาเพิ่มขึ้นในการตรวจผู้ป่วยรายอื่นๆ

นอกจากนี้ ยังมีการใช้งานฉลาก RFID บนทรัพย์สินของโรงพยาบาลต่างๆ ในวัตถุประสงค์อื่นๆ การใช้งานเทคโนโลยี RFID ดังกล่าวได้รับการทดลองโดย โรงพยาบาลเดนิช ฮอสปิตอล เดด นี ยูนิเวอร์ซิเตต (Danish hospital Det Nye Universitetshospital) เพื่อติดตามทรัพย์สิน 20 อย่างของโรงพยาบาลด้วยฉลาก RFID ตั้งแต่ป้ายชื่อบุคลากรโรงพยาบาลด้วย ไปจนถึงฉลากบนรถเข็น เตียงผู้ป่วย และอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับส่งตรวจตัวอย่างของผู้ป่วย เทคโนโลยีนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามและจัดสรรทรัพย์สินของโรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็วผ่านแผนที่บนอุปกรณ์แบบพกพา ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับขั้นตอนการปฏิบัติงาน เพิ่มความแม่นยำ และพัฒนาการดูแลผู้ป่วย

นอกเหนือจากนี้ เทคโนโลยี RFID ยังสนับสนุนในเรื่องห่วงโซ่อุปทานทางการแพทย์โดยจัดการอุปสงค์และอุปทานของเครื่องมือทางการแพทย์ได้อย่างแม่นยำ (อาทิ สำลี ผ้าเช็ดตัว ฟองน้ำ และเครื่องมือผ่าตัด) และยาที่จ่ายตามใบสั่งแพทย์ เทคโนโลยี RFID ยังช่วยผู้ประกอบการและผู้จัดจำหน่ายติดตามเครื่องมือทางการเมืองที่มีราคาสูงรวมถึงเครื่องมือฝังในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้า ข้อต่อเทียม ขดเลือดขยายหลอดเลือด และเลนส์/แก้วตาเทียม สิ่งที่สำคัญมากที่สุดคือการที่เทคโนโลยี RFID ได้มอบความสามารถในการติดตามส่วนประกอบร่างกายของมนุษย์ที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น ตัวอย่างเลือดและอวัยวะทั้งหลาย ซึ่งเป็นทรัพยากรที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษและต้องใช้การติดตามแบบเรียลไทม์

ยกตัวอย่างเช่น โรงพยาบาลเซนต์ลุคแห่งเมืองแคนซัสซิตี้ (Saint Luke’s Hospital of Kansas City)ในสหรัฐอเมริกา ต้องการติดตามสินค้าคงคลังและระบบการจัดการรุ่นใหม่เพื่อใช้แทนระบบแบบดั้งเดิมในการจัดการโซ่อุปทาน เนื่องจากแพทย์และพยาบาลไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ โรงพยาบาลจึงได้มองหาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ตอบโจทย์ความต้องการ และง่ายต่อการใช้งานในเวลาเดียวกัน มีการเปลี่ยนระบบแบบเดิมมาเป็นระบบการจัดการสินค้าคงคลังที่ใช้เทคโนโลยี RFID ที่ผสมผสานฉลาก RFID เครื่องอ่าน RFID เสาอากาศ RFID คอมพิวเตอร์แบบพกพาและซอฟต์แวร์การจัดการเพื่อให้งานเสร็จสมบูรณ์ จากการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ โรงพยาบาลแห่งนี้ได้ลดค่าใช้จ่ายของสินค้าคงคลังได้ถึง 500,000 ดอลลาร์สหรัฐและลดการสั่งซื้อและสิ่งของที่ไม่จำเป็นลงได้

True Lenovo 4G VIBE C สุดยอดสมาร์ทโฟนประสิทธิภาพ

ทรูและเลอโนโวเปิดตัว True Lenovo 4G VIBE C สมาร์ทโฟนสเปคแรงราคาประหยัดเอาใจผู้ใช้งานที่ชื่นชอบความคุ้มค่า ด้วยการสร้างสรรค์รูปทรงสวยงามที่มาพร้อมหน้าจอกว้างขนาด 5 นิ้ว รอบรับการเชื่อมต่อความเร็วสูง 4G และยกระดับการทำงานด้วยขุมพลัง Quad-core processor จาก Qualcomm® ผู้ใช้งานสามารถสัมผัสการทำงานและเป็นเจ้าของได้ในราคาสุดคุ้ม

True Lenovo 4G VIBE C สุดยอดสมาร์ทโฟนประสิทธิภาพ

True Lenovo 4G VIBE C สุดยอดสมาร์ทโฟนประสิทธิภาพ

คุณทวนทอง ศรีวิเชียร, ผู้จัดการประจำประเทศไทย ฝ่ายผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟน, เลอโนโว กล่าวว่า “ครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนประสบการณ์ลูกค้าที่ไม่ต้องทนใช้งานสมาร์ทโฟนราคาประหยัดที่มีข้อจำกัดฟังก์ชั่นการทำงานมากมาย เลอโนโวมอบประสบการณ์ใหม่ด้วย Lenovo 4G VIBE C สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมคุณสมบัติโดดเด่นครบครันในราคาที่ลูกค้าทุกท่านสามารถจับต้องได้”

สมาร์ทโฟนที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์และความต้องการในการเชื่อมต่อสำหรับยุคดิจิทัล ให้ผู้ใช้งานสามารถท่องอินเตอร์เน็ต แชร์ประสบการณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย และดาว์นโหลดข้อมูลด้วยอินเตอร์เน็ตความรวดเร็วสูง อีกทั้งมาพร้อมแบตเตอรี่ ความจุถึง 2,300 mAh ที่สามารถถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้อย่างง่ายดายเพื่อเพิ่มความต่อเนื่องในการใช้งานได้ตลอดทั้งวัน

นอกจากนี้ Lenovo 4G VIBE C ยังมาพร้อมจุดเด่นที่แตกต่างจากสมาร์ทโฟนในราคาระดับเดียวกัน ด้วยหน่วยความจำในตัวเครื่อง 8 GB เพิ่มได้สูงสุดถึง 32 GB ด้วยการ์ดความจำ microSD เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการพื้นที่แอพพลิเคชั่น เกม รูปถ่าย และวิดีโอได้อย่างจุใจ

อีกทั้งคุณสมบัติโดดเด่นอีกมากมาย อาทิ รองรับการทำงานแบบสองซิม และกล้องหลังความละเอียดถึง 5 MP และกล้องหน้าความละเอียดถึง 2 MP ราคา และ การจัดจำหน่าย Lenovo 4G VIBE C มาพร้อม 2 สี ให้เลือก ได้แก่ สีขาว และสีดำ มีวางจำหน่ายแล้วที่ศูนย์บริการทรู ทั่วประเทศ ในราคา 2,990 บาท
ลูกค้าทรูมูฟ เอช เตรียมพบกับข้อเสนอสุดพิเศษได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2559 เพียงสมัครแพ็คเกจรายเดือน 4G+ Super Smart เริ่มต้นที่ราคา 499 บาท ขึ้นไป และชำระค่าบริการล่วงหน้า 2,000 บาท รับทันที สมาร์ทโฟน Lenovo 4G VIBE C ราคา 2,990 บาท ฟรี สำหรับลูกค้าแบบเติมเงิน จะได้โบนัสค่าโทรฟรี มูลค่าถึง 3,000 บาท พร้อมอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง 3 GB นาน 10 เดือน

ทำงานตามเงินเดือน ท้าทายนายจ้างแบบไม่รู้ตัว

การทำงานก็เป็นการเดินหรือใช้ชีวิตประจำวันไปเรื่อยๆ อยู่กับงานที่รัก งานที่ทำ ซึ่งตัวแปรมีหลายปัจจัยที่จูงใจในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็น เงินเดือน สังคมในที่ทำงาน หัวหน้า นายจ้าง เพื่อนร่วมงาน และอื่นๆ อีกมากมาย แน่นอนว่าไม่จำกัดอาชีพแม้แต่ ฟรีแลนซ์ ก็ยังต้องเจอด้วยแน่ๆ จริงอยู่ว่าคนเราส่วนมากต่างก็มีเงินเดือนเป็นแรงจูงใจในการทำงาน แต่ถ้าวันใดลูกจ้างเกิดหมดไฟ เริ่มทำงานเช้าชามเย็นชาม แถมยังรู้สึกว่าตัวเองทำตัวถูกต้องแล้วด้วยความคิดที่ว่า “ก็ฉันทำงานตามฐานเงินเดือน” วันนั้นนายจ้างคงจะนั่งกุมขมับและต้องรีบหาทางออกโดยเร่งด่วนก่อนที่ปัญหาจะบานปลายจนส่งผลเสียต่อองค์กรโดยรวม และอาจทำให้ทำงานได้ยากมากขึ้น โดยต้องกระตุ้น หรือวิธีการอื่นๆ ที่ได้ผลดีที่สุด อย่างไรก็ตามนายจ้างต้องเข้าใจถึงความเป็นไปภายในองค์กรและพนักงานนั้นๆ เสียก่อนที่จะบานปลายจนกู่ไม่กลับ

ทำงานตามเงินเดือน ท้าทายนายจ้างแบบไม่รู้ตัว

ทำงานตามเงินเดือน ท้าทายนายจ้างแบบไม่รู้ตัว

  • ค้นหาสาเหตุ – หัวหน้าควรรีบค้นหาต้นเหตุที่ทำให้เกิดความคิดนี้ไม่ว่าจะด้วยการสังเกตเอง ลองคุยกับเพื่อนร่วมงานในทีมคนอื่นหรือพูดคุยซักถามโดยตรงกับเจ้าตัว ส่วนมากแล้วปัญหานี้มักเกิดกับพนักงานที่ทำงานมานานแต่อาจไม่ได้รับความก้าวหน้าหรือไม่ได้เงินเดือนขึ้นอย่างที่พวกเขาต้องการ และยังอาจมีปัญหาอื่นอีกมากมายที่ทำให้เขาเกิดอาการขาดแรงจูงใจในการทำงานไปเสียอย่างนั้น เช่น รู้สึกว่าไม่ได้รับการยอมรับอย่างที่ควร หัวหน้าต้องค้นหาให้พบก่อนว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้พวกเขาหมดไฟ
  • ช่วยแก้ไข – เมื่อรู้ต้นเหตุแห่งความเฉื่อยชาแล้ว หัวหน้าควรดูขั้นตอนต่อไปว่าจะเรียกพลังของพนักงานคนนี้กลับมาอย่างไรให้เหมือนวันแรกที่เขาเข้าทำงาน อะไรคือแรงกระตุ้นหรือเป้าหมายการทำงานของเขา หากเขามีปัญหาเรื่องเงินเดือนไม่ค่อยขึ้นจริง แล้วผลการทำงานของเขาเป็นอย่างไร ถ้าผลงานดีแต่ขาดการยอมรับ หัวหน้าจะสามารถช่วยได้ไหม หรือหากผลงานไม่ดีก็ควรช่วยให้คำแนะนำและให้โอกาสเขาได้ปรับปรุงแก้ตัวอีกครั้ง การสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญ ลูกน้องจะรู้สึกดีขึ้นมากหากหัวหน้าลงมาใส่ใจดูแลพวกเขาอย่างใกล้ชิด
  • ใส่ใจกับพนักงานระดับหัวหน้างาน – จะเห็นได้ว่าหัวหน้ามีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการแก้ปัญหานี้ คำกล่าวที่ว่า “คนเข้าทำงานเพราะองค์กรแต่ลาออกเพราะหัวหน้า” จึงไม่ใช่คำพูดที่เกินจริงไปนัก มีหลายคนอยู่กับองค์กรนาน ซ้ำยังขยันตั้งใจทำงานไม่มีขาดตกบกพร่องไม่ใช่เพราะผลตอบแทน แต่เพราะรักและชื่นชมในตัวหัวหน้า ในฐานะนายจ้าง คุณอาจไม่สามารถดูแลลูกน้องทุกคนได้อย่างทั่วถึง ดังนั้นหัวหน้าโดยตรงมีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากกับความกระตือรือร้นของทีม หัวหน้าที่มีความเป็นผู้นำจะสามารถกระตุ้นให้ลูกน้องมุ่งมั่นสู่ความสำเร็จ สามารถทำให้ผู้คนมีไฟและมีใจในการทำงานได้ ดังนั้นนายจ้างต้องคัดเลือกคนที่จะขึ้นมาเป็นหัวหน้าทีมให้ดี ดูที่บุคลิคและคุณสมบัติเป็นหลัก ไม่ใช่อายุงานหรือประสบการณ์การทำงานเพียงอย่างเดียว และต้องหมั่นสื่อสารกับหัวหน้าทุกคนเพื่อจะได้รับรู้ความเคลื่อนไหวในแต่ละทีมและช่วยให้คำแนะนำได้อย่างทันสถานการณ์ตามความเหมาะสม

ฟังดูผิวเผินคำพูดนี้อาจดูเหมือนมาจากพนักงานที่ขาดแรงกระตุ้นเรื่องรายได้ แต่หากนายจ้างมีความใส่ใจที่จะลงรายละเอียดและลองรับฟังปัญหาของแต่ละคนแล้ว อาจพบว่ามีความคาดหวังหรือความต้องการบางอย่างที่พวกเขาคิดว่าไม่ได้รับความยุติธรรมมากกว่าเรื่องของเงินเดือน บางครั้งก็เป็นเรื่องการเมืองในที่ทำงาน ความสัมพันธ์กับหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงาน ปัญหาเรื่องเนื้องาน หรือบางครั้งก็อาจเป็นปัญหาด้านทัศนคติของตัวพนักงานเอง เราต้องคอยหาสาเหตุอยู่เรื่อยๆ และคอยดูพฤติกรรมของพนักงาน การเอาใจใส่ไม่ใช่เรื่องยาก แล้วพนักงานจะไม่เอาแต่ทำตามเงินเดือนที่ได้รับแน่นอน ถึงแม้ว่าปัจจัยจะเยอะมากแต่เชื่อว่าไม่เกินความสามารถของหัวหน้า ผู้จัดการที่ได้เลือกพนักงานคนดังกล่าวเข้ามาแน่ เพราะพนักงานแต่ละคนมีความสามารถและบุคลิกภาพที่ต่างกันก็จริง แต่โดยเนื้องานแล้วอาจมีความคล้ายคลึงจนทำให้มองออกได้ไม่ยาก

หัวหน้าหรือนายจ้างส่วนใหญ่ (บางคน) มักคิดว่าการขึ้นเงินเดือนแต่เพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาในระยะยาวได้ เพราะแม้หากเป็นปัญหาเรื่องเงินจริง พนักงานเองก็มักจะมีส่วนที่ต้องปรับปรุงผลงานของตัวเองด้วยเช่นกันซึ่งหัวหน้าต้องเข้าไปช่วยดูแล ดังนั้นต้องหาสาเหตุที่แท้จริงให้พบก่อนจึงจะสามารถแก้ไขได้อย่างยั่งยืน และทำให้ผลงานภายในทีมส่งผลดีรวมไปถึงองค์กรเองด้วยที่มีผลงานยอดเยี่ยม ฉะนั้นปัญหาพวกนี้เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ถึงจะเป็นจุดด่างเล็กๆ แต่ส่งผลเสียเกินกว่าที่จะได้รับด้วยซ้ำ ยิ่งปล่อยไว้นานจะยิ่งทำให้ปัญหายาวนานยิ่งขึ้น อาจทำให้ต้องไล่ออกหรือหาพนักงานเพิ่มเติมทำให้ต้องจ้างพนักงานเกินจำนวน ทั้งเสียรายได้กับสิ่งที่ไม่คุ้มค่ามากที่สุด อย่างไรก็ดีแอดมินเอาแนวทางมานำเสนอเพื่อให้คุณนำไปปรับใช้กับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นองค์กรเล็กหรือใหญ่ก็สามารถนำไปใช้ได้ทั้งหมดขึ้นอยู่กับสถานการณ์และองค์ประกอบโดยรวม อาทิเช่น เงินเดือน สุขภาพ โบนัส และอื่นๆ อาจจะไม่ทั้งหมดแต่รับรองว่ามีประโยชน์ไม่มากก็น้อยเลยละ แล้วพบกันใหม่กับบทความครั้งหน้านะจ้ะ

USB Type-C รุ่นใหม่ ที่เร็วขึ้นและความจุที่เพิ่มมากขึ้น

เวสเทิร์น ดิจิตอล คอร์ปอเรชั่น (NASDAQ: WDC) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลและโซลูชั่น เปิดตัวอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลสำหรับมือถือภายใต้แบรนด์แซนดิสก์ ด้วยแฟลชไดรฟ์ SanDisk Ultra Dual Drive USB Type-C รุ่นใหม่ พร้อมดีไซน์ที่สามารถพับเก็บได้อีกทั้งความเร็วและความจุที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานเพิ่มพื้นที่การใช้งานและถ่ายโอนข้อมูลจากสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ USB-C ได้อย่างง่ายดาย1

USB TYPE-C ที่เร็วขึ้นและความจุที่เพิ่มมากขึ้น

USB Type-C รุ่นใหม่ ที่เร็วขึ้นและความจุที่เพิ่มมากขึ้น

เจษฎา ภวภูตานนท์ ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทย แบรนด์แซนดิสก์ กล่าวว่า “USB Type-C พลิกวงการการจัดเก็บข้อมูลด้วยตัวเชื่อมที่สามารถพลิกกลับด้านได้ พร้อมความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลชั้นเลิศ และใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์อีกด้วย ในปัจจุบันอุปกรณ์ Type-C มีเพิ่มมากขึ้นในตลาดและอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือแบบไดรฟ์ Type-C ดังนั้นแซนดิสก์จึงสามารถตอบโจทย์ด้านโซลูชั่นการจัดเก็บข้อมูลและโซลูชั่นแก่ผู้บริโภคได้อย่างเต็มที่ แฟลชไดรฟ์ SanDisk Ultra Dual Drive USB Type-C รุ่นใหม่มาพร้อมกับความจุที่มากขึ้นถึงสองเท่าและมอบความสะดวกสบายในการถ่ายโอนข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงเพิ่มพื้นที่สำหรับการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว”

แฟลชไดรฟ์ SanDisk Ultra Dual Drive USB Type-C รุ่นล่าสุดมาในรุ่นความจุขนาดสูงถึง 128GB* ในดีไซน์ที่เรียบหรูมาพร้อมกับตัวเชื่อม USB Type C และหัว USB มาตรฐาน (Type-A) ที่สามารถพลิกกลับด้านได้ จึงช่วยให้ผู้ใช้งานถ่ายโอนข้อมูลและเพิ่มพื้นที่การใช้งานระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างง่ายดายไม่ว่าจะจากสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ Next-generation นอกจากนี้แล้วยังมาพร้อมกับไดร์ฟ USB 3.1 ที่มีความเร็วสูงถึง 150MB/s2 ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเคลื่อนย้ายไฟล์รูปภาพและวีดีโอเข้าคอมพิวเตอร์ได้อย่างรวดเร็ว

เคน ไฮเยอร์ นักวิเคราะห์กลยุทธ์ และกรรมการฝ่ายกลยุทธ์อุปกรณ์ไร้สาย กล่าวว่า “ภายในพ.ศ.2563 เราคาดการณ์ว่าประมาณ 44 เปอร์เซ็นต์ของโทรศัพท์มือถือที่วางจำหน่ายทั่วโลกจะมีตัวเชื่อม USB-C หรือเท่ากับเพิ่มขึ้น 800 เปอร์เซ็นต์ภายใน 44 ปีข้างหน้า และตามอัตราการเติบโตที่คาดการณ์นี้แล้ว เราคาดว่าจะมีโซลูชั่นเช่นเดียวกับ SanDisk Ultra Dual Drive USB Type-C เพื่อช่วยเคลื่อนย้ายข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ที่มีตัวเชื่อมที่แตกต่างกันในตลาดเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน

แฟลชไดรฟ์ SanDisk Ultra Dual Drive USB Type-C สามารถใช้งานร่วมกับแอพพลิเคชั่น SanDisk® Memory Zone สำหรับอุปกรณ์ Android™ และช่วยให้ผู้ใช้งานสมารถจัดการและสำรองข้อมูลได้อย่างง่ายดาย ซึ่งสามารถโหลดแอพพลิเคชั่นได้ฟรีผ่าน Google Play™3 นอกจากนี้แอพพลิเคชั่นจะเริ่มทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อมีการเสียบไดรฟ์เข้าไปยังอุปกรณ์ที่รองรับ เพื่อช่วยมอบการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างทันที

สำหรับแฟลชไดรฟ์ SanDisk Ultra Dual Drive USB Type-C นับเป็นผลิตภัณฑ์ที่มาช่วยเติมเต็มความสมูรณ์ให้แก่แซนดิสก์ ในโซลูชั่นของอุปกรณ์การจัดเก็บข้อมูลสำหรือมือถือแบบ USB Type-C ซึ่งมีทั้ง ไดรฟ์ USB และ SSDsที่พกพาได้

ราคาและการจัดจำหน่าย
แฟลชไดรฟ์ SanDisk Ultra Dual Drive USB Type-C มาพร้อมการรับประกัน 5 ปี4 วางจำหน่ายที่ร้านค้าปลีกชั้นนำ ด้วยความจุขนาด 16GB, 32GB, 64GB และ 128GB ในราคา 420 บาท 690 บาท 990 บาท และ 1,890 บาท

โปรแกรม WinAudit แสดงข้อมูล คอมพิวเตอร์

เวลาใช้งานคอมพิวเตอร์ไปนานๆ มักจะมีอาการรวน เกิดอาการค้าง พรึ่บ! ดับไปดื้อๆ ซะอย่างนั้นบอกได้เลยว่างานเข้าแน่นอน ต้องหาโปรแกรมมาเช็คเบื้องต้นก่อนแล้วค่อยหาจุดอื่นกันต่อไป โปรแกรมที่ว่านั่นคือ โปรแกรม WinAudit ที่มาตรวจสอบ เช็คสเปค และไฟล์ที่มีอาการผิดปกติไปจากเดิมของเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถหาสาเหตุของอาการคอมดับ เปิดไม่ติด หรือ Boost Windows เสียหาย จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไล่จุดอื่นอาจเปลืองเวลาได้

โปรแกรม WinAudit

โปรแกรม WinAudit แสดงข้อมูล คอมพิวเตอร์

โปรแกรมนี้ถูกพัฒนามาจากทีมสหราชอาณาจักร (United Kingdom) พูดถึงความาสามารถของมัน มันเป็นโปรแกรมที่ตรวจสอบคอมพิวเตอร์อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นสเปคเครื่องอย่าง CPU, RAM. VGA Card, Harddisk, Sound Card ยังรวมไปถึง Windows ที่ใช้เป็น Version ไหนอีกด้วย ทั้งยังแจ้ง ชื่อคอมพิวเตอร์ วงแลน (LAN) ที่ใช้งาน หรือโดเมน (Domain) ที่เชื่อมต่ออยู่ เห้นได้ว่ามันแจ้งรายละเอียดได้เยอะมากๆ และเจาะลึกสุดๆ ทำให้เราค้นหาสาเหตุอาการของอาการคอมเสียได้ไม่ยาก จุดหลักๆ ที่ต้องใช้เป็นประจำคือ Error Files ที่สามารถคัดกรองมาให้ดูได้ว่า Error มาจากตรงไหนและไฟล์อะไร ทั้งยังมีฟีเจอร์ (Features) ปริ้นรายงานออกมาเพื่อเปรียบเทียบการทำงานก่อนและหลังปรับแต่ง หรือสาเหตุของอาการได้ด้วย ง่ายต่อการใช้งานและไม่เป็นปัญหาสำหรับผู้ที่เริ่มใช้ใหม่อีกด้วย

เกิดเราอยากซื้อคอมพิวเตอร์สักเครื่องแต่ไม่มั่นใจว่าสเปคเครื่องที่ทางร้านบอกจะตรงกันหรือไม่ แนะนำให้พกดปรแกรมนี้ไปด้วยจะทำให้คุณอุ่นใจขึ้นเยอะ เพราะมันจะดึงข้อมุลของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ (Hardware) ที่ประกอบออกมาหมดจดแน่นอนว่าทางร้านไม่สามารถหลอกขายสเปคกากๆ ให้คุณได้เลย ซึางความสามารถแบบนี้มีหลายโปรแกรมที่ใกล้เคียงมากอาทิ CPU-Z, System Spec. Speccy เป็นต้น ลักษณะการทำงานจะคล้ายกัน จะมีบางฟีเจอร์ทีไม่เหมือนกันนั่นเเอง เราก็เลือกไม่ยากแล้วกับการหาโปรแกรมดีๆ พกติดตัว ติดเครื่องได้ทันที แถมไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตด้วยนะเนี่ย

หากใครที่ดูแล้วว่าอยากได้โปรแกรมแบบนี้แนะนำให้ดาวน์โหลดไปใช้งานกันได้เลย เพราะโปรแกรมนี้ทางผุ้พัฒนาเปิดให้ดาวน์โหลดกันแบบฟรีๆ (Freeware) เลยละ แถมไม่หนักเครื่อง ติดตั้งง่าย (Installation) ได้ลื่นไหล รวมไปถึงการทำงานที่ไม่เปลืองทรัพยากรเครื่องเกินจำเป็นซะด้วย โปรแกรมนี้จะเป็นการดึงข้อมูลภายในเครื่องแล้วรวบรวมออกมาให้ดูเท่านั้น และไม่สามารถปรับแต่งใดๆ ได้ ในส่วนของอุปกรณ์พ่วง ต่อเพิ่มเติมแยกออกมาก็สามารถแสดงรายละเอียดออกมาได้เหมือนกัน หมดกังวลเรื่องโฆษณาแอบแฝง หรือสแปม (SPAM) จากการติดตั้งโปรแกรม

Lenovo เปิดตัว X1 Family กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่แรงและเบากว่าเดิม

ครั้งนี้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ตัวใหม่ได้นำเสนอมาในรูปแบบกลุ่มผลิตภัณฑ์ซึ่งทาง Lenovo เปิดตัว X1 Family ถูกออกแบบมาเพื่อนักธุรกิจยุคดิจิทัล โดยนำทัพนวัตกรรมล่าสุดด้วย ThinkPad X1 Tablet แท็บเล็ตสายพันธุ์ใหม่ที่นำเสนอการใช้งานร่วมกับโมดูลเสริมต่างๆ และ ThinkPad X1 YOGA แล็ปท็อปคอนเวอร์ติเบิลรุ่นแรกในโลกที่นำเสนอทางเลือกหน้าจอ OLED และ ThinkPad X1 Carbon รุ่นล่าสุดที่ บางขึ้น, เบาขึ้น และสเปคแรงขึ้นกว่าเดิมด้วย เพื่อตอกย้ำความเป็นหนึ่งในอัลตร้าบุ๊คที่ดีที่สุดในตลาด

Lenovo เปิดตัว X1 Family กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่แรงและเบากว่าเดิม

Lenovo เปิดตัว X1 Family กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่แรงและเบากว่าเดิม

คุณจีรวุฒิ วงศ์พิมลพร, กรรมการผู้จัดการ เลอโนโว ประเทศไทย กล่าวว่า “เลอโนโว ให้ความสำคัญกับลูกค้า จึงทำให้สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก โดยผลิตภัณฑ์กลุ่ม X1 Family แสดงให้เห็นถึงนวัตกรรมที่เหนือระดับของเลอโนโว เราเสริมประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ของเราด้วยการเพิ่มฟีเจอร์พิเศษ และนำเสนอการทำงานที่ราบรื่น, การใช้งานระบบคลาวด์ที่ไม่ยุ่งยาก, ระบบรักษาความปลอดภัยและความทนทานที่ดีเยี่ยม เทคโนโลยีเหล่านี้จะเปรียบเสมือนอาวุธลับของผู้ใช้งาน อีกทั้งผู้บริหารที่จำเป็นต้องทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ และต้องการความสะดวกรวดเร็ว ผลิตภัณฑ์ที่บางเบาอย่าง X1 family เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการในการทำงานได้เป็นอย่างดี”
กลุ่มผลิตภัณฑ์ X1 Family ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของนักธุรกิจในปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์มัลติโหมดจากเลอโนโวซึ่งรองรับทุกรูปแบบการใช้งาน ในทุกที่ ทุกเวลา X1 YOGA เหมาะสำหรับผู้บริหารซึ่งต้องการดีไวซ์ที่สามารถปรับให้เหมาะสมกับความต้องการของพวกเขา ด้วยสี่โหมดการใช้งานที่มีความยืดหยุ่นสำหรับทุกการใช้งาน นอกจากนี้ ยังมี X1 Carbon แล็ปท็อปขนาดบางเบา ด้วยตัวเครื่องที่ผลิตมาจากคาร์บอน-ไฟเบอร์และแบตเตอรี่สุดอึด จึงทำให้เหมาะสำหรับท่านที่ต้องการแบตเตอรี่ที่ยาวนานสำหรับการทำงานข้างนอกตลอดทั้งวัน ปิดท้ายด้วย X1 Tablet ซึ่งสามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบด้วยโมดูลเสริมต่างๆ ทำให้ X1 Tablet เป็นทั้งดีไวซ์สำหรับความบันเทิงขนาดพกพา ดีไวซ์สำหรับการสร้างคอนเทนต์ และแล็ปท็อปขนาดย่อมในเวลาเดียวกัน เหมาะสำหรับนักธุรกิจที่มองหาดีไวซ์ขนาดพกพาที่สามารถทำทุกอย่างได้ในเครื่องเดียว

 

ถูกออกแบบด้านรูปลักษณ์และวิศวกรรมมาเพื่อนักธุรกิจยุคดิจิทัล ThinkPad X1 YOGA บางเบาเพียง 0.66 นิ้ว และนำหนักเพียง 2.8 ปอนด์ (ประมาณ 1.27 กิโลกรัม) อีกทั้งยังเป็นแล็ปท็อปคอนเวอร์ติเบิลรุ่นแรกในโลกที่นำเสนอทางเลือกหน้าจอ OLED ซึ่งแสดงภาพคมชัดและสมจริง อีกทั้งยังมาพร้อมนวัตกรรมคีย์บอร์ดที่ได้จดสิทธิบัตรอย่าง Lift and Lock ซึ่งยกระดับพื้นที่รอบๆคีย์บอร์ดขึ้นมาให้โหมดแท็บเล็ต นอกจากนี้ X1 YOGA ยังมาพร้อมปากกากแอคทีฟ หรือ active pen ที่เหมาะสำหรับการไฮไลท์และจดข้อมูลบนเว็บเพจบนบราวเซอร์ Microsoft Edge โดยตรง ซึ่งตัวผลิตภัณฑ์เองจะมีช่องสำหรับเก็บปากกาพร้อมทั้งชาร์จไปในตัว โดยไม่ต้องกังวลว่าจะทำหล่นหาย

 

ThinkPad X1 Carbon ยังคงครองตำแหน่งอัลตร้าบุ๊คขนาด 14-นิ้ว ที่เบาที่สุดในโลกและนับว่าเป็นหนึ่งในแล็ปท็อปที่หรูหราที่สุดในปัจจุบัน กลับมาครั้งนี้ X1 Carbon นั้น บางขึ้น, เบาขึ้น และสเปคแรงขึ้นกว่าเดิมด้วย อีกทั้งยังมาพร้อมดีไซด์รูปแบบใหม่ที่ถูกพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากขึ้น อาทิเช่น เพิ่มตัวเลือกสำหรับจอแสดงผล, เพิ่มหน่วยความจำและพื้นที่จัดเก็บข้อมูล และเพิ่มความกระทัดรัดในการพกพาด้วยน้ำหนักที่เบาเพียง 2.6 ปอนด์ (ประมาณ 1.27 กิโลกรัม)

พลิกโฉมแฟลชไดร์ฟ iXpand ให้ผู้ใช้ไอโฟนและไอแพด

ด้วยการเติบโตของข้อมูลดิจิตอลในยุคปัจจุบัน ผู้คนจึงต้องการพื้นที่เพื่อการจัดเก็บข้อมูลมากขึ้นและมีประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม ทั้งนี้ผู้ใช้งานไม่เพียงแต่ต้องการบันทึกข้อมูลเท่านั้นแต่ยังต้องการแบ่งปันข้อมูลอีกด้วย โดยในปี 2015 บริษัท อินเทอร์เนชันแนล ดาตา คอร์ป ประเทศสหรัฐอเมริกา (IDC) ได้ประเมินไว้ว่าผู้บริโภคได้มีการถ่ายภาพและแชร์รูปภาพดิจิตอลของพวกเขากว่า 1.6 ล้านล้านรูปถ่าย โดย 7 ใน 10 นั้นมาจากการถ่ายบนอุปกรณ์มือถือ1 และยังมีการคาดการณ์ไว้ว่าจำนวนดังกล่าวจะยังคงมีการเติบโตต่อไป

ด้วยเทรนด์ดังกล่าวที่มีแนวโน้มเติบโตมากขึ้นผู้ใช้จึงต้องการวิธีอันง่ายดายสำหรับการจัดเก็บและถ่ายโอนข้อมูลระหว่างอุปกรณ์หรือระบบปฏิบัติการต่างๆ สำหรับยุคแห่งการเก็บบันทึกภาพนี้ จึงทำให้เกิดความต้องการโซลูชั่นอันหลากหลาย เพื่อรองรับรับการบันทึกหรือแบ่งปันข้อมูลของผู้ใช้งานที่นิยมพื้นที่การจัดก็บข้อมูลที่มากขึ้น อย่างไรก็ตามแซนดิสก์ยังคงมุ่งมั่นที่จะมอบกลุ่มอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลสำหรับมือถือรุ่นใหม่ล่าสุด เพื่อให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสถึงไลฟ์สไตล์ของการใช้โทรศัพท์มือถืออย่างแท้จริง

พลิกโฉมแฟลชไดร์ฟ iXpand ให้ผู้ใช้ไอโฟนและไอแพด

พลิกโฉมแฟลชไดร์ฟ iXpand ให้ผู้ใช้ไอโฟนและไอแพด

แฟลชไดร์ฟ iXpand โฉมใหม่ล่าสุด ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความเร็ว ความง่ายดายและพื้นที่การจัดเก็บข้อมูลสำหรับผู้ใช้ iPhone และiPad ได้สูงถึง 128GB2    พร้อมดีไซน์สุดโมเดิร์นที่เหมาะกับเคส iPhone และ iPad  นอกจากนี้ยังมีสายเชื่อมต่อที่ยืดหยุ่นและช่อง USB 3.0 ที่ทำให้การโอนถ่ายข้อมูล เช่น รูปภาพ และวิดีโอจาก iPhone และ iPad สู่คอมพิวเตอร์ที่เป็น Mac หรือ PC เป็นไปอย่างรวดเร็วและง่ายดาย นอกจากนี้ยังช่วยสำรองข้อมูลต่างๆ  อาทิ รายชื่อผู้ติดต่อหรือรูปภาพจากแฟ้มภาพได้อย่างอัตโนมัติ และสามารถดูไฟล์วิดีโอในรูปแบบไฟล์ที่เป็นที่นิยม3โดยตรงจากไดร์ฟได้อีกด้วย ทั้งยังมีซอฟแวร์ระบบรักษาความความปลอดภัยด้วยรหัสผ่านป้องกันไฟล์ (password-protected) ทำให้สามารถแชร์ข้อมูลได้โดยที่ยังคงเก็บข้อมูลสำคัญไว้ได้เป็นอย่างดี4 

โดยผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ยังมาพร้อมกับแอพพลิเคชั่นโฉมใหม่ คือ iXpand Drive ที่มีฟีเจอร์ใหม่ๆ สำหรับพัฒนาประสบการณ์ของผู้ใช้งาน(User Experience) ให้มากยิ่งขึ้น พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ใช้เพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้ทันที ด้วยคุณสมบัติที่รองรับด้านกล้องถ่ายรูปซึ่งให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายรูปหรือวีดิโอแล้วจัดเก็บสู่ไดร์ฟได้โดยตรง แทนจัดเก็บในตัวเครื่อง iPhone และ iPad นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถสำรองข้อมูลบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดนิยม รวมถึงการเปิดไฟล์เพลงจากแอพพลิเคชั่นได้อีกด้วย สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น iXpand Drive สำหรับแฟลชไดรฟ์ iXpand รุ่นใหม่โดยเฉพาะได้ผ่าน App Store สำหรับ iPhone และ iPad โดยแอพพลิเคชั่นจะสามารถใช้งานได้อย่างอัตโนมัติ ทันทีที่มีการเชื่อมต่อแฟลชไดรฟ์กับ iPhone หรือ iPad เพื่อความรวดเร็วในขยายพื้นที่การจัดเก็บข้อมูล และการจัดการข้อมูลหรือไฟล์ต่างๆ

เจษฎา ภวภูตานนท์ ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทย แซนดิสก์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า เราให้ความสำคัญต่อความต้องการของลูกค้าด้านพื้นที่การจัดเก็บข้อมูลที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ มาโดยตลอด ซึ่งแซนดิสก์เห็นว่าเป็นโอกาสสำคัญที่จะพลิกโฉมกลุ่มผลิตภัณฑ์อีกครั้ง เพื่อมอบประสบการณ์ของการถ่ายภาพ แบ่งปันข้อมูล การถ่ายโอนข้อมูลด้วยความเร็วสูงโดยไม่ต้องกังวลถึงขีดจำกัดของพื้นที่จัดเก็บ นอกจากนี้เรายังเดินเดินหน้าส่งมอบโซลูชั่นและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้ลูกค้ามีความพึงพอใจและสนุกสนานไปกับการใช้กลุ่มอุปกรณ์ด้านการจัดเก็บข้อมูลใหม่ล่าสุดนี้

แซนดิสก์ได้ปรับปรุงศักยภาพของกลุ่มอุปกรณ์ด้านการจัดเก็บข้อมูลสำหรับมือถือ ประกอบด้วย แฟลชไดร์ฟ iXpand โฉมใหม่ล่าสุด ผลิตภัณฑ์ SanDisk Connect Wireless Stick การ์ดความจำรุ่น Extreme PRO® microSDXC™ UHS-II card ผลิตภัณฑ์ SanDisk Ultra® Dual USB Drive และ ผลิตภัณฑ์ SanDisk Ultra USB Type-C