นักช้อปออนไลน์ในไทย ต้องการความรวดเร็วยกระดับการบริการให้ดีขึ้น

ผู้บริโภคออนไลน์ ในประเทศไทยจะผิดหวังมากที่สุดกับการส่งมอบสินค้าที่ไม่ถูกต้อง และไม่ได้รับสินค้าอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่พวกเขาต้องการ นักช้อปออนไลน์ในไทย กว่า 55% ของผู้ตอบแบบสอบถามชี้ให้เห็นว่า “ไม่ได้รับสิ่งที่พวกเขาคาดหวัง” ซึ่งมากที่สุด ในขณะที่ 48% จะผิดหวังกับการส่งมอบสินค้าล่าช้า ความผิดหวังของนักช้อปออนไลน์อันดับที่สามคือ ไม่สามารถคืนสินค้าได้โดยง่าย โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 45% ระบุว่า ความลำบากในการเปลี่ยนคืนสินค้าคือสิ่งที่หนักใจ โดยผู้บริโภคหนึ่งในสามมีแนวโน้ มไม่กลับมาเป็นลูกค้าอีก หากมีการจัดส่งสินค้าล่าช้าเกิดขึ้น

นักช้อปออนไลน์ในไทย

นักช้อปออนไลน์ในไทย ต้องการความรวดเร็วยกระดับการบริการให้ดีขึ้น

แมนฮัตตันคาดว่า ช่องว่างระหว่างความต้ องการของผู้บริโภค และความสามารถของร้านค้าปลี กจะยังคงมีมากขึ้น และกว้างขึ้น การศึกษาพบว่านักช้อปจำนวน 88% ต้องการได้รับบริการจัดส่งสินค้ าภายในวันเดียวกันกับการสั่งซื้ อ อย่างไรก็ตามร้านค้าปลีกทั้ งหลายกำลังพยายามดิ้นรนที่จะให้ บริการส่งสินค้าที่รวดเร็วนี้ แม้ว่าจะมีเพียงลูกค้าหนึ่งในสี เท่านั้นที่ใช้บริการนี้เป็ นประจำ บริการส่งสินค้าอื่นที่ถูกระบุ โดยผู้บริโภคคือ “การได้รับสินค้าภายใน 2 ชั่วโมงที่จุดหมายปลายทาง” (60%) และ”การสามารถรับสินค้าในจุดที่ กำหนด เช่นรับที่ร้านค้า หรือซุปเปอร์มาร์เก็ต” (34%)

นักช้อปชาวไทยจัดอันดับให้ “ความรวดเร็ว/ ความสะดวกสบายในการสั่งซื้อ” และ ”โปรโมชั่นที่บ่อยครั้ง” คือปัจจัยที่สำคัญที่จะโน้นน้ าวให้พวกเขาซื้อสินค้าออนไลน์ มากขึ้น ผู้ค้าปลีกที่ไม่สามารถให้บริ การได้รวดเร็วเพียงพอหรือผู้ที่ ไม่สามารถเสนอโปรโมชั่นได้บ่ อยครั้งอาจต้องพ่ายแพ้แก่ผู้ที่ สามารถให้บริการได้รวดเร็ว และ ผู้ที่ทำการตลาดมากกว่าได้ 77% ของผลการสำรวจระบุว่าความน่าเชื่ อถือในการจัดส่งสินค้าจะทำให้ผู้ บริโภคมีความจงรักภักดีในแบรนด์ ซึ่งความสามารถในการจัดส่งสินค้ าตามกำหนด และความสามารถในการทำเช่นนี้ จะสามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่ องถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรั บความสำเร็จในธุรกิจระยะยาว

นายริชาร์ด ไรท์ กรรมการผู้จัดการ แมนฮัตตัน แอสโซซิเอสประจำภูมิภาคเอเชี ยตะวันออกเฉียงใต้  กล่าว “จากความต้องการของลูกค้าที่เพิ่ มสูงขึ้น และตัวเลือกในการบรรลุ ความคาดหวังที่รวดเร็วขึ้น จะเพิ่มความตึงเครียดให้กับระดั บสินค้าคงคลัง และผลประกอบการของบริษัท ร้านค้าปลีกจำนวนมากที่มีข้อมู ลไม่ถูกต้องเพียงพอ และขาดการเข้าถึงข้อมูลสินค้ าคงคลังแบบเรียลไทม์ กำลังเผชิญกับการดำเนินงานเพื่ อให้บรรลุการสั่งซื้อสินค้าอย่ างไม่มีประสิทธิภาพ และจัดการช่องทางต่างๆแบบเอกเทศ จะนำไปสู่การจัดส่งสินค้าที่ผิ ดพลาด การให้บริการที่ไม่มีคุณภาพ และไม่ก่อให้เกิดผลกำไร รวมถึงลูกค้าที่ไม่พึงพอใจ ซึ่งจะทำให้ลูกค้าหันไปซื้อสิ นค้าที่อื่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ ได้”

นายริชาร์ด ไรท์ กล่าวเสริมอีกว่า “สัดส่วนของร้านค้าปลีกที่ พยายามดิ้นรนจะสร้ างผลกำไรในการจัดส่งสินค้า และตกเข้าไปสู่ช่องว่ างของการทำกำไรมีอยู่เป็ นจำนวนมาก ร้านค้าปลีกเหล่านี้ พยายามจะตอบสนองความต้ องการของลูกค้าแต่ก็กำลังดำเนิ นการโดยประสบปัญหาด้านค่าใช้จ่ ายที่สูงขึ้น ผลกำไรที่น้อยลง วิธีเดียวสำหรับร้านค้าปลีกที่ จะแก้ไขปัญหานี้คือการดำเนิ นการด้วยความสามารถในการบริ หารการกระจายสินค้าอย่างมีประสิ ทธิภาพ และใช้กระบวนการและเทคโนโลยีที่ สำคัญที่มีความยืดหยุ่นและปรั บขนาดได้ รวมถึงสามารถจัดการปั ญหาเฉพาะสำหรับการจัดการคำสั่ งซื้อของช่องทางออนไลน์ และแบบออมนิ ชาแนลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เป้าหมายในหนึ่งหรือสองปีข้างหน้าร้านค้าปลีกตระหนักว่า พวกเขาจะต้องพั ฒนาระบบและกระบวนการคำสั่งซื้อ อย่างมีประสิทธิภาพ พวกเขายังตระหนักอีกว่า เขาต้องบริหารจัดการเครือข่ายสิ นค้าคงคลัง แบบดึงจากจุดเดียวเพื่อให้ เขาสามารถปรั บความสามารถในการดำเนินการให้ สามารถเข้าถึงสินค้าคงคลังได้ จากทุกๆที่ และประเมินศักยภาพและการทำกำไรของการใช้ขั้ นตอนเหล่านี้เพื่อตอบสนองคำสั่ งซื้อที่เฉพาะเจาะจงได้ โดยงานวิจัยจากแมนฮัตตัน แอสโซซิเอสได้มีการสอบถามประชาชนจำนวน 2,000คน เกี่ยวกับพฤติกรรมในการซื้อสิ นค้าออนไลน์รวมถึงตัวเลือกในการบรรลุความคาดหวังที่ต้องการ

โปรแกรม Surininspire Chef ช่วยบริหารจัดการร้านอาหาร

อะไรคือปัจจัยหลักที่ทำให้ร้านอาหารเดินต่อไปได้บ้าง แน่นอนหลายคนคิดว่าต้องมี ครัว พนักงาน ออเดอร์ แคชเชียร์ และยังต้องมี โปรแกรมร้านอาหาร อีกด้วย การทำร้านอาหารหรือทำงานร้านอาหารนั้นค่อนข้างมีปัญหาจุกจิกเยอะมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการรับออเดอร์ (Order) ตั้งแต่ลูกค้าเริ่มสั่งเมนูส่งไปยังห้องครัวให้เชฟคอยทำอาหารต่างๆ พนักงานบริการจะค่อยเช็คและตรวจสอบความถูกต้องขอรายการอาหารว่าครบและถูกต้องหรือไม่? แล้วรายการทั้งหมดจะถูกคิดเงินที่แคชเชียร์ (Cashier) เพื่อคิดเงิน

ซึ่งทั้งหมดต้องเป้นขั้นตอนและรัดกุมหน่อย หากผิดพลาดมาจะกระทบถึงลูกค้าและสร้างความไม่พอใจได้ แน่นอนถ้าเราเป็นเจ้าของร้านคงไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น จึงต้องคอยหาสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายให้กับพนักงานของเรา โดยเฉพาะการคิดเงินหากคิดพลาดพนักงานและนายจ้างคงไม่แฮปปี้แน่ๆ ให้โปรแกรมร้านอาหารช่วยน่าจะดีกว่า กับโปรแกรม Surininspire Chef ที่ครบครันเรื่องการทำงานตั้งแต่รับออเดอร์ไปจนถึงการคิดเงิน ทั้งยังแจกแจงรายละเอียดได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลรายงานประจำวัน รายงานทั่วไป ที่สามารถเปิดดูได้จากโปรแกรมนี้โดยตรงเลย เอาละไปดูกันดีกว่าว่ามันสามารถทำอะไรได้อีก

โปรแกรม Surininspire Chef ช่วยบริหารจัดการร้านอาหาร

โปรแกรม Surininspire Chef ช่วยบริหารจัดการร้านอาหาร

โปรแกรมตัวนี้จัดเป็นโปรแกรม ที่ถูกออกแบบมาให้สามารถ บริหารจัดการร้านอาหาร หรือแม้แต่ ภัตตาคาร ให้ได้ดียิ่งขึ้น เนื่องจาก มันมาพร้อมกับระบบการจัดการที่รองรับการทำงานที่สำคัญภายในร้าน ไม่ว่าจะเป็น ระบบเจ้าหนี้ ระบบลูกหนี้ ระบบธนาคาร ระบบคลังสินค้า ระบบจองโต๊ะ ระบบซื้อสินค้า และอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งยังสามารถรองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่น อาทิ เครื่องพิมพ์สลิปใบเสร็จความร้อน (Thermal Pinter) หรือลิ้นชักเก็บเงิน (Cash Drawer) หรือแม้แต่เครื่องสแกนบาร์โค้ด (Scan Barcode) ก็สามารถใช้งานได้

Surininspire Chef ยังรองรับการขายสินค้าผ่านเครื่อง Pocket PC หรือสมาร์ทโฟน ได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งผ่าน Wi-Fi ไปเก็บไว้ที่ Server (ข้อมูลไม่ได้เก็บไว้ใน Pocket PC) เพื่อความปลอดภัยและข้อมูลสูญหาย ในตัวโปรแกรมยังรองรับภาษาไทยให้สะดวกในการใช้งานมากขึ้น พร้อมระบบเชิงวิเคราะห์ในตัวที่คำนวนยอดค่าใช้จ่าย ต้นทุน ราคาขาย กำไร ขาดทุน ออกมาจากโปรแกรมได้เลย โดยไม่ต้องนำรายงานออกมาคำนวนที่โปรแกรมอื่นๆ เพิ่มเติม

รองรับการใช้งานในระบบเน็ตเวิร์ค ในหลากหลายรูปแบบ Client-Server, LAN, VPN, Intranet, Internet และยังรองรับการใช้งานหลายเครื่องพร้อมกัน (Multi-User) ได้สบายๆ หมดห่วงเรื่องการทำงานซ้อนกันของผู้ใช้งานไปได้เลย อยากใช้งานสามารถดาวน์โหลดได้แบบ Shareware นะจ้ะ

นวัตกรรม Dyson Supersonic สุดชาญฉลาดเพื่อการตกแต่งทรงผมที่รวดเร็ว

ไดร์เป่าผมทั่วไปมักมีขนาดใหญ่ เทอะทะและมีความยากลำบากในการใช้งาน อีกทั้งยังเป่าลมร้อนในอุณหภูมิที่สูง ซึ่งนั่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เส้นผมถูกทำลายจากความร้อนได้ด้วย นวัตกรรม Dyson Supersonic สุดชาญฉลาด นอกจากนั้นบางเครื่องยังมีความเสี่ยง ที่ทำให้เส้นผมถูกดูดและติดอยู่ข้างในตัวกรอง…ปัญหาต่างๆเหล่านี้ทำให้ทีมวิศวกรของไดสันพยายามที่จะพัฒนาไดร์เป่าผมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ไดร์เป่าผม ไดสัน ซูเปอร์โซนิค ช่วยให้คุณประหยัดเวลาในการตกแต่งทรงผม ใช้เวลารวดเร็วขึ้น โดยเน้นการเป่าลมที่เน้นย้ำเฉพาะจุดและเป็นแรงลมที่ทรงพลัง ทั้งยังออกแบบให้มีด้ามจับที่ถนัดมือ สะดวกต่อการบังคับและใช้งาน ที่สำคัญยังมีเทคโนโลยีที่ชาญฉลาดในการควบคุมอุณหภูมิของลมไม่ให้ร้อนเกินไป จนสามารถทำลายสุขภาพของเส้นผมได้

นวัตกรรม Dyson Supersonic สุดชาญฉลาดเพื่อการตกแต่งทรงผมที่รวดเร็ว

นวัตกรรม Dyson Supersonic สุดชาญฉลาดเพื่อการตกแต่งทรงผมที่รวดเร็ว

ไดสันทุ่มงบลงทุนกว่า 50 ล้านปอนด์ในการพัฒนา ไดสัน ซูเปอร์โซนิค รวมถึงการสร้างห้องปฏิบัติการณ์อันทันสมัยซึ่งออกแบบมาสำหรับการศึกษาศาสตร์แห่งเส้นผมโดยเฉพาะ วิศวกรของไดสันได้ศึกษาเส้นผมตั้งแต่โคนจรดปลาย โดยทำความเข้าใจในวิธีการที่จะตอบสนองต่อแรงเค้น วิธีที่จะรักษาเส้นผมให้ดูดีมีสุขภาพ และวิธีการจัดแต่งทรงผม เป็นเวลากว่า 4 ปีที่ทีมวิศวกรทำการทดสอบผลิตภัณฑ์ไดร์เป่าผม กับเส้นผมประเภทต่างๆ และทำการทดสอบซึ่งจำลองเทคนิคการไดร์ผมที่แตกต่างกันไปทั่วโลก

มอเตอร์ทรงประสิทธิภาพ ไดร์เป่าผม ไดสัน ซูเปอร์โซนิค มีขุมพลังอันทรงประสิทธิภาพจากเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่เป็นสิทธิบัตรเฉพาะของไดสัน นั่นคือ ไดสันดิจิตตอลมอเตอร์ V9 ซึ่งได้รับการพัฒนาคิดค้นจากทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านมอเตอร์ของไดสัน จำนวนมากกว่า 15 คน เพื่อให้สำเร็จเป็น ไดสันดิจิตอลมอเตอร์รุ่นล่าสุด ที่มีขนาดเล็กลง น้ำหนักเบาขึ้น ทว่าทรงประสิทธิภาพในการใช้งานมากยิ่งขึ้น โดยมีพลังในการหมุนได้เร็วกว่ามอเตอร์ของไดร์เป่าผมทั่วไปถึง 8 เท่า จากการที่มีขนาดเล็ก จึงสามารถติดตั้งดิจิตอลมอเตอร์ในตำแหน่งบริเวณด้านจับได้ ทำให้จับถนัดมือ สะดวกในการบังคับและใช้งาน เพราะไดร์เป่าผมทั่วไปมักจะติดตั้งมอเตอร์บริเวณส่วนหัวของตัวเครื่องที่ทำหน้าที่เป่าลม และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกควบคุมการทำงานของไดร์เป่าผมได้ยาก

ปกป้องเส้นผมให้เป็นประกายเงางามอย่างเป็นธรรมชาติ ไดร์เป่าผมทั่วไปจะเป่าลมร้อนออกมาในอุณหภูมิที่สูงมาก โดยเฉพาะเมื่อถือใกล้ศีรษะของคุณ การกระทำเช่นนี้อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่เส้นผมของคุณจากความร้อนที่สูงเกินไป ทั้งนี้ไดร์เป่าผม ไดสัน ซูเปอร์โซนิค มีเทคโนโลยีการควบคุมความร้อนที่ชาญฉลาด ซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ว่าเส้นผมจะไม่สัมผัสกับอุณหภูมิที่สูงเกินไป โดยใช้เทอร์มิสเตอร์ชนิด glass bead (อุปกรณ์ให้ความร้อนแบบอุณหภูมิคงที่ชนิดหนึ่ง) จะทำการวัดอุณหภูมิ 20 ครั้งต่อวินาทีและจะส่งข้อมูลเหล่านี้ไปยังไมโครโพรเซสเซอร์ซึ่งถูกออกแบบมาให้ควบคุมความร้อนด้วยเช่นกัน นับเป็นเทคโนโลยีลิขสิทธิ์เฉพาะของไดสันในการควบคุมอุณหภูมิความร้อนอย่างแม่นยำและเชื่อถือได้ถึง 2 ชั้น

ใช้เทคโนโลยี Air Multiplier™ ซึ่งได้รับการจดสิทธิบัตรจากไดสัน โดยเทคโนโลยีนี้จะทำให้ระดับพลังแรงลมที่ผ่านเข้าสู่มอเตอร์ได้รับการเพิ่มกำลังถึงสามเท่า ทำให้ลมที่เป่าออกมาเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและความรวดเร็ว ไดร์เป่าผมทั่วไปมักจะประสบปัญหาแรงลมที่เบา อ่อน และไม่ต่อเนื่อง ในขณะที่บางเครื่องแม้จะสามารถเป่าลมในระดับที่แรงได้ แต่เป็นความแรงที่ไม่สามารถควบคุมทิศทางได้ ทำให้ไม่สามารถเน้นย้ำได้ตรงกับบริเวณที่ต้องการจัดทรง ทว่าไดร์เป่าผม ไดสัน ซูเปอร์โซนิค สามารถแก้ปัญหาต่างๆเหล่านั้นได้ เพราะสามารถสร้างลมที่มีความแรงอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังเป็นทิศทางลมที่ควบคุมได้และเน้นย้ำได้ตรงจุด โดยทำมุม 20 องศากับเส้นผม เป็นมุมองศาที่เหมาะกับการเป่าผมให้แห้งและการจัดแต่งทรงผม ทำให้คุณสามารถทำให้ผมแห้งและจัดแต่งทรงผมได้ในเวลาเดียวกัน

ทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงเชิงอากาศพลศาสตร์ของไดสัน ได้ศึกษาและเรียนรู้ถึงกระบวนการที่จะทำให้ ไดสัน ซูเปอร์โซนิค ทำงานได้อย่างเงียบที่สุด โดยการใช้ใบพัดมอเตอร์ให้เคลื่อนที่ไปตามแนวแกนหมุน นี่จึงเป็นวิธีช่วยลดแรงหมุนเหวี่ยงที่ปราศจากการควบคุมของทิศทางลม และยังเพิ่มจำนวนใบพัดมอเตอร์เป็น 13 ใบ จากปกติที่ใช้กันเพียง 11 ใบ อีกทั้งทีมวิศวกรของไดสันได้ติดตั้งตัวควบคุมเสียงภายในมอเตอร์ให้มีความถี่ของเสียงอยู่สูงกว่าช่วงเสียงปกติที่มนุษย์จะได้ยิน

NetLink Trust เลือกใช้แอมดอกซ์ เพื่อเพิ่มประสบการณ์ให้ลูกค้า

แอมดอกซ์ ผู้ให้บริการด้านระบบบริการลูกค้า ประกาศว่า NetLink Trust ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารโทรคมนาคมทั่วทั้งประเทศสิงค์โปร์ ได้เลือกแอมดอกซ์ ในการดำเนินธุรกิจในอนาคต (next-generation business) และระบบสนับสนุนการปฏิบัติการ (B/OSS) เพื่อโอนย้ายระบบดั่งเดิมและระบบการจัดการรับสั่งสินค้าแบบอัตโนมัติ อีกทั้งออกแบบการบริการและกระบวนการขนส่งรวมถึงการันตีการบริการด้วยคุณภาพ แอมดอกซ์ โซลูชั่น (Amdocs Solution) มีจุดมุ่งหมายที่จะเชื่อมต่อไฟเบอร์และสามารถปรับปรุงความผิดพลาดได้อย่างถูกต้องแม่นยำและรวดเร็ว นอกจากนี้โซลูชั่นดังกล่าวยังช่วยสร้างประสบการณ์และความน่าเชื่อถือในการสั่งสินค้าสำหรับลูกค้าและผู้ให้บริการทางด้านบรอดแบนด์ได้อีกด้วย

NetLink Trust เลือกใช้แอมดอกซ์ เพื่อเพิ่มประสบการณ์ให้ลูกค้า

NetLink Trust เลือกใช้แอมดอกซ์ เพื่อเพิ่มประสบการณ์ให้ลูกค้า

แอมดอกซ์ยังส่งมอบระบบสนับสนุนการปฏิบัติการ (B/OSS) ที่รวมถึง เว็บไซต์ออนไลน์ ใบแจ้งหนี้ ใบสั่งสินค้า และบริการด้านการรับส่งสินค้า การบริหารแรงงานและ ส่วนประกอบของการรับประกันการบริการ นอกจากนี้ระบบดิจิทัลที่ใช้บนเว็บไซต์สำหรับบริการด้านการรับส่งสินค้า จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการจัดการ แก่ผู้ให้บริการทางด้านบอร์ดแบรนด์เพื่อใช้งานให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าได้ สำหรับโซลูชั่นดังกล่าวที่ซึ่งบำรุงรักษาและสนับสนุนการบริการ จะถูกดำเนินงานภายใต้สัญญาที่ถูกกำหนดไว้หลายปี ซึ่งแอมดอกซ์จะเข้ามามีบทบาทในการเป็นผู้ให้บริการด้านโซลูชั่น ในขณะเดียวกันยังมีบทบาทเป็นผู้ให้บริการและผู้ประสานงานในรับซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ให้กับลูกค้าอีกด้วย

แกรรี อิง(Garry Ng) ผู้อำนวยการฝ่ายไอที กล่าวว่า “ โครงการนี้มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะระบบดังกล่าวสามารถครอบคลุมทุกฟังก์ชั่นทางด้านไอที ที่จะเข้ามาสนับสนุน การเชื่อมต่อของไฟเบอร์สำหรับเครือข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติรุ่นใหม่ล่าสุดของประเทศสิงคโปร์ (Singapore’s Next-Generation Nationwide Broadband Network (NGNBN)) อีกทั้งเรามีจุดมุ่งหมายที่จะนำเสนอ สายสัญญาณระบบเครือข่าย (fiber network) ที่มีประสิทธิภาพในระดับสูงและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งานเครือข่ายในประเทศสิงคโปร์ นอกจากนี้ แอมดอกซ์ โซลูชั่นยังสามารถตอบโจทย์การใช้บริการในครั้งนี้อีกด้วย

เหวยหมิง ลี (Weiming Li) รองประธานและผู้บริหารฝ่ายดูแลลูกค้า แอมดอกซ์ กล่าวว่า “สำหรับโครงสร้างพื้นฐานของ NGNBN ที่ถูกคิดค้นและปฏิบัติการ ได้รับความไว้วางใจในการปรับเปลี่ยนข้อมูลด้านการสื่อสารในประเทศสิงคโปร์ สำหรับโซลูชั่นของเราซึ่งรวมกลุ่มของเหล่าลูกค้าจะสามารถนำมาใช้งานได้ 1 ปี อีกทั้งยังสามารถดำเนินงานทางกระบวนการสั่งงานและนำเสนอการให้บริการ ซึ่งการดำเนินงานครั้งนี้จะช่วยให้เกิดความน่าเชื่อถือและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าและยังช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ที่น่าพึงพอใจของลูกค้าในด้านผู้ให้บริการและผู้ใช้งานขอบรอดแบนด์อีกด้วย คุณภาพการบริการ ให้ดียิ่งขึ้น

The New World of Customer Experience™ ที่นำเสนอนวัตกรรมการบริการส่วนบุคคลให้กับลูกค้าผ่านดีไวซ์และเน็ตเวิร์คทุกรูปแบบ กว่า 30 ปี โซลูชั่นต่างๆจากแอมดอกซ์ ซึ่งประกอบไปด้วย BSS, OSS, การจัดการเน็ตเวิร์ค และ Optimization รวมไปถึงบริการและการจัดการระดับมืออาชีพ ทำให้มูลค่าทางธุรกิจของลูกค้าเติบโตขึ้น โดยการลดความซับซ้อนของของระบบปฏิบัติการ, ลดค่าใช้จ่าย และใช้เวลาสำหรับวางแผนการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการรูปแบบใหม่ๆ

Speedtest บนเว็บสบายๆ บนเว็บไซต์ชั้นนำ

อินเทอร์เน็ตกับยุคปัจจุบันเป็นเรื่องทั่วไปที่ทุกคนเข้าถึงได้แล้ว ไม่ใช่แค่ในกรุงเทพฯ เท่านั้นแม้แต่การเช็ค Speedtest บนเว็บสบายๆ ที่ไม่ว่าใครก็ทำได้ง่ายและไม่ต้องเรียนรู้โปรแกรมอะไรก่อนใช้งานด้วย เนื่องจากความเร็วอินเทอร์เน็ตมีความสำคัญต่อการใช้งานและสิทธิของผู้ขอใช้บริการเองด้วย หากวิ่งไม่เต็มความเร็วหรือใช้งานขัดข้องต้องรีบแจ้งผู้ให้บริการ (ISP) หรือแก้ไขเองเบื้องต้นได้เลยไม่ต้องรอช่างก็มี ซึ่งตรงนี้ขึ้นอยู่กับกรณีที่เจอเช่นกันอย่างไรก็ดี การเช็คสปีดก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบอยู่เรื่อยๆ เพื่อความสะดวกของลูกค้าเองละ

Speedtest บนเว็บสบายๆ บนเว็บไซต์ชั้นนำ

Speedtest บนเว็บสบายๆ บนเว็บไซต์ชั้นนำ

หลายคนน่าจะงงบอกให้เช็คๆ แล้วเช็คยังไงละ? อย่าเพิ่งใจร้อนก่อนอื่นต้องมาดูเว็บไซต์ที่ให้บริการเช็คความเร็วกันก่อน เมืองไทยมีหลายเจ้าที่ให้บริการด้วยกันตั้งแต่ Thaiware, True, 3 Broadband (3BB), Cat Telecom, TOT,  Adslthailand เป็นต้น เพียงเข้าเว็บไซต์ผ่าน URL หลัก หรือผ่าน Search Engine Google ก็ได้ จากนั้นหน้าจอจะมีแถบให้กด TEST เพื่อเริ่มทดสอบความเร็วกันเลย ค่าต่างๆ จะมีหลายส่วนด้วยกันทั้ง Download, Upload, Ping เป็นต้น ซึ่งแต่ละค่ามีผลต่ออินเทอร์เน็ตของเราทั้งหมดแสดงไปถึงค่า Brandwith ที่มี แต่ก็ใช่ว่าจะเร็วเท่ากันทุกครั้งไปนะ เพราะความเร็วนี้ขึ้นอยู่กับตอนขอติดตั้งอินเทอร์เน็ตด้วย ซึ่ง Package แต่ละชุดจะมีความเร็วไม่เท่ากันและแต่ละเจ้าจะให้ความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองค่อนข้างชัดเจน ตรงนี้แอดมินไม่ขอ Comfirm ว่าเจ้าไหนดี แต่จะแค่มาบอกเรื่องการทดสอบความเร็วพอนะจ้ะ

ส่วนใหญ่อินเทอร์เน็ตบ้านทุกวันนี้เริ่มต้นที่ 15 MB ขึ้นไปจนถึง 50MB ซึ่งถือว่าเร็วมากๆ อย่างไรก็ดีควรมั่นเช็คความเร็วจากเว็บไซต์ด้านบนที่จะมี Server ตามประเทศต่างๆ อาทิ Singapore, Hongkong, Thailand, America เป็นต้น แต่ละ server มีความหน่วงเวลาต่างกันยิ่งไกลยิ่งหน่วงมาก มีผลกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตประเภท VDO Call หรือ เล่นเกมส์ต่างประเทศโดยเฉพาะพวก MOBA ที่ต้องใช้งานแบบ Realtime พลาดไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว สำหรับคนที่เล่นอินเทอร์เน็ตทั่วไปเปิดเว็บไซต์ เปิด Youtube อาจจะไม่มีผลกระทบมากนัก และบางครั้งการที่อินเทอร์เน็ตใช้งานไม่ได้อาจเกิดจาก ISP เองหรือทางเราได้ทั้งนั้น เบื้องต้นที่ต้องทำก่อนคือการเข้าอินเทอร์เน็ต หากเข้าได้ตามปกติละก็เตรียมตัวเทสอินเทอร์เน็ตกันได้เลยว่าความเร้วที่วิ่งมาปกติหรือไม่? หากว่าไม่ปกติแล้วละก็ Reset Router เองเลย วิธีก็ง่ายมากเพียงดึงปลั๊กออกแล้วรอประมาณ 1 นาทีค่อยเสียบปลั๊กเพียงเท่านี้อาการเน็ตอืดเล่นเน็ตไม่ได้ก็จะหายไป แต่ถ้ายังไม่หายละก็โทรหาผู้ให้บริการดีกว่าเพื่อให้ช่างเข้ามาจัดการต่อได้เลย

จัดอันดับรายชื่อ Carbon Clean 200 ของ Corporate Knights

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้านการจัดการพลังงานและระบบออโตเมชั่น ได้รับเลือกให้อยู่ในอันดับที่ 4 ของ Carbon Clean 200 ซึ่งเป็นการรวบรวมรายชื่อของบริษัทขนาดใหญ่ที่สุด 200 บริษัททั่วโลก โดยจัดอันดับตามขนาดรายได้รวมจากพลังงานสะอาดขององค์กร

จัดอันดับรายชื่อ Carbon Clean 200 ของ Corporate Knights

จัดอันดับรายชื่อ Carbon Clean 200 ของ Corporate Knights

รายชื่อ Clean 200 ได้รับการตีพิมพ์เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2559 โดย Corporate Knights ซึ่งเป็นนิตยสารสำหรับระบบทุนนิยมที่ขาวสะอาด และ As You Sow องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่รณรงค์เกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร ผ่านการสนับสนุนของผู้ถือหุ้น (shareholder advocacy) และความร่วมมือที่เป็นหนึ่งเดียว โดยจุดมุ่งหมายคือการก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่กว้างขวาง และมีพลัง ในกรณีว่านักลงทุนจะสามารถช่วยกันสรรค์สร้างเศรษฐกิจพลังงานแบบยั่งยืน (clean energy economy) และจะประเมิน พร้อมทั้งให้ความสำคัญแก่บริษัทที่มีการปรับเปลี่ยนด้านการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่องได้อย่างไร

ผลักดัน “การสร้างนวัตกรรมในทุกระดับ” (Innovation at Every Level) เพื่อความยั่งยืน
การจัดอันดับคือผลการยอมรับในพันธสัญญาของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ในการนำเสนอโซลูชันนวัตกรรมที่ช่วยจัดการปัญหาความขัดแย้งด้านพลังงาน ระหว่างการสร้างสมดุลของปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากวงจรของผลิตภัณฑ์หรือบริการ (Carbon Footprint) กับสิทธิมนุษยชนที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ในการใช้พลังงานที่มีคุณภาพ ชไนเดอร์ อิเล็ค ทริค และพนักงานต่างช่วยกันผลักดันให้เกิดการสร้างนวัตกรรมในทุกลำดับชั้นผ่านการจัดการพลังงานที่เชื่อมโยงถึงกัน รวมทั้งเทคโนโลยีการทำงานโดยอัตโนมัติรูปแบบต่างๆ ที่เปลี่ยนโฉมใหม่ให้กับอุตสาหกรรม เปลี่ยนเมือง และช่วยให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สำหรับชไนเดอร์ อิเล็คทริค เราเรียกสิ่งนี้เหล่านี้ว่า “Life is On”

“เราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งถึงการยอมรับในครั้งนี้ ที่ชไนเดอร์ อิเล็คทริค การคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเดินหน้าไปไกลกว่าความพยายามที่จะคงไว้ซึ่งการลดขนาดของปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากผลิตภัณฑ์ (carbon footprint) โดยแนวคิดดังกล่าวถูกฝังอยู่ในทุกสิ่งที่เราทำ เริ่มต้นจากกลยุทธ์การดำเนินงาน การวิจัยและพัฒนา ลงมาจนถึงคุณค่าที่เรามอบให้กับลูกค้าของเรา” เอมมานูเอล ลาการ์ริเก้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายกลยุทธ์ของชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าว แทค ไลน์ (tagline) ที่ใช้ในงาน วันสิ่งแวดล้อมโลก (Global Environment Day) ที่ผ่านมา ในการเชิญชวนให้พนักงานทั้ง 160,000 คน ร่วมฉลองความสำเร็จ และนวัตกรรมสำหรับสิ่งแวดล้อม คือ « A Passion for Green Growth »: ที่น่าจะสรุปได้ถึงมุมมองที่เรามีต่อสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี”

ในเดือนพฤศจิกายน 2558 หนึ่งวันก่อนการประชุม COP21 ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้ปรับวัตถุประสงค์ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์กรให้เพิ่มสูงขึ้นด้วยเป้าหมายในการสร้างสมดุลทางคาร์บอน (carbon neutrality) สำหรับบริษัท และระบบนิเวศในอีก 15 ปีข้างหน้า ผ่านผลิตภัณฑ์ โซลูชัน งานวิจัยและพัฒนา และการปฏิบัติการทางอุตสาหกรรม ซึ่งพันธสัญญาเหล่านั้นรวมไปถึง
– การประเมินผลกระทบของคาร์บอน 100% ที่มีต่อโครงการของลูกค้ารายสำคัญ
– การออกแบบการนำเสนอใหม่ทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ด้วยการใช้ Schneider ecoDesign Way™ และบรรลุมาตรฐาน Green Premium™ standard ของบริษัทฯ สูงถึง 75 เปอร์เซ็นต์ของธุรกิจ
– การหลีกเลี่ยงการสร้างคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ปริมาณ 120,000 ตัน ด้วยการแนะนำผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาโดยคำนึงถึงการใช้งานผลิตภัณฑ์จนถึงบั้นปลาย หรือ “End of Life” product ให้สอดคล้องตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน
– การช่วยเหลือประชากรมากกว่า 50 ล้านคนที่ฐานของปิรามิดเศรษฐกิจ ให้สามารถเข้าถึงไฟฟ้า และการติดต่อสื่อสารในอีก 10 ปีข้างหน้าผ่านโซลูชันคาร์บอนต่ำ

ศักยภาพชไนเดอร์ อิเล็คทริคในด้านสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาแบบยั่งยืนถูกรายงานทุกไตรมาสผ่านกระบวนการวัดขององค์กรที่เรียกว่า Planet & Society barometer ทั้งนี้ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่องโดยองค์กรภายนอกถึงความรับผิดชอบที่มีต่อสังคม และคำปฏิญาณที่มีต่อลูกค้า และพนักงานขององค์กร

แมนฮัตตัน แอสโซซิเอทส์ คาดโมบายคอมเมิร์ช พัฒนานวัตกรรมการค้าปลีก

การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของลักษณะการค้าปลีกที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เน้นการซื้อสินค้าแบบเป็นส่วนตัวมากขึ้น และความแพร่หลายของการใช้บริการโมบาย คาดโมบายคอมเมิร์ช นำไปสู่ความท้าทายท และเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างนวัตกรรม และกลยุทธ์ของการค้าปลีกในปี 2016 ไปจนถึงปี 2017 ภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิค ยังคงเป็นภูมิภาคทีมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกที่รวดเร็ว ทางด้านตลาดแรงงานซึ่งรายได้การเติบโตเป็นไปตามที่คาดคิดไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในด้านการใช้จ่ายซื้อสินค้าของผู้บริโภค และการเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วของร้านค้าปลีก ที่ต้องการตอบสนองต่อความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าอีกด้วย มิสเตอร์ริชาร์ด ไรท์, กรรมการผู้จัดการ บริษัท แมนฮัตตัน แอสโซซิเอสท์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “เมื่อลูกค้ามีความต้องการในการซื้อสินค้าเพิ่มมากขึ้น ความคาดหวังในการได้รับประสบการณ์การซื้อสินค้าที่เป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น และการเพิ่มขึ้นของการใช้สมาร์ทโฟนในการซื้อสินค้า เป็นผลให้ธุรกิจค้าปลีกมีการปรับเปลี่ยนขั้นพื้นฐานภายในช่วงเวลา 12 เดือนที่จะมาถึงนี้ ดังนั้น ผมขอกล่าวถึงปัจจัย 5 ข้อที่ธุรกิจค้าปลีกควรคำนึงถึง ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การช่วยให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ แต่ยังช่วยผลักดันให้ธุรกิจเติบโต และสร้างผลกำไรได้มหาศาล

แมนฮัตตัน แอสโซซิเอทส์ คาดโมบายคอมเมิร์ช พัฒนานวัตกรรมการค้าปลีก

แมนฮัตตัน แอสโซซิเอทส์ คาดโมบายคอมเมิร์ช พัฒนานวัตกรรมการค้าปลีก

1. เปิดประสบการณ์ใหม่ในการช้อปปิ้งรูปแบบส่วนตัว

ปิดฉากการซื้อสินค้าแบบไม่มีความรู้ใดๆเกี่ยวกับสินค้าไปโดยสิ้นเชิง เมื่อย้อนกลับไปดูก่อนหน้ายุคดิจิตัล ที่การซื้อสินค้าแบบส่วนตัวเป็นที่นิยมและประสบความสำเร็จ บรรดาร้านค้าปลีกทั้งหลาย ต่างหันมาให้ความสนใจเกี่ยวกับการจัดเก็บสินค้า โดยตระหนักถึงความคาดหวังที่เพิ่มมากขึ้นของลุกค้า และการให้บริการในการซื้อสินค้าแบบส่วนตัว เพื่อนำเสนอความแตกต่างจากที่ลูกค้าเคยสัมผัสมา แต่การปรับเปลี่ยนดังกล่าวนจะเป็นอย่างไรต่อไป? นับตั้งแต่แนวคิดที่สร้างสรรค์ การคิดค้นสูตรอาหารของแต่ละคน ไปจนถึงการจดรายการส่วนประกอบอาหารจากซุปเปอร์มาร์เก็ต
จากที่เคยประสบมา ลูกค้ามักได้แรงบันดาลใจมาจากแฟชั่นที่เป็นที่แนะนำ ร้านค้าปลีกต่างๆ จึงมีโอกาสในการปรับเปลี่ยนภายในร้านค้าของตน
เพื่อรับมือกับการตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ร้านค้าปลีกต้องกำหนดบทบาทใหม่ของร้านค้า โดยการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อขับเคลื่อน ยกระดับการให้บริการ และ บริหารจัดการกำไร นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมยังทำให้พนักงานมีส่วนช่วยสนับสนุนการสร้างคุณค่าของแบรนด์ และส่งมอบประสบการณ์การให้บริการแบบส่วนตัวได้ในทุกช่องทาง

2. กำหนดหน้าที่ของพนักงานขายในร้านค้า
ไม่ว่าจะเป็นสสินค้าลดราคา หรือสินค้าแบรนด์เนม ร้านค้าปลีกต้องเข้าใจวิธีการสำคัญในการสร้างประสบการณ์ในการซื้อสินค้า และเมื่อลูกค้าให้ความสนใจ พนักงานขายของร้านค้า จะต้องให้ความรู้ และมีทักษะ ในการส่งมอบประสบการณ์การซื้อสินค้าที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าได้ หากมีความผิดพลาดอาจส่งผลให้ลูกค้าเกิดความไม่พอใจ และมีการร้องเรียนตามมา
ร้านค้าปลีกส่วนใหญ่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาความไม่พอใจดังกล่าวได้ ด้วยการให้ความรู้แก่พนักงาน ซึ่งพนักงานไม่ควรรู้เพียงแค่ข้อมูลของผลิตภัณฑ์ แต่เพื่อมอบประสบการณ์การซื้อสินค้าที่ดีให้แก่ลูกค้า พวกเขาจำเป็นต้องรู้ข้อมูลเกี่ยวกับสต๊อกสินค้า คลังสินค้าและช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งหมด เพื่อให้พนักงานขายสามารถขายสินค้าที่มีอยู่ได้ทั้งหมด ไม่ใช่เพียงแค่การขายสินค้าที่มีอยู่ในร้านค้าเท่านั้น การให้ข้อมูลที่ชัดเจนแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับการจัดเก็บสินค้า และความสามารถในการจัดส่งสินค้า เช่น สามารถจัดส่งได้ในวันถัดไปหลังจากที่สั่งซื้อสินค้า โดยจังส่งให้ที่บ้านจะยิ่งทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้น

3. ยอมรับในพลังของเจนเนอเรชั่นวาย

จากผลสำรวจพบว่า เจนเนอเรชั่นวาย มีการเชื่อมต่อกับโลกดิจิตัลในอัตราที่สูงขึ้น นั่นหมายความว่า พวกเขาปฎิบัติตัวต่อสมาร์ทโฟน เสมือนเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว โดยมักเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตตลอดเวลา ซึ่งความสามารถในการตอบสนองความต้องการได้แบบทันทีจากโลกออนไลน์เหล่านี้ ทำให้เรา รู้ถึงความต้องการของนักช็อปออนไลน์ที่นับวันยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้น
ในนี้ที่เป็นยุคเจนเนอเรชั่นวาย เราสามารถนำประสบการณ์ที่รับรู้จากความต้องการของผู้บริโภค มาช่วยพัฒนากลยุทธ์ในการทำธุรกิจค้าปลีกได้ดียิ่งขึ้น โดยในประเทศไทยคิดเป็นอัตราส่วน 32 % ของกลุ่มคนในยุคเจนวาย ที่จะช่วยขับเคลื่อนให้เกิดระบบการใช้เงินแบบใหม่ นั้นคือ Cashless systems หรือระบบไร้เงินสด และหากร้านค้าปลีกไม่สามารถนำเสนอความสะดวกสบายในระบบชำระเงิน ก็มีโอกาสสูงมากที่จะไม่ได้รับความสนใจจากลูกค้าในกลุ่มเจนวาย

4. การนำเทคโนโลยีจากสมาร์ทโฟนมาใช้ เพื่อให้เกิดความสำเร็จทางการค้า

จากผลสำรวจพบกว่า มียอดการซื้อสินค้าผ่านทางสมารท์โฟนถึง 66% มากกว่าจำนวนสถิติของผู้ซื้อสินค้าตามร้านค้าทั่วไป นี่คือความสำเร็จของร้านค้าที่นำกลยุทธ์นี้มาใช้ อย่างไรก็ตาม บทบาทสำคัญของสมาร์ทโฟนที่มีมากกว่านั้นคือ การเป็นช่องทางการชำระเงินค่าสินค้าซึ่งนับเป็นช่องทางที่มีศักยภาพ มากกว่าช่องทางอื่นๆ

นอกจากนี้ สมาร์ทโฟนไม่จำเป็นต้องหยุดอยู่ที่ลูกค้าเพียงเท่านั้น พนักงานขาย ก็สามารถใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ในการส่งมอบประสบการณ์ในการซื้อสินค้าได้เป็นอย่างดี รวมถึงแท็บเล็ต พนักงานขาย สามารถส่งมอบบริการที่ดี เพื่อเพิ่มประสบการณ์การซื้อขายแบบครบวงจร
โดยใช้ช่องทางดิจิตัล พนักงานขาย สามารถเข้าถึงแคตตาล็อกสินค้าออนไลน์
ซึ่งมีประวัติการเข้าชมสินค้าของลูกค้า โดยสามารถดูได้จากช่องทางประวัติสินค้าที่เคยซื้อแล้ว รายการสินค้าที่ต้องการ ตระกร้าสินค้าออนไลน์ และประวัติการคืนสินค้า เป็นต้น ความสามารถต่างๆ เหล่านี้ จะช่วยให้เกิดความง่าย ในการเลือกซื้อสินค้า และมีประสิทธิภาพสูงสุด ที่จะเช็คจำนวนสินค้าคงเหลือได้

5. การจัดส่งที่รวดเร็ว และการรับคืนสินค้า

ทั้งการซื้อสินค้าทางช่องทางออนไลน์ และซื้อสินค้าจากร้านค้า ราคาคือสิ่งงสำคัญที่ผู้ซื้อจะคำนึงถึงเป็นอันดับแรก โดยวัดได้ 67% ของผู้ซื้อทั้งหมด และสิ่งที่สำคัญถัดมาคือการจัดส่งที่รวดเร็ว วัดได้ที่ 51% และความยืดหยุ่นในการคืนสินค้าอยู่ที่ 42% จัดเป็นอันดับ 2 และอันดับ 3 ตามลำดับ จากข้อมูลนี้สามารถสรุปได้ว่า ร้านค้าปลีกส่วนใหญ่ไม่ได้แข่งขันกันที่ราคา จะเน้นการแข่งขันทางด้านความรวดเร็วในการจัดส่งสินค้า นี่คือนโยบายที่จะช่วยตอบแทนลูกค้า และเป็นความสะดวกสบายที่ร้านค้าจะมอบให้แก่ลูกค้าได้

หากเราให้ความสำคัญกับ 5 กลยุทธ์นี้ จะช่วยให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในด้านการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า และเพิ่มความเชื่อมั่น ผลกำไร และเพิ่มโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจได้อีกด้วย และเมื่อมีการนำเทคโนโลยี มาใช้อย่างถูกทาง จะสามารถทำให้ธุรกิจค้าปลีก ประสบความสำเร็จได้ตั้งแต่ปี 2016 นี้ เป็นต้นไป

งานธนาคารบริการ ที่มากกว่าถอนและรับฝากเงิน

เมื่อเอ่ยถึงงานธนาคาร หลายคนจะเข้าใจไปว่า เป็นงานของพนักงานธนาคารที่ให้บริการ รับฝาก-ถอน หรือเปิดปัญชีเพียงอย่างเดียว แต่งานธนาคารยังมีอีกหลายตำแหน่งที่ให้บริการที่ให้เราได้ใช้บริการ ไม่ว่าจะประกอบอาชีพ ฟรีแลนซ์ แม่บ้าน พนักงานออฟฟิส หรือผู้บริหารก็ตาม อีกทั้งยังมีตำแหน่งงานอีกหลายตำแหน่งที่เปิดรับบุคลากรเข้าไปร่วมงานในองค์กร เพียงแต่เราต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจสมัครงาน โดยดูว่าเรามีงานที่ตรงกับความต้องการในตำแหน่งงานเหล่านั้นหรือไม่ธนาคารแต่ละแห่งจะมีธุรกิจหลัก ๆ ที่ให้บริการอยู่หลายด้าน ตำแหน่งงานธนาคาร จึงแบ่งออกเป็นหลายประเภท ตามลักษณะการให้บริการของธนาคาร อาทิ งานบริการด้านการเงิน งานบริการลูกค้า งานบริการด้านบัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ งานบริการรับฝากเงิน งานบริการด้านการบริหารสินทรัพย์ งานสินเชื่อพาณิชย์ งานบริการบริหารเงินสด งานการบริการเงินทุน งานบริการด้านหลักทรัพย์ และงานบริการด้านเงินกู้สำหรับธุรกิจ

งานธนาคารบริการ ที่มากกว่าถอนและรับฝากเงิน

งานธนาคารบริการ ที่มากกว่าถอนและรับฝากเงิน

ตำแหน่งงานธนาคารเปิดรับสมัครผู้เรียนจบมาจากหลากหลายสาขา เพราะโอกาสที่จะได้งานธนาคารนั้นค่อนข้างกว้าง หากทำงานด้านการเงิน ผู้ที่เรียนจบมาจากคณะบริหารธุรกิจบัณฑิต (สาขาการเงิน) หรือ เศรษฐศาสตรบัณฑิต (สาขาเศรษฐศาสตร์การเงิน) ก็มีโอกาสที่จะได้งานนี้ หรือสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการธนาคาร เช่น คณะบริหารธุรกิจ (สาขาการเงิน และการธนาคาร) คณะวิทยาการจัดการ (สาขาการเงิน และการธนาคาร) คณะเศรษฐศาสตร์ (สาขาการเงิน และการธนาคาร)

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าต้องการสมัครงานธนาคารตำแหน่งอะไร เพราะคนหางานที่เรียนจบมาต่างสาขา แต่คิดว่าตนเองมีคุณสมบัติตรงกับที่นายจ้างต้องการ ก็สามารถสมัครงานธนาคารได้ เพราะอาจจะมีงานบางตำแหน่งที่เปิดกว้าง และพร้อมที่จะรับคนหางานที่ไม่ได้เรียนจบมาโดยตรง ดังนั้นเวลาหางานจึงต้องดูให้รอบคอบว่าเรามีคุณสมบัติตรงกับงานตำแหน่งนั้นจริง ๆ คุณสมบัติของผู้ที่ทำงานธนาคาร เพราะงานธนาคารไม่ได้มีเพียงแค่งานให้บริการรับฝาก ถอนเงิน เพียงอย่างเดียว ดังนั้นผู้ที่กำลังหางานด้านนี้จึงต้องเตรียมตัวให้พร้อม และมั่นใจว่าตนเองมีคุณสมบัติ เหล่านี้

  • มีความรู้ความสามารถตรงกับตำแหน่งงานที่ทำ
  • บุคลิกภาพดีน่าเชื่อถือ
  • มีใจรักในงานบริการ
  • มีความขยัน และอดทน
  • มีความสามารถด้านการสื่อสาร
  • สามารถทำงานภายใต้แรงกดดันได้
  • มีความละเอียดรอบคอบในการจัดการข้อมูล
  • ลักษณะงานที่เกี่ยวข้องกับงานธนาคาร
  • ให้บริการทางด้านการบัญชี เปิดปิด บัญชี
  • หาลูกค้าสำหรับลงทุน ทั้งการทำประกันภัย ประกันชีวิต
  • ให้บริการทางการเงิน
  • ให้ความรู้เกี่ยวกับการเงิน การลงทุน
  • รับผิดชอบจัดทำรายการประจำวันของธุรกรรมทางการเงิน
  • ติดต่อประสานงานทางด้านข้อมูลการรับ-จ่ายเงินกับคู่ค้า
  • วางแผนและวิเคราะห์ทางการเงินการบริหารเงินทุน
  • ควบคุมและติดตามบัญชีลูกหนี้

งานธนาคาร เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่สนใจประกอบอาชีพเกี่ยวกับการเงิน งานด้านนี้ เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ต้องอาศัยความสามารถของพนักงานในการดึงดูดลูกค้าให้มีจำนวนเพิ่มขึ้น และเกิดความสนใจลงทุนกับธนาคาร ทั้งการฝากเงิน การกู้เงิน และการลงทุนต่าง ๆ ที่ธนาคารให้บริการ

Sandisk ออกแบบการ์ด ที่เหมาะกับ Lifestyle

เวิสเทิร์น ดิจิตอล คอร์เปอร์เรชั่น (NASDAQ: WDC) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีและโซลูชั่นการจัดเก็บข้อมูล ยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์เทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว Sandisk ออกแบบการ์ด ที่เหมาะกับ Lifestyle ของสมาร์ทโฟน ซึ่งยังมีความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งความรวดเร็วและพื้นที่การจัดเก็บข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้นเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้มือถือของตนเอง โทรศัพท์มือถือยังคงเป็นอุปกรณ์หลักสำหรับการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตในประเทศไทย ผู้ใช้สมาร์ทโฟนจึงต้องการความจุที่มากเพียงพอต่อการถ่ายภาพและบันทึกภาพในทุกๆ เหตุการณ์ ทั้งยังสามารถรับชมหรือฟังสื่อต่างๆได้เป็นจำนวนมากและรวดเร็วเท่าที่ต้องการ อย่างไรก็ตามสมาร์ทโฟนยังคงมีพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลที่จำกัด จึงทำให้มีบ่อยครั้งที่ผู้ใช้งานต้องเลือกซื้อการ์ดความจำสำหรับมือถือมาเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูล

การ์ดความจำสำหรับมือถือมีอย่างมากมาย หลากหลายประเภท ซึ่งมีความแตกต่างกันด้วยความเร็วในการเขียนข้อมูลและพื้นที่สำหรับจัดเก็บข้อมูล จึงอาจกลายเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อการ์ดความจำที่ดีที่สุดและเหมาะสำหรับความต้องการของตนเอง คุณเจษฎา ภวภูตานนท์ ผู้จัดการการตลาดและการค้าปลีกแซนดิสก์ ประจำประเทศไทย บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล คอร์ปอเรชั่นได้ กล่าวว่า สิ่งแรกที่ผู้ใช้งานควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการเลือกซื้อการ์ดความจำสำหรับมือถือ คือ คุณสมบัติของสมาร์ทโฟนท่านใช้งานอยู่ “ผู้ใช้งานควรคำนึงว่ากิจกรรมประเภทไหนที่เขามักใช้งานบนสมาร์ทโฟน รวมถึงแนวโน้มในการใช้พื้นที่ในการเก็บข้อมูล ยกตัวอย่างเช่น สำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่ต้องการใช้มือถือในการบันทึกวิดีโอที่มีประสิทธิภาพสูง ผู้ใช้จึงควรเลือกใช้การ์ดความจำที่สามารถให้ความมั่นใจได้ว่าพร้อมจะประมอบความรวดเร็วในการเขียนข้อมูลได้ดี” คุณเจษฎากล่าว

Sandisk ออกแบบการ์ด ที่เหมาะกับ Lifestyle

Sandisk ออกแบบการ์ด ที่เหมาะกับ Lifestyle

แซนดิสก์ช่วยผู้บริโภคเลือกการ์ดความจำให้เหมาะกับการใช้งาน Speed Class เป็นคุณสมบัติของการ์ดความจำสำหรับมือถือที่ให้ประสิทธิภาพสูงในการบันทึกวิดีโอ ซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ Speed Class สำหรับวิดีโอความละเอียดระดับมาตรฐาน ระดับ HD ระดับ Full HD รวมถึงแบบ UHS ที่ให้ความเร็วอันทรงประสิทธิภาพสำหรับวิดีโอความละเอียดระดับ Full HD และ 4K UHD Video โดยล่าสุดสมาคมผู้ผลิตอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการ์ด SD (SD Association) ได้ประกาศเปิดตัว Speed Class แบบใหม่ คือ Video Speed Class (V) เพื่อบ่งบอกถึงความละเอียดที่แตกต่างกันของวิดีโอ และฟีเจอร์ในการบันทึก รวมถึงกลุ่มภาพเสมือนจริง (virtual reality content) การจับภาพแบบ 360 องศา (360 capture) และ วิดีโอความละเอียดระดับ 8K เป็นต้น

คุณเจษฎา ได้กล่าวต่อว่า หากสมาร์ทโฟนของผู้ใช้งานสามารถรองรับวิดีโอ 4K และมีความต้องการบันทึกวิดีโอแบบ 4K อีกจำนวนมาก พวกเขาควรเลือกการ์ดความจำรุ่น SanDisk Extreme หรือ SanDisk Extreme PRO microSDXC™ ซึ่งมาพร้อมกับโลโก้ U3 ซึ่งตรงกับคุณสมบัติของโลโก้ V30 ที่มาจาก V Class และรองการบันทึกวิดีโอแบบ 4K อีกด้วย สำหรับผู้ที่ใช้สมาร์ทโฟนที่รองรับการบันทึกวิดีโอแบบ Full HD ควรเลือกใช้การ์ดความจำรุ่น SanDisk Ultra microSD ซึ่งมีโลโก้ C10 “หากว่าการ์ดความจำที่คุณเลือกซื้อไม่สามารถเล่นวิดีโอที่คุณบันทึกไปได้อย่างราบรื่น คุณก็อาจประสบปัญหาวิดีโอกระตุก (Dropped frames) ในขณะที่ดูวิดีโอ ซึ่งจะทำให้ภาพบางส่วนอาจขาดหายไปหรือเกิดการกระตุกค้างได้ ซึ่งอาจรวมถึงการบันทึกภาพที่คลาดเคลื่อนหรือมีจุดภาพที่รบกวน ที่ล้วนแต่เป็นผลจากการเลือกซื้อการ์ดความจำที่ผิดประเภท” คุณเจษฎากล่าวเสริม ทั้งนี้ความเร็วของการ์ดความจำยังสามารถบ่งบอกถึงความเร็วในการดาวน์โหลด การโอนถ่ายข้อมูล และการเข้าถึงข้อมูล ตัวอย่างเช่น การโอนถ่ายไฟล์ภาพยนตร์บลูเรย์ ที่อาจต้องใช้เวลามากถึง 91 นาที หากใช้การ์ดความจำที่มีความเร็วเพียง 4MB ต่อวินาที แต่หากถ่ายโอนข้อมูลเดียวกันด้วยการ์ดความจำที่มีให้ความเร็ว 95 MB ต่อวินาที ก็จะใช้เวลาถ่ายโอนเพียง 4 นาทีเท่านั้น

กลุ่มการ์ดความจำประสิทธิภาพสูงของแซนดิสก์
การ์ดความจำประสิทธิภาพสูงของแซนดิสก์มีวางจำหน่ายแล้วในประเทศไทย การ์ดความจำ microSD ที่มอบความเร็วที่สุดในโลกอย่าง SanDisk Extreme PRO microSDXC UHS-II ซึ่งมีจำหน่ายทั้งในขนาด 64 GB และ 128 GB สำหรับรุ่น SanDisk Extreme PRO มอบความเร็วสูงสุดถึง 275 MB ต่อวินาที และมาพร้อมกับ USB 3.O ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายโอนไฟล์ วิดีโอแบบ 4K UHD ขนาดใหญ่ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว การ์ดความจำรุ่น SanDisk Extreme microSDHC™ / microSDXC™ UHS-I ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจับภาพที่สมบูรณ์แบบด้วยโหมดการถ่ายภาพแบบต่อเนื่อง มาพร้อมกับความจุตั้งแต่ขนาด 16GB ถึง 256GB สำหรับรุ่น SanDisk Extreme ได้ถูกผลิตขึ้นมาให้มีความทนทานเพื่อรองรับการใช้งานในทุกสภาวะแวดล้อม

การ์ดความจำรุ่น SanDisk Ultra® microSDXC™ UHS-I มอบความจุตั้งแต่ขนาด 200GB ถึง 256GB ซึ่งทำให้คุณสามารถถ่ายภาพและบันทึกวิดีโอได้โดยไม่ต้องกังวลว่าพื้นที่เก็บข้อมูลจะเพียงพอหรือไม่ และไม่ว่าไลฟ์สไตล์การใช้มือถือของคุณจะเป็นแบบไหน หรือมีความต้องการพิเศษมากเพียงใด คุณก็สามารถมั่นใจได้ว่าคุณจะสามารถมองหาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของคุณได้จากผลิตภัณฑ์ของแซนดิสก์ที่ครอบคลุมทุกควาต้องการอย่างแท้จริง สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ของแซนดิสก์โดยเวิสเทิร์น ดิจิตอล คอร์เปอร์เรชั่น ได้มอบโซลูชั่นด้านการจัดเก็บข้อมูลสำหรับมือถือให้อย่างสมบูรณ์ จึงสะดวกต่อผู้ใช้งานในด้านการขยายพื้นที่การจัดเก็บข้อมูล การจัดการข้อมูลบนอุปกรณ์จาก Apple , Android และ Windows สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมของกลุ่มผลิตภัณฑ์แห่งนวัตกรรมโดยเวิสเทิร์น ดิจิตอล สามารถเข้าชมได้ที่ www.sandisk.com/home/mobile-device-storage

Whoscall กรองเบอร์ ที่ดีที่สุดสำหรับนักขายออนไลน์

ปัจจุบันคนเริ่มหันมาขายของออนไลน์กันมากขึ้น เพราะไม่ต้องออกไปข้างนอก ไม่จำเป็นต้องเห็นของจริง ขอเพียงมีรูปที่เห็นรายละเอียดชัดๆ ซูมได้ พร้อมรีวิวแจ่มๆ ก็เพียงพอแล้ว เรื่องเบอร์ติดต่อเป็นอีกปัจจัยหนึ่งเหมือนกัน Whoscall กรองเบอร์ ที่ดีที่สุดสำหรับนักขายออนไลน์เพราะฮูส์คอล (Whoscall) แอพพลิเคชัน เปิดเผย ว่าการขายสินค้าผ่านโทรศัพท์ในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นมากจากปีที่ผ่านมา ฮูส์คอล (Whoscall) จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อช่วยกรองและจัดการสายเรียกเข้า

โดยผู้ใช้จะได้หลีกเลี่ยงการรับสายเรียกเข้าที่ไม่พึงประสงค์ในทุกๆ วัน ฮูส์คอล (Whoscall) ช่วยผู้ใช้ระบุสายเรียกเข้าและสายโทรออก ดังนั้นผู้ใช้งานจึงสามารถเลือกที่จะรับหรือไม่รับสายได้ นอกจากนี้ผู้ใช้งานยังสามารถเลือกที่จะบล็อกสายเรียกเข้าได้อีกด้วย

Whoscall กรองเบอร์ ที่ดีที่สุดสำหรับนักขายออนไลน์

Whoscall กรองเบอร์ ที่ดีที่สุดสำหรับนักขายออนไลน์

ผู้ใช้งานในประเทศไทยได้รับสายเรียกเข้าจากการขายสินค้าผ่านโทรศัพท์เพิ่มขึ้นถึง 36 เปอร์เซ็นต์ในปีที่ผ่านมา นับเป็นการเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียและภูมิภาคอเมริกาใต้ อัตราการขายสินค้าผ่านโทรศัพท์ในประเทศไทยเพิ่มมากที่สุด โดยสูงถึง 36 เปอร์เซ็นต์ ตามด้วยประเทศบราซิล 21 เปอร์เซ็นต์ และ ประเทศเกาหลีใต้ 9 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นสามอันดับแรกของโลก ฮูส์คอล (Whoscall) คำนวณสถิติจากฐานข้อมูลผู้ใช้อันแข็งแกร่งในประเทศไทย

ยูทิง ลิว ผู้จัดการประจำประเทศไทยของฮูส์คอล (Whoscall) กล่าวว่า “จากแรงกดดันที่ต้องเพิ่มยอดขายให้สูงขึ้น แต่มีงบประมาณที่จำกัดและการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น จึงทำให้ในปีที่ผ่านมาเป็นเหตุผลให้ภาคธุรกิจใช้กลยุทธ์การตลาดในการขายสินค้าผ่านโทรศัพท์มากขึ้นเพื่อรักษารายได้ให้คงที่” ยูทิง กล่าวต่ออีกว่า “ฮูส์คอล สามารถช่วยผู้ใช้ประหยัดเวลา โดยการรู้ว่าใครโทรมาก่อนที่จะรับสาย และการเสียเวลาอันมีค่าไปกับการรับสายที่ไม่จำเป็นหรือสายเรียกเข้าจากการโทรขายสินค้าเป็นสิ่งที่น่ารำคาญสำหรับคนที่มีวิถีชีวิตอันรีบเร่งในยุคปัจจุบัน”

ตั้งแต่เริ่มให้บริการในประเทศไทย ฮูส์คอล (Whoscall) ช่วยกำหนดสายเรียกเข้าได้มากถึงหลายร้อยล้านเบอร์ ระบบฐานข้อมูลนับเป็นส่วนสำคัญในการช่วยนักวิจัยของ ฮูส์คอล (Whoscall) ในการทำความเข้าใจพฤติกรรมการโทรของผู้ใช้งานและรูปแบบของการขายสินค้าผ่านโทรศัพท์ ซึ่งช่วยให้ ฮูส์คอล (Whoscall) สามารถให้บริการในการช่วยกรองสายที่ไม่พึงประสงค์ ปัจจุบัน ฮูส์คอล (Whoscall) ให้บริการผู้ใช้งานมากกว่า 5 ล้านคนในประเทศไทยและมากกว่า 50 ล้านคนทั่วโลก ทำให้การติดต่อสื่อสารเป็นอะไรที่ควบคุมได้ยาก ทั้งยังเปิดเบอร์ได้ง่ายขึ้นมากซึ่งมีไม่น้อยกว่าล้านเบอร์ที่ไม่ได้ลงทะเบียนและยังสามารถใช้งานได้ง่ายเพียงแค่เปิดเบอร์และเติมเงินเข้าไปแค่นั้น

เมื่อใช้งานจนพอใจก็ยังสามารถเลิกใช้งานได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องไปยกเลิกเบอร์แต่อย่างใด ทำให้ความปลอดภัยต่ำมากสำหรับประเทศไทย ฉะนั้นแอพพลิเคชั่น Whoscall จึงจำเป็นต่อการทำการตลาดหรือขายของออนไลน์ (Online Marketing) เป็นอย่างมาก ที่คอยสอดส่องดูแลเบอร์ที่ไม่พึงประสงค์ ทั้งยังบล็อคเบอร์ได้ด้วยถึงแม้ว่าสมาร์ทโฟน (Smartphone) มือถือของคุณไม่มีฟีเจอร์ (Features) สำหรับบล็อคเบอร์ก็ตาม หากมีเบอร์แปลกๆ โทรมาบ่อยเกินไปแล้วเริ่มระแวงละก็แนะนำให้โหลด Whoscall ติดเครื่องไว้ก็ดีไม่น้อยเลย ที่คอยช่วยกรองเบอร์โทรให้เราได้ระดับหนึ่งทั้งไม่ต้องติดตั้งอะไรเยอะและไม่เปลืองทรัพยากรเครื่องซะด้วย ที่สำคัญยังเปิดให้ดาวน์โหลดฟรีอีกด้วย เป้นอีกหนึ่งบริการดีๆ ที่ใช้งานร่วมกับแอพพลิเคชั่นอื่นได้มากมาย