งาน เพื่อนร่วมงานน่าเบื่อ เจอซ้ำซากแบบนี้จะทำยังไงให้ดีขึ้น?

นั่งทำงานมาจนจะครบปี งานบนหน้าตักยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทำงานก็พลาดบ่อย นายก็น่าเบื่อ เพื่อนร่วมงานก็ไม่น่าคบ ครั้นจะลาออก เปลี่ยนงานใหม่ก็เสียดายเงินเดือน เจอแบบนี้ทั้ง งาน เพื่อนร่วมงานน่าเบื่อ ทำอย่างไรดีหละ? ถึงคุณจะเป็น ฟรีแลนซ์ ก็ต้องเจอลูกค้าแบบนี้เช่นกัน หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เกลียดวันจันทร์ และนั่งทำงานแบบเคาท์ดาวน์รอวันศุกร์ อยากบอกคุณว่า โชคดีแค่ไหนที่คุณมีงานทำ และนี่คือวิธีจุดไฟทำงานในตัวคุณเองได้ง่าย ๆ เพื่อเพิ่มความสุขให้กับการทำงานของคุณ

งาน เพื่อนร่วมงานน่าเบื่อ เจอซ้ำซากแบบนี้จะทำยังไงให้ดีขึ้น

งาน เพื่อนร่วมงานน่าเบื่อ เจอซ้ำซากแบบนี้จะทำยังไงให้ดีขึ้น?

หาเวลาพักผ่อน

การนั่งทำงานบนความเบื่อหน่ายนาน ๆ ยิ่งทำให้งานออกมาไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นรีบเคลียร์งานให้เสร็จ ใช้สิทธิวันลาทั้งหมดที่มี แล้วออกเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ที่คุณไม่เคยไป พร้อมพ๊อคเก็ตบุ๊คเล่มโปรด และเพลงบนเพลย์ลิสต์ที่ช่วยทำให้คุณผ่อนคลาย

หากบริษัทของคุณมี flexible benefit (สวัสดิการแบบยืดหยุ่น) ให้ แล้วคุณไม่เคยใช้มันเลย เวลานี้ก็เป็นโอกาสดีที่คุณจะนำไปใช้ซื้อตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม ทำสปา ฟิตเนส นวดหน้าทำหน้า ซื้อหนังสือ เสื้อผ้า หรือสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่คุณอยากได้ หรือสวัสดิการต่าง ๆ ตามแต่ละบริษัทของคุณ ที่จะช่วยให้คุณได้ผ่อนคลายและพักผ่อนได้ จะยิ่งเพิ่มความสุขให้คุณขึ้นได้

นึกถึงวันทำงานวันแรก

หลังกลับจากการลาพักร้อนแล้ว หากยังรู้สึกเบื่อกับงานที่ทำ ให้คุณนึกย้อนไปถึงวันแรกที่บริษัทตอบรับคุณเข้าทำงาน ข้อดีต่าง ๆ ที่ทำให้คุณตัดสินใจเข้าร่วมทำงานในบริษัท นึกถึงความตื่นเต้นตอนเจ้านายมอบหมายงานชิ้นแรกให้คุณ ความกระตือรือร้นที่คุณพยายามทำช่วงทดลองงานจนผ่านโปร อาจจะช่วยจุดไฟในตัวคุณได้

มองโลกในแง่บวก

การมองโลกในแง่บวกจะช่วยทำให้คุณผ่านพ้นความรู้สึกเบื่อหน่ายที่เกิดขึ้น ลองคิดดูว่าคุณโชคดีแค่ไหนที่มีงานทำ ในขณะที่ใครหลายคนกำลังตกงาน ในขณะที่เจ้าของกิจการหลายรายกำลังประสบปัญหาขาดทุน แต่คุณเป็นพนักงานบริษัทที่มีเงินเดือนเข้าบัญชีทุกสิ้นเดือน มีเงินส่งเลี้ยงดูพ่อแม่ มีเงินส่งลูกเรียนในโรงเรียนดี ๆ มีเงินซื้อของที่อยากได้ มีเงินท่องเที่ยวในที่ที่อยากไป

ปิดหูปิดตา

เมื่อต้องเจอกับเจ้านายที่น่าเบื่อ เพื่อนร่วมงานที่ไม่น่าคบ ให้คุณมาทำงาน -เลิกงานตามเวลาที่บริษัทกำหนด เดินเข้าออฟฟิศแบบปิดหููปิดตา ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นกับสิ่งที่เกิดขึ้นในบริษัท ก้มหน้าทำงานตามที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด ให้ผลงานออกมาตามเป้าหมายที่คุณตั้งไว้ หรือหากมีโอกาสทำงานใหญ่ คุณอาจรับอาสาทำแบบเงียบ ๆ ตั้งใจทำให้เสร็จ เพื่อผลงานเข้าตาผู้บริหารใหญ่ คุณอาจได้รับการโปรโมทเลื่อนตำแหน่งงาน

ให้รางวัลตัวเอง

เคยคิดบ้างไหมว่าทุกวันนี้ คุณก้มหน้าก้มตาทนทำงานด้วยความเครียดไปเพื่ออะไร? หากคุณยังตอบไม่ได้ คุณลองตั้งเป้าหมายให้กับตัวคุณเอง ยกตัวอย่างเช่น “หากชั้นทำงานโปรเจคนี้สำเร็จ ชั้นจะให้รางวัลตัวเองด้วยอาหารบุฟเฟ่ต์โรงแรมหรู หรือการซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับคุณทุกครั้งที่หยิบมันขึ้นมาสะพายไปทำงาน และหากคุณมีเงินมากพอ อาจตั้งเป้ารางวัลให้ตัวเองด้วยการนำโบนัสปลายปี ไปซื้อบ้านหลังใหม่ หรือรถยนต์คันใหม่ที่ช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคุณสุขสบายมากยิ่งขึ้นก็ได้

หาเวลาพัฒนาตัวเอง

หากงานมันซ้ำซากจำเจมากนัก ลองหาเวลาลงสมัครเรียนคอร์สระยะสั้น หาความรู้ และประสบการณ์ใหม่ในสายงานที่คุณทำ ให้คุณมีโอกาสมองเห็นโลกที่มันกว้างกว่าสังคมออฟฟิศเดิม ๆ ของคุณ ได้รู้จักเพื่อนร่วมคอร์สเรียนใหม่ ๆ ซึ่งคุณอาจนำความรู้ที่ได้มาใช้พัฒนางานที่คุณทำอยู่ในปัจจุบัน หรือมองหาโอกาสเปลี่ยนงานใหม่ในตำแหน่งสูงขึ้น และผลตอบแทนมากขึ้นได้

หาเวลาออกกำลังกาย

การออกกำลังกายหลังเลิกงานประมาณ 20 นาที จะช่วยให้ร่างกายหลั่งสารโดพามีน (Dopamine) และสารเอ็นดอร์ฟิน (Endorphine) หรือสารแห่งความสุขออกมา ซึ่งสารดังกล่าวจะช่วยลดระดับความตึงเครียดในร่างกาย ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และสมองปลอดโปร่ง อีกทั้งยังช่วยให้คุณรู้สึกกระฉับกระเฉง มีไฟที่จะทำงานอีกด้วย

ทรานส์เซนด์ เปิดตัว StoreJet 25C3S ไดรฟ์เก็บข้อมูลแบบพกพา

ทรานส์เซนด์ เปิดตัว StoreJet 25C3S ไดรฟ์เก็บข้อมูลแบบพกพาที่มาพร้อมเคสแบบอลูมิเนียมที่มีสไตล์ ทรานส์เซนด์ อินฟอร์เมชัน, อิงค์ (Transcend) ผู้นำการผลิตอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลและผลิตภัณฑ์มัลติมีเดียภูมีใจนำเสนอ StoreJet 25C3S ซึ่งเป็นหนึ่งในไดรฟ์แบบพกพาจากตระกูล StoreJet ที่มีความหรูหราด้วยตัวเคสที่ทำจากอลูมิเนียมอัลลอย พร้อมด้วยอินเทอร์เฟซ USB 3.1 Gen1 ที่ให้อัตราการรับส่งข้อมูลที่รวดเร็ว ทำให้ StoreJet 25C3S เป็นไดรฟ์แบบพกพาที่มีความสมบูรณ์แบบทั้งเรื่องของดีไซน์และเทคโนโลยีเบาบางอย่างหรูหรา

ทรานส์เซนด์ เปิดตัว StoreJet 25C3S ไดรฟ์เก็บข้อมูลแบบพกพา

ทรานส์เซนด์ เปิดตัว StoreJet 25C3S ไดรฟ์เก็บข้อมูลแบบพกพา

Transcend StoreJet 25C3S เป็นไดรฟ์แบบพกพาที่มีความบางมากเพียง 9.95 มิลลิเมตร ใช้พื้นที่เพียงเล็กน้อยในการพกพาไม่ว่าจะเป็นในกระเป๋าถือหรือกระเป๋าเอกสาร ตัวเคสของไดรฟ์ทำจากอลูมิเนียมอัลลอย ที่มีน้ำหนักเบาเพียง 133 กรัม ทำให้เป็นไดรฟ์ที่เหมาะสมอย่างมากในการพกพาออกไปทำงานหรือในระหว่างเดินทาง ตัวเคสอลูมิเนียมถูกเติมลวดลายด้วยการพ่นทรายพร้อมการเคลือบเงาพร้อมป้องกันการเกิดออกไซด์ ช่วยสะท้อนถึงรสนิยมที่ดีของคุณและเข้ากันได้ดีกับอุปกรณ์ที่เป็นเทคโนโลยีอื่น ๆ ตัวเคสยังถูกตัดขอบมาอย่างพิถีพิถันด้วยเครื่อง CNC พร้อมด้วยโลโก Transcend ปั๊มนูนบนตัวเคสทำให้รู้สึกได้ถึงความมีสไตล์และมีคุณภาพ

ความเร็วและความจุ

StoreJet 25C3S ใช้อินเทอร์เฟซ USB 3.1 Gen1 ที่ใช้มาตรฐาน UASP (USB Attached SCSI Protocol) ช่วยให้มีอัตราการรับส่งข้อมูลได้สูงถึง 5Gbps นอกจากนี้แล้ว StoreJet 25C3S ยังมาพร้อมกับสาย USB Type-C และสายแปลง USB Type-C to Type-A ทำให้สามารถทำไปใช้งานร่วมกับเดสก์ท็อปพีซีหรือโน้ตบุ๊กที่มีพอร์ต USB Type-C หรือพอร์ต USB 3.1 ได้อย่างสะดวก StoreJet 253C ได้รับการฟอร์แมตเป็น NTFS เพื่อให้พรอ้มใช้งานได้ทันทีเมื่อนำออกจากกล่อง ไดรฟ์รุ่นนี้มีความจุให้เลือกใช้สูงสุดถึง 2TB ช่วยให้ผู้ใช้มีพื้นที่มาพอสำหรับการจัดเก็บข้อมูลและการสำรองข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพความละเอียดสูง หรือวิดีโอความละเอียด 4K รวมถึงไฟล์มัลติมีเดียชนิดอื่น ๆ ได้ในไดรฟ์เดียว

ซอฟต์แวร์ Transcend Elite และ RecoveRx

ทรานส์เซนด์ได้มอบมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ใช้ด้วยซอฟต์แวร์จัดการข้อมูลและซอฟต์แวร์สำหรับกู้ข้อมูล ได้แก่ Transcend Elite และ RocoveRx, ซอฟต์แวร์ Transcend Elite เป็นเครื่องมือสำหรับการจัดการข้อมูลชั้นสูงที่ช่วยจัดการแฟ้มข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงการปกป้องข้อมูลด้วยการเข้ารหัสแบบ 256-bit AES ที่ให้ความปลอดภัยสูง ป้องกันการเข้าถึงข้อมูลจากผู้ไม่พึงประสงค์, ซอฟต์แวร์ RevoceRx ยูทิลิตีที่ใช้สำหรับเรียกคืนข้อมูลที่อาจจะถูกลบไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ภาพถ่าย ไฟล์วิดีโอ ไฟล์เพลง และไฟล์เอกสารต่าง ๆ ซอฟต์แวร์ทั้งสองนี้ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจากเว็บไซต์ของทรานส์เซนด์

การรับประกัน

Transcend StoreJet 25C3S ฮาร์ดไดรฟ์แบบพกมามีให้เลือกทั้งความจุ 1TB และ 2TB รับประกันโดยทรานส์เซนด์เป็นเวลา 3 ปี

###################

Transcend Introduces Ultra Slim Portable Storage StoreJet 25C3S in a Stylish Aluminum design

Transcend Information, Inc. (Transcend ), a leading manufacturer of storage and multimedia products, is proud to introduce the StoreJet 25C3S as the latest addition to its StoreJet Luxury series. Featuring a luxury aluminum alloy housing with a USB 3.1 Gen1 interface for blazing-fast transfer rates, the StoreJet 25C3S portable hard drive perfectly integrates style and technology.

Slim and Elegant

Transcend’s StoreJet 25C3S external hard drive is ultra-slim at just 9.95mm, taking up little space in your bag or briefcase. Housed in an aluminum alloy, the drive weighs in at just 133g, making it the perfect business or travel companion. The sleek aluminum casing has been polished, sandblasted, and anodized. It reflects your good taste while complementing your other tech devices. The CNC-finished edges and the Transcend logo embossed on the case speak volumes about your commitment to style and quality.

Fast and Capacious

The StoreJet 25C3S is equipped with the USB 3.1 Gen 1 interface with the support of UASP (USB Attached SCSI Protocol), providing lightning-fast transfer rates of up to 5Gbps. In addition, the StoreJet 25C3S comes with both a USB Type-C cable and a USB Type-C to Type-A cable to accommodate desktops and laptops featuring the USB Type-C or USB 3.1 interface. Despite its unmatched transfer rates, the StoreJet 25C3S is pre-formatted NTFS file system allowing use right out of the box. It provides up to 2TB of storage capacity, allowing users plenty of space for backups, as well as storing high-resolution images, 4K videos, and other media files to a single location.

Value-Added Software: Transcend Elite and RecoveRx

For additional value, Transcend’s offers its exclusive data management and data recovery software – Transcend Elite and RecoveRx. Transcend Elite is advanced data management software that keeps important files organized, protected, and up-to-date. It can even protect files with a powerful 256-bit AES encryption so that data are kept safe from any unauthorized access. RecoveRx is a free data recovery utility that allows you to search deep within a storage device for traces of erased files including digital photos, documents, music, and videos. Both the software can be downloaded from Transcend’s website for free.

Warranty

Transcend’s StoreJet 25C3S portable hard drive is offered in 1TB and 2TB capacities and backed by Transcend’s Three-year Limited Warranty.

กล้องถ่ายภาพ ด้วยฟีเจอร์ HiVision สุดล้ำ

ลองคิดถึงชีวิตที่ล้ำสุดๆ เหมือนโลกอนาคต อย่างสายเฮลตี้ที่จะเปิดกล้องสมาร์ทโฟนมาสแกนแล้วรู้ว่ามื้ออาหารตรงหน้าที่เรากำลังจะรับประทานนั้นแต่ละจานมีแคลอรี่เท่าไหร่ สายท่องเที่ยวที่อยากรู้ว่าแลนด์มาร์กตรงหน้ามีชื่อว่าอะไรและประวัติคืออะไร หรือสายช้อปที่เห็นรูปกระเป๋าแล้วอยากรู้ว่าราคาเท่าไหร่และคลิกเข้าไปซื้อในเว็บได้เลย ไม่ต้องรอถึงปี 2020 เพราะ ณ เวลานี้ปี 2018 สมาร์ทโฟนก็ทำได้แล้ว! เพราะนอกจาก HUAWEI Mate 20 Series ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานซึ่งมาพร้อมระบบปฏิบัติการสุดล้ำ EMUI 9.0 เจนเนอเรชั่นล่าสุดที่มอบฟีเจอร์แห่งโลกอนาคตให้ทุกคนได้ใช้กัน หัวเว่ยเตรียมอัพเดต EMUI 9.0 บนสมาร์ทโฟน HUAWEI P20 Series และ HUAWEI Mate 10 Series ให้ได้สัมผัสกับฟีเจอร์ล้ำๆ กันภายในเดือนธันวาคมนี้อีกด้วย ดังนั้นเรามาส่องฟีเจอร์เจ๋งๆจาก EMUI 9.0 กันเลย

กล้องถ่ายภาพ ด้วยฟีเจอร์ HiVision สุดล้ำ

กล้องถ่ายภาพ ด้วยฟีเจอร์ HiVision สุดล้ำฒ

สแกนแคลอรี่ในอาหาร แปลภาษาต่างประเทศแบบเรียลไทม์แบบล้ำๆ ด้วยกล้องสมาร์ทโฟนและ AI

เพราะ EMUI 9.0 บนระบบปฏิบัติการ Android P ในสมาร์ทโฟนระดับแฟลกชิปของหัวเว่ย อย่าง HUAWEI Mate 20 Series รองรับอัลกอริทึ่มการเรียนรู้ของเทคโนโลยี AI (AI self-learning algorithms) ช่วยเพิ่มความฟีเจอร์สุดล้ำที่น่าสนใจ อย่าง AI Calories ที่สามารถตรวจสอบแคลอรี่อาหารตามปริมาตร เพียงแค่สแกนวัตถุด้วยกล้องรวมไปถึง HiVision ใช้กล้องสแกนเพื่อดูข้อมูลเกี่ยวกับจุดชมวิว ภาพวาดที่มีชื่อเสียงเวลาไปท่องเที่ยงได้อีกด้วย หรือฟีเจอร์ HiTouch ที่ให้สามารถกดคลิกค้างที่รูปสินค้าเพื่อดูข้อมูลสินค้าและราคา พร้อมสามารถลิ้งก์เข้าไปซื้อที่เว็บ e-Commerce ชั้นนำได้เลยทันที

ไปเที่ยวต่างประเทศ แปลเมนูอาหารไม่ออก ภาพประกอบก็ไม่มี ต้องการคนช่วยแปล ทำอย่างไร? เปิดกล้องสมาร์ทโฟน AI Translator ช่วยแปลเมนูภาษาต่างประเทศที่เราอ่านไม่ออกแบบเรียลไทม์ได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์น่ารักให้เล่นได้สนุกๆ อย่าง 3D Live Object Modeling สำหรับสร้างสรรค์คาแรกเตอร์จำลองแบบอินเตอร์แอคทีฟ โดยการใช้กล้องสแกนของเล่นหรือสิ่งของด้วย 3D Depth Sensing Camera เพื่อสร้างเป็น AI Live เป็นโมเดลน่ารักๆ จากสิ่งของที่สแกนให้เคลื่อนไหวได้บนโต๊ะทำงาน และถ่ายภาพหรือบันทึกเป็นวิดีโอส่งต่อให้เพื่อนได้แปลกใจ

EMUI 9.0 มีอะไรเด็ดอีก?

ตัวช่วยส่วนตัวสำหรับ Workaholic ทำให้ชีวิตการทำงานง่ายขึ้น ไปพรีเซนต์งานที่ออฟฟิศลูกค้า แค่เซฟไฟล์ลงสมาร์ทโฟนก็แชร์พรีเซนเทชั่นขึ้นจอในห้องประชุมได้ทันที และสามารถเขียนคอมเมนท์ จดโน้ต บันทึกภาพหน้าจอในระหว่างพรีเซนต์ได้ รวมไปถึงช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวโดยไม่แสดงสายเรียกเข้าและข้อความขึ้นบนหน้าจอใหญ่อีกด้วย
สมาร์ทโฟนทำงานเร็วขึ้น โดย EMUI 9.0 สามารถจัดสรรทรัพยากรระบบอย่างมีประสิทธิภาพและสอดประสานกันในทุกส่วน ทำให้การทำงานโดยรวมเร็วขึ้น 12.9% จากรุ่นก่อน เปิดแอพพลิเคชั่นได้เร็วขึ้น เช่น สามารถเปิด Instagram ได้เร็วขึ้น 12% และเปิด Spotify ได้เร็วขึ้น 11%
เล่นเกมมันขึ้นกว่าเดิม เพราะรีดพลังของ GPU Turbo ทำให้เล่นเกมได้ลื่นไหลกว่าเดิมและยังช่วยควบคุมอุณหภูมิของเครื่องไม่ให้เครื่องร้อนขณะเล่นเกม และสามารถใช้งานสมาร์ทโฟนได้อย่างเสถียรและลื่นไหลตลอดอายุการใช้งาน
บาลานซ์ชีวิตบนโลกดิจิทัลด้วยฟีเจอร์ Digital Balance ที่จะช่วยบริหารเวลาการใช้งานสมาร์ทโฟนในแต่ละวัน ว่าในหนึ่งวันเปิดแอพพลิเคชั่นใดบ้าง เป็นเวลากี่ชั่วโมง โดยผู้ใช้สามารถจำกัดเวลาการใช้แอพฯ บางแอพฯ ได้ เช่น ผู้ปกครองสามารถจำกัดเวลาการเล่นเกมของเด็กๆ ได้วันละ 2 ชั่วโมงจากนั้นแอพฯ จะปิดเพื่อให้เด็กๆ ไปทำกิจกรรมสนุกๆ อย่างอื่นนอกบ้าน รวมถึงสมาร์ทโฟนสามารถเปลี่ยนหน้าจอเป็นสีเทาเพื่อเตือนเราว่าได้เวลาเข้านอนแล้วอีกด้วย
ออกแบบน่าใช้งาน โดย EMUI 9.0 ได้รับการปรับแต่งองค์ประกอบต่างๆ ใหม่ทั้ง สภาพแวดล้อมภายใน EMUI 9.0 ที่มีการออกแบบ UI ด้วยสี ภาพ และเสียงของธรรมชาติ พร้อมปรับปรุง UX โดยเน้นการทำงานที่เร็วขึ้นและลื่นไหลยิ่งขึ้นของการแสดงผลแอนิเมชั่นและการใช้งานหลายแอพฯ หน้าการตั้งค่าที่ใช้งานง่ายขึ้น เมนูสวย เรียบง่าย และเป็นหมวดหมู่ยิ่งขึ้น รองรับการใช้งานแบบเลื่อนนิ้วและแตะแทนการกดได้
EMUI 9.0 สามารถใช้ได้แล้วบน HUAWEI Mate 20 Series และเตรียมพร้อมให้อัพเดตได้บน HUAWEI P20 Series และ HUAWEI Mate 10 Pro ได้ภายในธันวาคมนี้

RICOH เข้าร่วมงาน November Series 2018 ต่อยอดความเป็นสุดยอด

เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัท ริโก้ (ประเทศไทย) จำกัด RICOH เข้าร่วมงาน November Series 2018 ซึ่งจัดขึ้นที่ห้องวายุภักษ์ 5-7 ชั้น 5 โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซอร์เตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ โดยทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDE) ร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (ATCI) ได้ร่วมมือกันจัด 3 โครงการเพื่อผลักดันการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในประเทศ โดยงานในครั้งนี้เป็นการสัมมนาแบบเต็มวัน พร้อมจัดแสดงผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับที่วิทยากรบรรยาย งานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายฐานข้อมูลลูกค้าใหม่ให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาพร้อมศึกษานวัตกรรม และผลิตภัณฑ์ใหม่จากทาง RICOH

RICOH เข้าร่วมงาน November Series 2018 ต่อยอดความเป็นสุดยอด

RICOH เข้าร่วมงาน November Series 2018 ต่อยอดความเป็นสุดยอด

ภายในงานมีการบรรยายที่เปี่ยมไปด้วยความรู้เกี่ยวกับ Robotics Summit ภายใต้ธีม Shaping the Future with Robotics and AI ในหัวข้อ“Leveraging Automation Intelligence” ซึ่งมีผู้เข้าร่วมฟังบรรยายเป็นผู้บริหารหน่วยงานเอกชน ภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจของกลุ่มธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ ค้าปลีก และยานยนต์ หัวข้องานในครั้งนี้ได้กล่าวถึง RPA หรือ Robotic Process Automation คือ กระบวนการทำงานอัตโนมัติด้วยหุ่นยนต์RPA เป็นโซลูชั่นที่ทำงานได้เสมือนพนักงานคนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการ Click, Select,Copy, Paste หรือ Field entry เราสามารถมอง RPA ได้ว่าเป็นหุ่นยนต์ตัวหนึ่ง แต่ไม่มีรูปร่างหน้าตา ไม่มีแขนขา เหมือนหุ่นยนต์ปกติทั่วไป
“RPA ไม่ได้ผลิตมาเพื่อแย่งงานมนุษย์ แต่เพื่อช่วยให้มนุษย์ทำงานได้สะดวกรวดเร็วขึ้น ลดข้อผิดพลาด และการย้อนกลับไปแก้ปัญหา”

RPA เหมาะสำหรับงานประเภทที่เป็นรูทีน หรืองานประเภทซ้ำซากที่ต้องทำถี่ ๆ โดยจะต้องมีเงื่อนไขหรือกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน NICE RPA สามารถจำแนกออกเป็นสองประเภท คือ Desktop Automation และ Robot

1. Desktop Automation สามารถเรียกได้ว่าเป็นเสมือนผู้ช่วยที่อยู่บนหน้าจอ desktop สามารถทำงานไปพร้อม ๆ กับคน โดยไม่เกิดการแย่งการใช้งานคอมพิวเตอร์กันเพียงแต่ต้องใช้คนละแอปพลิเคชัน

2. Robot เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการทำงานตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ เพียงแค่มีการตั้งค่า trigger หรือ schedule เอาไว้ ซึ่ง NICE RPAประเภทนี้สามารถทำงานได้ 24 ชั่วโมง ไม่มีการอู้งาน ลาพักร้อน หรือลาป่วย

ข้อดีของ RPA คือ สามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง, ลดค่าใช้จ่าย เช่น ค่าโอที หรือความเสียหายที่เกิดจากข้อมูลผิดพลาด, ช่วยให้ทำงานได้ไวขึ้นและลด human error ภาพรวมจึงทำให้พนักงาน มีความสุขมากขึ้น มีเวลาในการพัฒนาตนเอง และศักยภาพในการทำงานมากขึ้น มีเวลาให้กับตนเอง ครอบครัว และเพื่อนๆ KPI ในการทำงานเพิ่มสูงขึ้น, ลูกค้ามีความพึงพอใจกับการให้บริการที่รวดเร็ว และข้อผิดพลาดที่น้อยลง ส่งผลให้บริษัทลดค่าใช้จ่ายจากการนำไปแก้ไข้หรือชดเชยสิ่งที่ผิดพลาด ช่วยเพิ่ม loyalty ของพนักงาน และลูกค้าต่อองค์กร

โปรแกรม BarPrint ออกแบบบาร์โค้ดด้วยตัวเองใช้งานง่าย

ออกแบบมาสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ที่ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องพิมพ์บาร์โค้ดแบบเฉพาะ ที่มีราคาหลักหมื่นบ้าน โดย โปรแกรม BarPrint เน้นที่การใช้งานร่วมกับเครื่องปริ้นเตอร์บ้านๆ ธรรมดาๆ อย่าง ปริ้นเตอร์อิงค์เจ็ต (Inkjet Printers), ปริ้นเตอร์เลเซอร์ (Laser Printer) ทั้งแบบสีและขาวดำ ได้อย่างง่ายดาย โดยสามารถปรับความกว้างและยาวได้ตามต้องการ และทาง PasitSoft ผู้พัฒนาได้เปิดให้เราใช้งานกันแบบฟรีๆ ไม่มีค่าใช้จ่ายเลย ซึ่งสามารถใช้ร่วมกับการทำงานหลายรูปแบบ อาทิ ทำบาร์โค้ดราคาสินค้า ทำบาร์โค้ดสำหรับคิดเงิน บาร์โค้ดเช็คสต็อคสินค้า บาร์โค้ดส่งพัสดุ เป็นต้น โดยไม่ต้องคีย์รหัสแบบแต่ก่อนให้วุ่นวาย

โปรแกรม BarPrint ออกแบบบาร์โค้ดด้วยตัวเองใช้งานง่าย

โปรแกรม BarPrint ออกแบบบาร์โค้ดด้วยตัวเองใช้งานง่าย

  • กำหนด ชื่อสินค้า ราคา ได้ด้วยตัวเอง
  • มี ชื่อร้าน / บริษัท ในบาร์โค้ด
  • รูปแบบบาร์โค้ดสามารถมีตัวอักษรรวมกับตัวเลขได้
  • มีเส้นขอบบอกตำแหน่ง ง่ายต่อการตัด
  • กำหนดการปริ้นได้หลายขนาด เช่น 1 ดวง หรือ 3 ดวง และอื่นๆ
  • โปรแกรมมีไฟล์ขนาดเล็ก กินพื้นที่น้อย
  • กำหนดประเภทสินค้าได้
  • สามารถตั้งค่าหน้ากระดาษเองได้ในโปรแกรม
  • เก็บข้อมูลสินค้าได้ไม่จำกัด
  • และความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย

สำหรับฟีเจอร์ที่มีอยู่ในเจ้า โปรแกรมบาร์โค้ด BarPrint ตัวนี้ ก็มีอยู่หลายอย่างเลย ตั้งแต่ระบบการพิมพ์ชื่อบริษัทอยู่ในบาร์โค้ด ระบบเพิ่มตัวอักษรและตัวเลขลงในบาร์โค้ด เป็นต้น นี่จะช่วยให้การทำงานนั้นง่ายขึ้น ยกตัวอย่างเช่น หากคุณมีสินค้าที่คล้ายกันอยู่ 5 อย่าง และสามารถจัดหมวดหมูให้มันได้โดยการใส่ชื่อ หรือกลุ่มตัวเลขลงในบาร์โค้ดแล้วนั้น ย่อมต้องทำให้การจัดหา หรือเก็บสินค้าสะดวกสบายขึ้นแน่นอน แต่หากใครที่สนใจอยากจะใช้โปรแกรมตัวนี้ จำเป็นต้องมีโปรแกรม Microsoft Access

มันรองรับการทำงานกับ Windows (XP / 7 (Seven) / 8 / 8.1 / 10) ทั้งแบบ 32-bits และ 64-bits เลย สำหรับคนที่ใช้เครื่อง Mac คงต้องอดใจรอกันไปก่อนเนื่องจากทีมผู้พัฒนากำลังพัฒนาให้สามารถใช้กับเครื่อง Mac ในเวอร์ชั่นต่อไปอยู่นั่นเอง หากใครสนใจโปรแกรมสร้างบาร์โค้ดที่ใช้งานง่ายๆ ตัวนี้แนะนำให้ดาวน์โหลดไปใช้งานและสามารถซื้อไปใช้งานจากทีมผู้พัฒนากันได้นะจ้ะ เนื่องจากโปรแกรมตัวนี้เปิดให้ใช้งานแบบ Commercial นั่นเอง เอาละหวังว่าโปรแกรมสร้างบาร์โค้ดตัวนี้น่าจะถูกใจใครหลายๆ คนที่กำลังมองหาอยู่ทำให้ทำงานได้ราบรื่นยิ่งขึ้น

เผยเคล็ดไม่ลับติดอันดับ 5 ท็อปซัพพลายเชนในยุโรป ประจำปี 2018

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นในการจัดการพลังงาน และระบบออโตเมชั่น เผยถึงการก้าวกระโดดข้าม 2 อันดับ จนขึ้นแท่นผู้นำอันดับที่ 5 ในทำเนียบ 15 ท็อปซัพพลายเชน ในทวีปยุโรป โดยได้มีการประกาศการจัดอันดับดังกล่าวในงานประชุมผู้นำด้านซัพพลายเชน ซึ่งเป็นงานประจำปีที่จัดโดยการ์ทเนอร์ ณ กรุงลอนดอน เมื่อเร็วๆ นี้

เผยเคล็ดไม่ลับติดอันดับ 5 ท็อปซัพพลายเชนในยุโรป ประจำปี 2018

เผยเคล็ดไม่ลับติดอันดับ 5 ท็อปซัพพลายเชนในยุโรป ประจำปี 2018

ทะยานสู่ท็อป 5 ของทำเนียบผู้นำยุโรปของการ์ทเนอร์

“เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้ก้าวขึ้นสู่ท็อป 5 ของทำเนียบรายชื่อผู้นำในยุโรปของการ์ทเนอร์ โดยในปีที่ผ่านมานับว่าเป็นหนึ่งในการปฏิรูปสู่ดิจิทัลที่เข้มข้นมากสำหรับเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราได้เร่งปฏิรูปด้วยการปรับใช้ระบบโรงงานอัจฉริยะในยุโรป (และประเทศต่างๆ ทั่วโลก) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางไปสู่ซัพพลายเชน 4.0 ที่เชื่อมต่อและมอบความยั่งยืนในแบบที่ตรงต่อความต้องการเฉพาะของเรา ซึ่งรางวัลนี้เป็นผลมาจากความพยายามอย่างไม่หยุดหย่อนของพนักงานที่ดูแลด้านซัพพลายเชนทั่วโลก รวมถึงการมีส่วนร่วมของพนักงานในการมอบคุณภาพและความเป็นเลิศด้านซัพพลายเชนให้กับลูกค้า” นายมัวราด ทามัวด์ รองประธานบริหาร การดำเนินงานโกลบอลซัพพลายเชน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าว

นายมัวราด กล่าวต่อว่า “การติดตั้งโซลูชัน EcoStruxure™ ของชไนเดอร์ อิเล็คทริคที่ไซต์งานของเราเอง ยังแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จภายในองค์กร ในการริเริ่มปฏิรูประบบดิจิทัลให้กับลูกค้า โดยเราจะยังคงเดินหน้าติดตั้งระบบดิจิทัลในทั่วโลก เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จ สร้างผลกระทบในเรื่องของประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านซัพพลายเชนของเรา เพื่อให้เกิดความเป็นเลิศในการดำเนินงาน พร้อมสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจของกลุ่ม เราจะยังคงเดินหน้าด้วยความรวดเร็วและสร้างนวัตกรรมเพื่อนำคุณค่ามามอบให้กับลูกค้าในโลกอุตสาหกรรมยุคดิจิทัลนี้”

นำคุณค่ามาสู่ลูกค้าในโลกอุตสาหกรรมดิจิทัล

ตามรายงานของการ์ทเนอร์ มีแนวโน้มหลักอยู่ 3 ประการ ที่บรรดาผู้นำด้านซัพพลายเชนในยุโรปต่างมีเหมือนกัน

การขยายความสามารถด้านดิจิทัลของซัพพลายเชน – โดยใช้ระบบหุ่นยนต์อัตโนมัติ (robotic automation) ใช้เซ็นเซอร์เป็นฐานในการมอนิเตอร์ เทคโนโลยีเสริมจริง (AR) และโปรแกรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการมอบบริการที่ดีเลิศให้กับลูกค้า โดยมีการขยายจากโรงงาน คลังสินค้าและแบ็คออฟฟิศ นอกจากนี้ บริษัทต่างๆ ยังทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการประสานงานได้อย่างสอดคล้องครบวงจรตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง (end-to-end) ตั้งแต่เรื่องของอุปสงค์ ย้อนกลับไปยังอุปทานทั้งในเรื่องการผลิตและการจัดหา
มีการประสานความร่วมมือที่ดีกับลูกค้า ทั้งการให้บริการและมอบประสบการณ์ที่ดี – มุ่งเน้นที่การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในภาพรวม ด้วยความเข้าใจถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ของลูกค้า คาดการณ์ความต้องการในอนาคตได้ อีกทั้งตอบสนองต่อปัญหาได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น กระทั่งก่อนที่ปัญหานั้นๆจะเกิดขึ้น
มีความสามารถในการดูแลสอดส่องและติดตามการดำเนินการได้อย่างครบวงจรตลอดทั่วทั้งซัพพลายเชน – มีการดำเนินงานในระบบนิเวศธุรกิจ ด้วยมุมมองเชิงลึกในแบบเรียลไทม์ ไม่ใช่แค่ตอบสนองเพื่อให้งานราบรื่นเท่านั้น แต่ยังช่วยให้สามารถคาดการณ์ได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย
โดยในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้รับการยกย่องให้อยู่ในทำเนียบท็อป 25 ซัพพลายเชนทั่วโลก ของการ์ทเนอร์ ประจำปี 2018 โดยได้รับการจัดอันดับสูงขึ้นถึง 5 อันดับ ให้อยู่ในอันดับที่ 12 จากการผลการสำรวจบริษัททั่วโลก ซึ่งได้มีการประกาศในงานประชุมผู้นำด้านซัพพลายเชน ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยการจัดอันดับประจำปีของการ์ทเนอร์นั้นจะให้การยกย่องผู้นำทางด้านซัพพลายเชน โดยเน้นที่แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดขององค์กรเหล่านั้น

ตลอดปี 2017 ที่ผ่านมา การดำเนินงานด้านซัพพลายเชนทั่วโลกของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ประกอบไปด้วยโรงงานผลิต 27 แห่ง ใน 44 ประเทศและมีศูนย์การกระจายสินค้า 98 แห่ง มีบุคลากรที่แข็งแกร่งกว่า 86,000 คน ที่คอยบริหารจัดการสายผลิตภัณฑ์ที่มีมากกว่า 260,000 ผลิตภัณฑ์ (ไม่แน่ใจว่าใช้ผลิตภัณฑ์แปลกมั้ย หรือใช้”ประเภท”) พร้อมดำเนินงานตามรายการสั่งซื้อมากกว่า 150,000 รายการในแต่ละวัน

Transcend อวดโฉมกล้อง ติดรถยนต์รุ่น DrivePro 550 ครั้งแรก

ทรานส์เซนด์ได้เปิดตัวกล้องติดรถยนต์รุ่น DrivePro 550 เสริมความปลอดภัยด้วยกล้องคู่เพิ่มความคมชัดได้ดียิ่งขึ้น เป็นครั้งแรกในประเทศไทย นำมาอวดโฉมในงาน Taiwan Expo 2018 โดย Transcend อวดโฉมกล้อง ติดรถยนต์ DrivePro 550 เป็นหนึ่งในกล้องติดรถยนต์ที่ได้รับที่ได้รับรางวัล Taiwan Excellence Awards จากหลาย ๆ รุ่นของ Transcend อาทิ DriverPro 200 และ DriverPro 230 เป็นต้น

Transcend อวดโฉมกล้อง ติดรถยนต์รุ่น DrivePro 550 ครั้งแรก

Transcend อวดโฉมกล้อง ติดรถยนต์รุ่น DrivePro 550 ครั้งแรก

จุดเด่นของกล้องติดรถยนต์ Transcend DrivePro 550 ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติเด่นคือ ทำงานด้วยกล้องคู่ และมุมมองที่กว้างขึ้น ตัวกล้องสามารถบันทึกภาพได้ทั้งภาพที่อยู่บนถนนและภาพที่กำลังเกิดขึ้นภายในรถได้พร้อม ๆ กัน กล้องหน้าของ DrivePro 550 ใช้เซนเซอร์รับภาพของโซนี่ที่มีค่า F2.2 และมุมมองที่กว้างถึง 160 องศา เพื่อให้ได้ภาพที่ชัดเจนกล้องหลังยังมาพร้อมกับ LED อินฟราเรดถึง 4 ดวง ที่จะเปิดทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อมีแสงน้อย ด้วยคุณสมบัติทั้งหมดนี้ทำให้กล้องติดรถยนต์ DrivePro 550 สามารถปกป้องคุณด้วยภาพจากภายในและภาพจากภายนอกรถยนต์หรือเวลาเกิดอุบัติเหตุจากสถานการณ์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

“DrivePro 550 ถือเป็นกล้องติดรถยนต์รุ่นท้อปสุดของเราในตอนนี้ มีจุดเด่นกว่ารุ่นอื่นคือมีทั้งกล้องหน้า และกล้องที่บันทึกภาพในห้องผู้โดยสารพร้อม ๆ กัน เหมาะอย่างมากสำหรับรถที่มีคนขับรถ เช่นรถที่ต้องขับไปส่งบุตรหลาน รวมไปถึงรถที่ให้บริการสาธารณะอย่างรถลีมูซีน ที่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี พร้อมด้วยระบบการเตือนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นความเร็ว การเหนื่อยล้า รวมไปถึงมี GPS และ Wi-Fi เพื่อความสะดวกในการใช้งาน เราสามารถดึงข้อมูลจากกล้องได้ผ่านทางสมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นเรื่องที่สะดวกมาก” คุณวรวุฒิ จิระเรืองเกียรติ รองประธานฝ่ายการตลาด บริษัท อี-พาร์ท จำกัด กล่าว

Transcend DrivePro 550 วางจำหน่ายในราคา 7,500 บาท และจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2561 ในช่วงแรกซื้อได้ที่ร้านพาวเวอร์บายได้สาขาเซ็นทรัล เวิรล์ด, เซ็นทรัลลาดพร้าว และจะวางจำหน่ายทางออนไลน์จากเว็บไซต์ต่าง ๆ อาทิเช่น Lazada, Shopee, BigCamera เป็นต้น

โปรแกรมดูหนัง GOM Media Player จากเกาหลีโหลดฟรี

เวลาดูหนังฟังเพลงมักเป็นปัญหาใหญ่กับสายดาวน์โหลดแน่นอน ด้วยขนาดไฟล์และการเข้ารหัสแบบใหม่ที่พัฒนาขึ้นทุกปี ยิ่งต้องการไฟล์เสียงที่ชัดเจนคมกริบ และภาพสวยงามจับใจบอกเลยว่าไฟล์หนังอย่างเดียวคงไม่พอโปรแกรมต้องดีด้วย วันนี้แอดมินเลยมาแนะนำ โปรแกรมดูหนัง GOM Media Player จากเกาหลีโหลดฟรี ที่มีการอัพเดตอย่างต่อเนื่องทำให้เล่นไฟล์หนังและไฟล์เสียงแบบใหม่ได้ตลอด ทั้งยังเป็นโปรแกรมชั้นนำอันดับต้นๆ ของโปรแกรมดูหนังเลยก็ว่าได้

 

โปรแกรมดูหนัง GOM Media Player จากเกาหลีโหลดฟรี

โปรแกรม GOM Media Player บอกเลยว่าเป็นโปแกรมดูหนังฟังเพลง ที่เหมาะกับทุกคน ไม่จำเป็นต้องเก่งคอมพิวเตอร์ ก็สามารถที่จะใช้ โปรแกรมนี้ ได้เป็นอย่างดีทีเดียวเลยครับ

สำหรับการเล่นไฟล์มัลติมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นไฟล์วีดีโอ หรือไฟล์ออดิโอ ซึ่ง GOM Media Player ตัวนี้ Built-in Clodecs ไว้เป็นที่เรียบร้อย โดยเจ้า โปรแกรมดูหนังฟังเพลง นี้รองรับไฟล์หลายรูปแบบเช่น ไฟล์ AVI DAT MPEG DivX XviD WMV ASF โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องลง Codecs แยกต่างหากเลย

โดยภายใน โปรแกรม GOM Media Player ตัวนี้ ได้รวบรวมชุดถอดรหัส ไฟล์เสียง และ ไฟล์วีดีโอ Codecs เอาไว้มากมาย โดย ยกตัวอย่างเช่น XviD DivX FLV1 AC3 OGG MP4 หรือแม้แต่ H263 และอื่นๆ อีกมากมาย ถ้าไฟล์มัลติมีเดียไหนที่ต้องการ Codecs มากกว่าที่ GOM Media Player มี โปรแกรมนี้จะสามารถบอกที่ดาวน์โหลด Codecs ตัวนั้นนั้น อีกด้วยครับ สะดวกมากจริงๆ นอกจากนี้ยังเป็นโปรแกรมที่มียอดดาวน์โหลด สูงเป็นอันดับ 2 จากเว็บผู้ให้บริการดาวน์โหลดระดับโลกอย่าง CNET Download อีกด้วย รองรับการทำงานกับระบบ Windows 2000 / XP / Vista / 7 (Seven) / 8 / 8.1 / 10 ทั้งแบบ 32-bit และ 64-bit ด้วยนะ

ชไนเดอร์ อิเล็คทริคเชิญชวนทุกคนร่วมมือกัน เลื่อนวันหนี้นิเวศโลก

วันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา เป็นวันหนี้นิเวศโลก หรือ Earth Overshoot Day โดยเป็นวันที่กำหนดขึ้นในรอบปี เมื่อถึงจุดที่มนุษยชาติใช้ทรัพยากรบนโลกมากเกินไป มาร่วมกัน เลื่อนวันหนี้นิเวศโลก เพราะไม่ว่าจะเป็นอาหาร ป่าไม้ รวมถึงการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล เกินความสามารถที่ระบบนิเวศบนโลกจะดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และฟื้นฟูกลับคืนมาได้ตลอดทั้งปี ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นในการจัดการพลังงาน และระบบออโตเมชั่น เชื่อว่าการนำเทคโนโลยีด้านพลังงานทดแทน และเทคโนโลยีที่ช่วยให้ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น แพลตฟอร์ม EcoStruxure ที่ให้ศักยภาพด้าน IoT เป็นส่วนหนึ่งในการเลื่อนวันหนี้นิเวศโลก ให้ไกลออกไปได้อีก 21 วัน หากมีการนำแพลตฟอร์มดังกล่าวมาช่วยในการปรับปรุงอาคารที่ใช้งานอยู่แล้ว รวมถึงในอุตสาหกรรม โครงสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ พร้อมอัพเกรดการผลิตกระแสไฟฟ้า

ชไนเดอร์ อิเล็คทริคเชิญชวนทุกคนร่วมมือกัน เลื่อนวันหนี้นิเวศโลก

ชไนเดอร์ อิเล็คทริคเชิญชวนทุกคนร่วมมือกัน เลื่อนวันหนี้นิเวศโลก

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้แสดงให้เห็นถึงวิธีการที่สามารถทำได้ พร้อมส่งเสริมแนวทางใหม่เพื่อนำไปสู่การคิดในเชิงธุรกิจให้เกิดความยั่งยืน ด้วยการร่วมมือกับ Global Footprint Network ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยระหว่างประเทศ ในการเปลี่ยนแปลงวิธีการที่โลกจัดการกับทรัพยากรธรรมชาติ และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยใช้บัญชี Ecological Footprint ของ Global Footprint Network ในการตามรอยคาร์บอนในระบบนิเวศ เพื่อช่วยในการคำนวณวันหนี้นิเวศโลก

การลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ด้วยประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการใช้พลังงานหมุนเวียน

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เชื่อว่าสถานการณ์ นี้สามารถเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นได้ บริษัทคำนวณว่าหากอาคาร อุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐานของดาต้าเซ็นเตอร์ ทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ติดตั้งเทคโนโลยีที่ช่วยให้ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีพร้อมอยู่แล้ว รวมถึงอัพเกรดโครงข่ายไฟฟ้าให้ความสามารถรองรับพลังงานหมุนเวียน ก็จะช่วยให้โลกสามารถเลื่อนวันออกไปได้อีก 21 วัน

“การดำเนินการบนโลกที่มีทรัพยากรอยู่อย่างจำกัด ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมเข้ามาช่วย” ซาเวียร์ ฮูต์ รองประธานอาวุโสด้านสิ่งแวดล้อม ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าว “เราร่วมมือกับลูกค้าและพันธมิตรของเรา เพื่อปลดล็อคศักยภาพในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน และนำรูปแบบทางธุรกิจในลักษณะหมุนเวียนมาใช้ พร้อมกับวัดว่าเรื่องนี้ช่วย

ให้เราประหยัดทรัพยากรและลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างไร เพื่อสามารถดำรงชีวิตที่เติบโตขึ้นในทรัพยากรที่จำกัด

EcoStruxure ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค มีศักยภาพในการเลื่อนวันหนี้ระบบนิเวศโลกออกไปได้

ความท้าทายนี้ นับเป็นหัวใจสำคัญด้านยุทธศาสตร์ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ EcoStruxure ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมและแพลตฟอร์มแบบ ecoDesigned เพื่อการทำงานร่วมกันในระบบเปิด ในลักษณะ plug-and-play ที่ให้ศักยภาพรองรับการใช้ IoT โดยมุ่งเน้นไปที่ภาคส่วนที่ใช้พลังงานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น บ้าน อาคาร ดาต้าเซ็นเตอร์ โครงสร้างพื้นฐาน และอุตสาหกรรม

ตัวอย่างของแพลตฟอร์มที่เราได้นำมาช่วยโลกของเราได้แก่ EcoStruxure Building ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สามารถมอบประสิทธิภาพด้านพลังงานได้มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ช่วยลดต้นทุนทางด้านพลังงานได้ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ โดย EcoStruxure ทำงานใน 3 ระดับได้แก่

ระดับแรก Connected Products: การเชื่อมต่อเซ็นเซอร์ และมิเตอร์ในอาคาร เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบแสงสว่าง ความร้อน และระบบปรับอากาศ รวมทั้งเรื่องระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อให้ใช้พื้นที่ในอาคารได้อย่างเหมาะสมที่สุด
ระดับที่สอง Edge Control: เป็นระดับที่มอบศักยภาพให้กับผู้ใช้ในการจัดการข้อมูลต่างๆ ที่ได้จากผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมต่อกับ IoT ในพื้นที่นั้นๆ พร้อมช่วยให้ใช้พลังงานในแต่ละวันได้อย่างเหมาะสม ผ่านการเข้าใช้งานจากระยะไกล และระบบอัตโนมัติขั้นสูง
ระดับที่ 3 Apps, Analytics & Services: เป็นรายงานที่ให้ภาพการใช้พลังงานได้เสมือนจริง ผ่านแดชบอร์ดในลักษณะอินเตอร์แอกทีฟ ทั้งการตรวจหา และวินิจฉัยข้อผิดพลาด รวมถึงการวิเคราะห์ประสิทธิภาพ และการสองส่องสินทรัพย์ ที่ช่วยในการตรวจหาโอกาสเพิ่มเติมเพื่อการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเปลี่ยนไปสู่การบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ได้อย่างเห็นผล
“กรณีธุรกิจของชไนเดอร์ อิเล็คทริค สอดคล้องกับทิศทางของการช่วยมนุษย์ให้พ้นจากการล่มสลายของระบบนิเวศ” มาธิส เวคเคอนาเกล ประธานเจ้าหน้าที่ Global Footprint Network กล่าว “บรรดาบริษัทชั้นนำ เช่น ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ต่างลุกขึ้นแก้ปัญหาท้าทายในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติด้วยวิธีที่แตกต่างออกไป ด้วยการวัดที่แม่นยำมากขึ้น พร้อมกับพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงกระบวนการต่างๆ ที่นอกจากจะช่วยให้ใช้ทรัพยากรได้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมแล้ว ยังต้องช่วยลดการใช้ทรัพยากรในภาพรวมได้อีกด้วย

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ร่วมมือกับ Global Footprint Network เพื่อเลื่อนวันออกไป #MoveTheDate

เพื่อสร้างให้เกิดการรับรู้และใส่ใจเกี่ยวกับวันหนี้นิเวศโลก (Earth Overshoot Day) ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้ร่วมมือกับ Global Footprint Network เพื่อสนับสนุนจุดมุ่งหมายในการเลื่อนวัน (#MoveTheDate) ให้ไกลออกไปจาก วันที่ 1 สิงหาคม เป็น 31 ธันวาคม และเลื่อนให้ไกลออกไปเรื่อยๆ

เพื่อเป็นการโปรโมทวันหนี้นิเวศโลก ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้เชิญผู้เข้าร่วมประชุม โดยเป็นการประชุมผ่านทางสัมมนาออนไลน์เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา นำโดย ซาเวียร์ ฮูต์ และมาธิส เวคเคอนาเกล เพื่อหารือถึงแนวทางใหม่ๆ ในการคิดเชิงธุรกิจเพื่อให้เกิดความยั่งยืน โดยในการประชุมนี้จะมีการยกกรณีตัวอย่างที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ รวมถึงกลยุทธ์ที่เป็นรูปธรรม

ในงานสัมมนานี้ยังเป็นโอกาสอันดีในการเปิดตัว เอกสารการวิจัยของชไนเดอร์ อิเล็คทริค “Living with Finite Resources: Strategies for sustainable resource utilization.” หรือ การอยู่กับทรัพยากรที่มีจำกัด: กลยุทธ์สำหรับการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน” ซึ่งนำเสนอแนวทางสำหรับธุรกิจที่ต้องการความมั่นใจถึงการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยการขับเคลื่อนให้เกิดผลลัพธ์ และความสามารถในการทำกำไร อีกทั้งยังให้ประโยชน์ต่อโลกและประชากร

คำถามสัมภาษณ์งาน ทำไมถึงเปลี่ยนงานถ้าไม่มีความสุขกับงานที่ทำ

หนึ่งในคำถามสัมภาษณ์งานที่ตอบยากที่สุดคงหนีไม่พ้น “เพราะอะไรคุณถึงเปลี่ยนงาน” เป็นที่รู้กันว่าการที่คนหนึ่งคนคิดจะเปลี่ยนงานย่อมหนีไม่พ้นความไม่พอใจที่ทำงานเก่าในด้านต่างๆ เมื่อเจอ คำถามสัมภาษณ์งาน ก็ไม่อยากตอบว่าเป็นเรื่องระบบงาน หัวหน้า เพื่อนร่วมงาน การเมืองในที่ทำงาน เงินเดือนหรือสวัสดิการ แม้แต่ ฟรีแลนซ์ ก็หลีกหนีไม่ค่อยจะพ้น ครั้นจะเล่าเรื่องเหล่านี้ก็เกรงว่าจะดูเป็นคนช่างเม้าท์ ไม่มีความเป็นมืออาชีพ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม แท้จริงแล้วเบื้องหลังของคำถามนี้มักจะเป็นเพียงการถามเพื่อทดสอบทัศนคติของคุณ ดังนั้นไม่มีประโยชน์ที่จะตอบคำถามนี้ด้วยปัญหาต่าง ๆ ที่คุณประสบพบเจอมาแม้ว่าที่ทำงานเก่าจะไม่ดีจริง ๆ ก็ตาม มาลองตอบคำถามนี้ด้วยการเน้นไปที่หนึ่งในสามประเด็นดังต่อไปนี้กันดูดีกว่า

คำถามสัมภาษณ์งาน ทำไมถึงเปลี่ยนงานถ้าไม่มีความสุขกับงานที่ทำ

คำถามสัมภาษณ์งาน ทำไมถึงเปลี่ยนงานถ้าไม่มีความสุขกับงานที่ทำ

ตัวเอง

เช่น คุณต้องการเปลี่ยนงานเพื่อความก้าวหน้า เพื่อโอกาสในหน้าที่การงานที่เพิ่มขึ้น หรือเพื่อตำแหน่งที่ใหญ่ขึ้น

ตัวงาน

ตัวเนื้องานที่สมัครมีความน่าสนใจและความท้าทาย อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้คุณได้ใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ เช่น ได้ใช้ภาษาต่างประเทศ มีการเดินทาง การติดต่อกับต่างชาติ มีโอกาสได้ทำโปรเจคใหญ่ระดับประเทศ

ตัวบริษัทที่สมัครงาน

หากเป็นบริษัทใหญ่ คุณสามารถกล่าวถึงความมั่นคง ระบบที่ดี ความภาคภูมิใจที่ได้อยู่องค์กรระดับชาติ หรือแม้จะเป็นบริษัทเล็ก ก็ยังสามารถเปิดโอกาสให้คุณทำงานอย่างครบวงจรมากขึ้น หรือได้ทำงานที่เฉพาะทางมากขึ้น

ไม่มีคำตอบตายตัวสำหรับคำถามนี้ แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้เหตุผลไหนเป็นหลักในการตอบ อย่าลืมว่าคำตอบของคุณจะต้องเป็นเหตุผลที่แท้จริงสำหรับตัวคุณด้วย เพียงแต่แทนที่จะเน้นที่เรื่องลบ เราอยากให้คุณเน้นมองไปที่มุมบวกและอนาคต มองไปถึงสิ่งที่คุณสามารถมอบให้บริษัทใหม่ และสิ่งที่คุณหวังจะได้รับจากบริษัทใหม่มากกว่า อย่างไรก็ตาม คุณสามารถดูสถานการณ์ของผู้สัมภาษณ์ได้เช่นกัน บางครั้งการบอกเหตุผลออกไปตรง ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพียงแต่ต้องระวังเลือกใช้คำพูดให้สุภาพและบอกข้อมูลตามความเป็นจริง ไม่เสริมแต่งด้วยอารมณ์จนกลายเป็นความดราม่า

สุดท้ายแล้ว เหนือกว่าคำตอบใด ๆ การสื่อสาร บุคลิกภาพ คุณสมบัติและความสามารถของคุณต่างหาก ที่จะส่งผลต่อบริษัทใหม่ในการพิจารณารับคุณเข้าทำงานหรือไม่ อย่ากังวลที่คำถามใดคำถามหนึ่งมากจนเกินไป ตอบคำถามสัมภาษณ์งานต่าง ๆ ด้วยทัศนคติในแง่บวก และเตรียมตัวให้พร้อม มีการซ้อมก่อนการสัมภาษณ์งานจริง ทั้งหมดนี้จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณทำได้ดีไม่ว่าจะเจอคำถามแบบไหนแน่นอน